03/06/2026
ผมฝากเรื่อง " ทุเรียน " ไว้นิดนึงนะครับ
เพราะเคสของผม เสียชีวิตจากการ " กินทุเรียน "
น้องเข้ามาด้วยอาการ
อาการซึม อาเจียน ท้องเสีย หายใจติดขัด และพยายามขย้อน
ผลตรวจเลือดพบค่าของเสียในร่างกายสูง
ค่าตับขึ้นทั้ง 4 ค่าคือ ALT ALKP GGT และ TBIL
ค่าโพแทสเซียม สูงจนเครื่องนับไม่ได้แล้ว
และแน่นอนว่า
เอกซเรย์พบว่ามีแก๊สในระบบทางเดินอาหารเยอะ
ผลตรวจดูไม่มีอะไรที่ปกติเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้น้องแข็งแรงและมีสุขภาพที่ค่อนข้างดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปด้วยซ้ำ
เลยต้องทำให้ผมต้องซักประวัติแบบละเอียดยิบ และต้องขอบคุณผู้ปกครองของน้องด้วยที่ให้ความร่วมมือ ในการให้ข้อมูลทุกอย่าง
แต่สุดท้าย ผมก็ยื้อน้องไม่ไหวนะครับ
น้องหลับไปในวันต่อมา
มาดูกันว่า ทำไมเราถึงไม่ควรให้เด็กๆกินทุเรียน มาดูกันครับ 👇
1. เสี่ยงต่อภาวะ "ทุเรียนติดคอ/อุดตันลำไส้" 🚨
เมล็ดทุเรียนมีขนาดใหญ่และลื่น หากเด็กๆกลืนเข้าไป อาจเข้าไปอุดตันในหลอดลมจนขาดอากาศหายใจ หรือไปอุดตันในลำไส้จนต้องผ่าตัดด่วน
2. พลังงานและน้ำตาลสูงปรี๊ด 📈
ทุเรียนอุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมันที่สูงมาก เสี่ยงต่อการเป็น โรคอ้วน และอาจกระตุ้นให้เกิด ภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
3. "โพแทสเซียม" สูงเกินพิกัด 💔
ในทุเรียนมีสารอาหารและโพแทสเซียมสูงเกินกว่าที่ร่างกายของเด็กๆจะขับออกได้หมด ส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ หรือเกิดภาวะหัวใจวายได้ครับ
4. สารกำมะถัน (Sulfur) ทำพิษ 🤢
กลิ่นของทุเรียนมาจากสารกำมะถัน ซึ่งสารนี้ทำให้ระบบย่อยอาหาร เกิดอาการท้องอืด แก๊สในกระเพาะเยอะ อาเจียน หรือท้องเสียตามมา
รักน้อง อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ เปลี่ยนจากทุเรียนเป็นผลไม้อื่นๆ ที่ปลอดภัย เช่น แอปเปิ้ล (ปอกเปลือกคว้านเมล็ด) จะดีต่อสุขภาพที่สุดครับ
หากผู้ปกครองบ้านไหนมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาคุณหมอเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
📍 โรงพยาบาลสัตว์เชิญ : Chern pet hospital
💬 line application :
☎️ เบอร์โทรศัพท์ 080 509 6355 หรือ 042 154 299
⏰ เวลา 08.00 - 20.00 น. เปิดบริการทุกวัน
🗺️ : เมืองอุดรธานี
Google map : แผนที่มาโรงพยาบาล
https://maps.app.goo.gl/Kx56NLXPNpDay6GH6?g_st=ic