07/03/2021
10วิธี อยู่รอดในรัศมี 1 กม. จากจุดเกิดโรค
"ทำเพิ่มอีก10อย่าง เมื่ออยู่ในระยะไม่เกิน 1กม.จากจุดเกิดโรค"
เมื่อฟาร์มตกอยู่ในอันตรายหรืออยู่ใกล้จุดเกิดโรค สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ทบทวนมาตรการป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน (10ข้อห้าม) แล้วหาวิธีทำให้ได้100%" หลังจากนั้น ทำเพิ่มอีก10ข้อ ดังต่อไปนี้ เพื่อยกระดับการป้องกันโรคขั้นสูงสุด กรณีอยู่ในพื้นที่ 1กิโลเมตร จากจุดเกิดโรค ภายในระยะ 30 วัน เมื่อมีรายงานโรค และนับไปอีกทุก30วัน จากการรายงานเคสครั้งสุดท้าย
1. แบ่งคนงานออกเป็น3กลุ่ม พักแยกห้องกัน ได้แก่ คนงานเลี้ยง คนงานขาย และคนงานกลุ่มอื่นๆ ส่วนพื้นที่ฟาร์ม ก็ควรแบ่งเป็น3โซน ได้แก่ พื้นที่เลี้ยง พื้นที่พักอาศัย และพื้นที่นอกฟาร์ม แยกกันอย่างชัดเจน ด้วยรั้วหรือการกั้นสแลน
2. กลุ่มคนงานเลี้ยงหมู ต้องพักที่ฟาร์ม100% กำหนดให้อยู่ในเขตฟาร์ม ห้ามออกถ้าไม่จำเป็น อาจจะต้องมีเงินสนับสนุนจูงใจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ฟาร์มจะต้องปิดล็อคประตูรั้วฟาร์ม ไม่ให้รถ/บุคคลภายนอกเข้ามาในเขตฟาร์ม หากมีความจำเป็นในการติดต่อ ให้จอดรถด้านนอกรั้วฟาร์ม และให้พนักงานหรือคนงานที่ไม่เกี่ยวกับการเลี้ยงหมูออกไปต้อนรับ สำหรับคนงานเลี้ยงไม่ออกนอกเขตฟาร์ม อย่างน้อย30วัน หลังจากมีรายงานโรค เจ้าของฟาร์มหรือคนที่อยู่ภายนอก เป็นคนซื้อของกินของใช้ โดยจะซื้อผ่านร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัยเท่านั้น ห้ามไม่ให้นำเนื้อสัตว์กีบ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เข้ามาประกอบอาหารในฟาร์ม
3. คนงานที่ไม่ใช่คนเลี้ยง ห้ามเข้าเขตพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ใครจะมาติดต่อธุระจำเป็น ต้องจัดพื้นที่ไว้ภายนอกเขตเลี้ยงสัตว์เท่านั้น
4. คนงานเลี้ยง จะต้องอาบน้ำ เปลี่ยนชุด ณ ห้องอาบน้ำที่ตั้งอยู่ ณ จุดที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่เลี้ยงและที่พักอาศัย (ไม่ควรอาบน้ำที่บ้านพัก)
5. คนงานเลี้ยง ต้องเปลี่ยนรองเท้าบู้ทและจุ่มเท้า2ครั้ง จุดที่1ที่ห้องอาบน้ำเข้าฟาร์ม จุดที่2 ที่ประตูเข้าโรงเรือน
6.อาหารสัตว์ กำหนดให้รถขนส่งที่แยกไว้จากฟาร์มอื่น มาส่งเดือนละ1ครั้ง พักอาหาร24ชม.ที่โกดังก่อนนำไปใช้ (โดยนำอาหารเก่าเข้าไปรอในโรงเรือนก่อนอาหารใหม่จะมา)
7. งดการรับเข้าและจับออกสุกรทุกชนิด จนกว่าสถานการณ์โรคในพื้นที่จะคลี่คลาย (อย่างน้อย30วันหลังจากรายงานเคสสุดท้ายในรัศมี 5 กม.)
7.1) งดหย่านม1เดือน หลังจากนั้นให้หย่านม สัปดาห์ละ1ครั้ง ไปลงเลี้ยงในพื้นที่ควบคุม และตรวจประเมินติดตามปลายทาง 7วันและ45วันหลังรับเข้า
7.2) งดการขายแม่คัดทิ้ง 1เดือน และขายเดือนละ1ครั้ง จนกว่าจะไม่มีโรคในพื้นที่
7.3) งดรับเข้าสุกรทดแทน 1 เดือน และรับเข้าทุก1-2เดือน อย่างต่อเนื่อง
7.4) ไม่รับเข้าน้ำเชื้อจากภายนอก 1เดือน ดังนั้น ในฟาร์มแม่พันธุ์ที่ไม่มีพ่อพันธุ์ จะต้องงดกิจกรรมผสมเทียม ในช่วง30-60วันแรก ที่มีการระบาดในพื้นที่
8.รถทุกคันที่จำเป็นต้องเข้าฟาร์ม เช่น รถคนงาน รถเจ้าของฟาร์ม รถอาหาร รถจับสุกร ต้องไม่ผ่านถนนเส้นที่เสี่ยง เช่น มีเล้าที่เกิดโรคบนถนน และเมื่อมาถึงประตูฟาร์ม ต้องพ่นยาฆ่าเชื้อที่ประตูหน้าฟาร์มทุกคัน รวมถึงรถจักรยานยนต์ และจอดภายนอกอย่างน้อย30นาทีก่อนเข้าเขตฟาร์ม
9. ป้องกันสัตว์พาหะให้รัดกลุมมากขึ้น ครอบคลุมสัตว์ทุกชนิด โดยเน้นสุนัข นก หนู แมลงวัน โดยการปิดโรงเรือนให้มิดชิด มีมุ้งกันแมลง ทั้งทางเยื่อกระดาษ ทางเดินสุกร และประตูเข้าเล้า ร่วมกับกาวดักแมลงวันรอบๆเล้าหมู วางยาพิษเบื่อหนู ร่วมกับกาวดักหนูรอบๆโรงเรือน และตามซอกมุมที่มีช่องให้หนูเข้าโรงเรือนได้
10. ทำความสะอาดฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อมรอบๆเล้าหมู โดยพ่นยาฆ่าเชื้อ บริเวณรอบๆประตูโรงเรือน และทางเดินสุกรทุกวัน รวมถึงโรยปูนขาว ถนน และพื้นที่เปียกน้ำทุกสัปดาห์
เพื่อให้มาตรการต่างๆทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ว่า คนงานทำได้จริง ควรติดตั้งกล้องCCTV ออนไลน์ ดู3จุด คือ หน้าฟาร์ม ห้องอาบน้ำ และในเล้าหมู และมีการตรวจประเมินให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด สำหรับการจัดการตรวจโรคเฝ้าระวัง ทางฟาร์มควรเก็บตัวอย่างน้ำลายและพื้นคอกส่งตรวจASFทุกสัปดาห์ และตรวจทันที่ที่พบสุกรป่วยผิดปกติ เพื่อจะได้จัดการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
การป้องกัน ASF ที่ได้ผลที่สุดก็คือการทำลายสุกรทั้งหมดในรัศมี 1 กม. หรือ 3 หรือ 5 กม. จากจุดเกิดโรค ที่เราเรียกว่า การทำ Stamping out ถ้ารัฐบาลมีกำลังคนและกำลังทุนเพียงพอที่จะจ่ายเงินชดเชย แต่ถ้าในกรณีที่ไม่มี... ฟาร์มก็ไม่มีทางเลือก จึงต้องหาทางเอาตัวรอดจากโรคร้ายด้วยตัวเอง....
..............................................
--- ภารกิจพิชิตASF ---
#สงครามโรค ุกร