20/05/2026
กระต่ายไม่ใช่สุนัขหรือแมวตัวเล็ก แต่เป็นสัตว์ที่มีสรีรวิทยาเฉพาะตัว โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารแบบ hindgut fermentation ซึ่งพึ่งพาสมดุลของจุลินทรีย์ใน caecum เป็นหลัก หากได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม สมดุลนี้จะพังทลาย ส่งผลให้ Clostridium spp. เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและปล่อย enterotoxin จนเกิดภาวะ enterotoxaemia ซึ่งอาจทำให้กระต่ายท้องเสีย (fetal diarrhea) และเสียชีวิตได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง
นี่คือเหตุผลที่การเลือกยาปฏิชีวนะในกระต่ายจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และเป็นที่มาของบทความนี้ "How to เลือกยาปฏิชีวนะให้เหมาะกับกระต่าย เพราะสัตว์พิเศษก็ต้องถูกดูแลแบบใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน!" สำหรับบทความนี้ต้องขอขอบคุณ ผศ.สพ.ญ. บุณณดา ศิริพร อาจารย์ประจำหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต ด้านเวชศาสตร์คลินิกในสัตว์เล็กและสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกให้ยาปฏิชีวนะในกระต่ายแบบ insight กันในบทความนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันได้เลย
Key point: การเลือกยาปฏิชีวนะที่ดีต้องผ่านเกณฑ์ 3 ข้อหลัก คือ 1. กำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุได้ โดยควรอ้างอิงจากผล culture & sensitivity test 2. ยาเข้าถึงอวัยวะเป้าหมายได้จริง และ 3. ไม่รบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยรอง ได้แก่ ความง่ายในการให้ยา ขนาดตัวสัตว์ อัตราการเผาผลาญ ความรุนแรงของโรค และราคายา
ในปี 2025 ที่ผ่านมา BSAVA/SAMSoc/RWA&F ได้พัฒนา framework ชื่อ PROTECT ME เพื่อช่วยสัตวแพทย์ตัดสินใจสั่งยาปฏิชีวนะให้กระต่ายป่วยอย่างมีเหตุผล ประกอบด้วย 9 หลักการ ได้แก่ จ่ายยาเมื่อจำเป็น, หาทางเลือกอื่นที่ไม่ใช้ยาก่อน, ใช้โดสยาที่เหมาะสม, รักษาให้ตรงเป้า, เลือกยาออกฤทธิ์วงแคบก่อน, มั่นตรวจ cytology และ culture, ปรับการรักษาให้ถูกจุด (practice policy), monitor การรักษา และอัปเดตความรู้อยู่เสมอ ในบทความนี้เราจะมาโฟกัสกลุ่มโรคหลักๆตามระบบในกระต่าย ที่ต้องสัตวแพทย์ควรทำการพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะโดยอ้างอิงจาก PROTECT ME framework (ดาวน์โหลดโปสเตอร์ได้ที่ https://www.bsavalibrary.com/content/chapter/10.22233/9781913859572.chap1 )
1. Hindgut และระบบย่อยอาหารของกระต่าย
กระต่ายเป็น hindgut fermenter หมายความว่าการหมักและย่อยอาหารส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ทางเดินอาหารส่วนท้าย (caecum (ไส้ติ่ง) และลำไส้ใหญ่) โดยมีชุมชนเชื้อจุลินทรีย์ดีอาศัยอยู่หนาแน่น ทำหน้าที่หมักเส้นใย ผลิตสารอาหาร และป้องกันเชื้อก่อโรค ระบบนี้บอบบางมาก และ ยาปฏิชีวนะคือตัวการรบกวนสำคัญ
การเสียสมดุลจุลินทรีย์ ทำให้เชื้อก่อโรคเจริญเติบโต อาจถึงขั้นทำให้เกิด Enterotoxaemia ได้: การได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม → สมดุลจุลินทรีย์ใน caecum ถูกทำลาย → Clostridium spiroforme เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว → ปล่อย enterotoxin เข้ากระแสเลือด → เยื่อบุลำไส้เสียหาย → ท้องเสียรุนแรง → Shock และเสียชีวิต ภายใน 24–48 ชั่วโมง
ผลเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะพบได้หลายระดับความรุนแรง ตั้งแต่ไม่มีผลอะไร ท้องเสียอ่อนๆ หรือเกิด enterotoxaemia และเสียชีวิต
2. เส้นทางการให้ยาและความปลอดภัย (Safe Antibiotic Use in Rabbits)
ยาปฏิชีวนะในกระต่ายแบ่งตามความปลอดภัยของเส้นทางการให้ยาได้ แบ่งได้ 5 กลุ่ม (Meredith and Lord, 2014) ดังนี้
1.1. Safe oral & parenteral: Trimethoprim-Sulphonamide, Metronidazole, Enrofloxacin, Marbofloxacin, Chloramphenicol, Oxytetracycline, Doxycycline
1.2. Safe oral เท่านั้น: Gentamicin (*มีโอกาส nephrotoxic หากให้ทาง parenteral)
1.3. Safe parenteral เท่านั้น: Penicillin, Streptomycin, Cephalosporins (ห้ามให้ทางการกินเด็ดขาด!)
1.4. Safe topical (จึง safe oral ด้วย): Fusidic acid, Gentamicin (*มีโอกาส nephrotoxic หากให้ทาง parenteral), Chloramphenicol, Chlortetracycline
1.5. ห้ามใช้ทุกเส้นทาง: Lincomycin, Clindamycin, Erythromycin
3. PROTECT ME! การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะในกระต่าย
BSAVA/SAMSoc/RWA&F (2025) ได้พัฒนา framework ชื่อ PROTECT ME เพื่อช่วยสัตวแพทย์ตัดสินใจสั่งยาปฏิชีวนะให้แก่กระต่ายอย่างมีเหตุผล และได้แบ่งแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะตามระบบเป็น 8 กลุ่ม (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ poster BSAVA/SAMSoc/RWA&FPROTECT ME) โดยในบทความนี้ขอสรุปหลักๆ โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือ
3.1 Upper & Lower respiratory: หากอาการไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องจ่ายยาปฏิชีวนะ หากรุนแรงให้อ้างอิงผลการเพาะเชื้อ (culture) โดย 1st line antibiotic คือ Doxycycline หรือ Sulpha-TMP (PROTECT ME, 2025) และสำหรับในประเทศไทยพบว่า 1st line antibiotic คือ Fluroquinolones และ Amikacin (Kamlangchai, P & Woralar, R & Weerakhun, S., 2019)
3.2 Dacryocystitis: ต้องใช้ยาร่วมกับการ flush ท่อน้ำตา โดย 1st line antibiotic คือ Penicillin หรือใช้ร่วมกับ Metronidazole (combination) เนื่องจากมี anaerobic infection สูง
3.3 Ear disease: การรักษาด้วย systemic antibiosis ร่วมกับ saline flushing จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในการรักษา โดยมี 1st line antibiotic คือ Sulpha-TMP
3.4 Gastrointestinal (GI) infections: เลือกใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อตรวจพบเชื้อ clostridial หรือ coliform infection โดยมี 1st line abo คือ Sulpha-TMP หรือ Metronidazole ใช้ร่วมกับการให้ probiotics และ fluid therapy
3.5 Urinary Tract Infection (UTI): ยาปฏิชีวนะไม่ใช่การรักษาหลัก แต่อาจจำเป็นหลังผ่าตัด โดย 1st line abo คือ Sulpha-TMP หรือ 1st gen fluoroquinolones
3.6 Facial abscesses: เมื่อมีการผ่าตัด จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ และใช้ตามผลเพาะเชื้อเสมอ โดย 1st abo choice คือยากลุ่ม Beta-lactam ในรูปแบบฉีด หรือใช้ร่วมกับ Metronidazole (combination) ข้อควรระวังคือห้ามใช้ Clindamycin เด็ดขาด! แม้จะเป็นยาทาเฉพาะที่เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ยาจะรั่วเข้าช่องปากได้
Wrap up
การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะในกระต่ายไม่สามารถทำตามแนวทางการจ่ายยาของสุนัขหรือแมวได้ คุณหมอต้องเข้าใจสรีรวิทยาที่แตกต่าง เลือกยาให้ถูกเส้นทาง และตัดสินใจบนพื้นฐานของ evidence เสมอ
PROTECT ME framework คือเครื่องมือที่ช่วยให้สัตวแพทย์ในคลินิกสามารถนำหลักการเหล่านี้ไปปฏิบัติได้จริง ทั้งการติด checklist ที่ห้องตรวจ การทำ culture ก่อนสั่งยา และการสื่อสารกับเจ้าของอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การดูแลกระต่ายที่ดีที่สุดคือการรักษาที่ถูกต้อง ถูกเวลา และปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์ตัวนั้นๆ
สำหรับบทความนี้ เราขอทวนเรื่องการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะในกระต่ายให้คุณหมอทุกคนคร่าวๆเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านบทความนี้นะคะ! หากท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับ infoverview สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้ หรือมีประเด็นอยากพูดคุยเพิ่มเติม/แชร์ประสบการณ์/พบข้อผิดพลาด ทางทีมงานยินดีรับฟัง แก้ไขและอัปเดตข้อมูลเสมอ ท่านสามารถติดต่อมาได้ที่ [email protected]
อ่านบทความบนเว็บไซต์พร้อมโหลดภาพใหญ่ได้ที่ : https://readvpn.com/article/detail/2586
บทความและอินโฟกราฟฟิกโดย : สพ.ญ.ธิติอร อัศวรังษี - https://www.ornstudio.com/
DISCLAIMER: ข้อมูลนี้เป็นเพียงหลักวิชาการเบื้องต้น เพื่อให้เข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมในการรักษาทางคลินิกก่อนการรักษาควรพิจารณาถึงสภาวะร่างกายและโรคของสัตว์ป่วยก่อนทุกครั้ง ห้ามมิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง หรือแก้ไขบทความเพื่อนำไปใช้ ก่อนได้รับการอนุญาต หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมาย
สำหรับคุณหมอสัตวแพทย์ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
ตอนนี้ทาง VPN มีโปรโมชั่นน่าสนใจอยู่นะ
💙 อ่านออนไลน์ จ่ายถูกกว่า -
สำหรับสัตวแพทย์ท่านที่สมัครสมาชิกแบบอ่านออนไลน์ (ไม่รับหนังสือ) จ่ายเพียง 1,500 บาท/ปี เท่านั้น และยังสามารถทำ CE online ในเว็ปไซต์ได้ตามปกติ
💙 อ่านจากเล่ม เน้นสะสม -
สำหรับท่านที่สมัคร/ต่ออายุสมาชิกแบบรับหนังสือ (สามารถใช้งานเว็ปไซต์และทำ CE online ได้ด้วย)
📍 ได้ทำ CE online มากกว่า 40 คะแนน/ปี
📍 ดาวโหลด E-book ไปอ่านได้
📍 ใช้งานเว็ปไซต์ได้เต็มรูปแบบ
📍 E-learning online course
ดูรายละเอียดแพคเกจ
และสมัครออนไลน์ด้วยตัวเองได้ที่ https://www.readvpn.com/register
หรือสอบถามเพิ่มเติม
add Line :