บ้านหมอศรัทธาสัตวแพทย์

บ้านหมอศรัทธาสัตวแพทย์ คลินิคสัตวแพทย์ ปริญญา (สพ.บ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เตือนภัย ระวังยาหยอดเห็บไม่ทีทะเบียบ อาจตายได้ทั้งน้องเห็บและน้องหมา!!!
11/10/2014

เตือนภัย ระวังยาหยอดเห็บไม่ทีทะเบียบ อาจตายได้ทั้งน้องเห็บและน้องหมา!!!

10/10/2014

5. Corona Virus
โคโรนาไวรัส

โคโรนาไวรัสเป็นไวรัสรัสที่ทำให้สุนัขมีอาการท้องเสียที่ใกล้เคียงกับพาร์โวไวรัส แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการจะไม่หนักเท่าพาร์โวไวรัส อย่างไรก็ดี อาการแทรกซ้อนและการบำบัดที่ผิดอาจทำให้กลายป็นเรื่องใหญ่ ส่วนใหญ่จะพบการระบาดช่วยหน้าหนาว

อาการที่สังเกตได้
Canine Corona Virus เป็นไวรัสที่ติดต่อในสุนัขเท่านั้นและไวรัสนั้นติดต่อกันทางอุจจาระของสุนัขติดเชื้อและไวรัสจะแพร่กระจายไปยังลำไส้เล็กประมาณ4วันแต่ดีที่โคโรนาไวรัสนั้นจะไม่ลามไปถึงเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไวในลำไส้เล็กดังนั้นจึงไม่ใช่การติดเชื้อรุนแรงและทำให้เกิดความเสียหายที่ถาวรเหมือนโรคลำไส้อักเสบ
สุนัขส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโรคคโรนาไวรัสนั้นมีอาการที่คล้ายกับโรคลำไส้อักเสบ แต่เป็นอาการที่รุนแรงน้อยกว่า คือการท้องเสีย อาเจียนเป็นหลัก แต่ถึงแม้อาการจะไม่รุนแรงและสุนัขอาจจะไม่ซึมเท่ากับโรคลำไส้อักเสบก็ตาม หากไม่ดูแลให้ดีสุนัขก็อาจที่จะขาดน้ำและสารอาหารจนเป็นเรื่องใหญ่ได้ ส่วนใหญ่แล้วอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองหลังจาก3-4สัปดาห์ไปแล้วโดยสุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มหายหลังจากนั้นประมาณ7-10วัน

การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยเบื้องต้นดูจากอาการที่สังเกตได้และกรตรวจสอบในแลบเบื้องต้น และผลการตรวจอุจจาระที่ควรจะมีผลออกมาไม่ใช่พาร์โวไวรัส หากต้องการผลที่แน่นอน การตรวจเลือดเพื่อดูแอนตี้บอดี้สามารถทำได้ด้วยการตรวจครั้งแรกและครั้งที่สองห่างกัน10-14วันเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของค่า

การรักษา
การรักษานั้นไม่มีเพราะสามารถหายได้ด้วยตนเอง การบำบัดในทันทีและเต็มที่ด้วยการให้น้ำเกลือเพื่อไม่ให้สุนัขขาดน้ำจากการอาเจียน และท้องเสีย การให้ยานั้นจะให้ทางน้ำเกลือเพราะสุนัขทานยาไม่ได้ ยาปฏิชีวนะอาจจำเป็นในบางที

การป้องกัน
วัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัสนั้นมักจะฉีดให้ลูกสุนัขอายุ6,9 12 สัปดาห์ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ดี การควบคุมความสะอาดก็จำเป็น สุนัขที่ติดเชื้อนั้นจะแพร่เชื้อไวรัสจำนวนมากทางอุจจาระที่ถ่ายออกมา ซึ่งรอบๆบริเวณนั้นจะมีเชื้อโรคมากมายในเวลา อันสั้นจนเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับสุนัขตัวอื่นได้ การแยกสุนัขที่ติดเชื้อออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ และควรให้สุนัขอยู่ในที่ที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ซึ่งควรทำทุกๆวันเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ควรให้น้ำและอาหารในบ้านและระวังไม่ให้มีแมลงวันตอมที่ที่สามารถจะกระจายเชื้อโรคได้

ขอขอบคุณ...

ที่มา : Shamu Quarterly : Febuary - April 2010

10/10/2014

4. Kennel Cough
โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบนั้นเป็นโรคติดต่อโดยทางเดินหายใจที่ทำให้สุนัขมีอาการไอติดต่อกันโรคนี้มักจะก่อความรำคาญและไม่สบายตัวให้กับสุนัขมากกว่าที่จะเป็นโรคร้ายแรง และเป็นโรคที่พบได้ง่ายในสุนัขที่มีการคลุกคลีกับสุนัขที่เป็นอยู่เช่นการฝากเลี้ยง การพาไปอาบน้ำตัดขน การพาไปงานประกวด หรือการพาไปหาสัตว์แพทย์
โรคหลอดลมอักเสบนั้นเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของทางเดินหายใจหลายอย่างโดยมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อไวรัสอย่างน้อง1ชนิดและการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ไวรัสที่พบมากที่สุดที่ก่อให้เกิดโรคนี้คือ parainfluenza ซึ่งสามารถจะแพร่กระจายได้รวดเร็วจากสุนัขตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง และแบคทีเรียที่พบมากในสุนัขเป็นโรคนี้คือBordetella bronchisepticaดังนั้นโรคหลอดลมอักเสบจึงถือว่าเป็นโรคที่เกิดจากไวรัส และมีติดเชื้อแบคทีเรียในลักษณะแทรกซ้อน

อาการที่สังเกตได้
โรคหลอดลมอักเสบนั้นเป็นโรคที่มีอาการซึ่งไม่รุนแรง โดยสุนัขจะมีอาการไอแห้งๆบ่อยๆ และถึงแม้ว่าลักษณะการไอจะฟังดูแล้วน่าเป็นห่วง แต่สุนัขนั้นมักจะมีสุขภาพที่คงที่ตลอดระยะเวลาที่เป็นและไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อน บางกรณีนั้นสุนัขอาจจะมีน้ำมูกไหลหรือมีโรคปอดบวมเข้าแทรกซ้อน แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อยและมีสุนัขเป็นเพียง 10-20%ส่วนใหญ่แล้ว อาการจะสามารถหายเองได้ในเวลาประมาณ5-25วัน

การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าโรคหลอดลมอักเสบนั้นสันนิษฐานจากอาการไอแห้งและรุนแรงในสุนัขที่มีประวัติการคลุกคลีกับสุนัขตัวอื่นหรือยู่ในสถานที่ที่มีสุนัขหลายตัวซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโดยสุนัขอาจจะไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใดในดานอื่น ส่วนใหญ่แล้วสุนัขที่เป็นโรคนี้เมื่อบีบที่หลอดลมเบาๆจะมีการไอ
หากสุนัขมีอาการปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบรุนแรง การตรวจเลือดนั้นสามารถวินิจฉัยได้ การหาเชื้อที่เป็นตัวการทำให้อาการทรุดลงด้วยกันปวดเนื้อเยื่อจากลำคอเพื่อนำไปเพาะการวัดปริมาณแอนตี้บอดี้ก็เป็นการวินิจฉัยอย่างหนึ่ง

การรักษา
หากสุนัขมาการหลอดลมอักเสบรุนแรงหรือมีอาการของปอดบวมการให้ยาปฏิชีวนะจะสามารถช่วยได้แต่ถ้าไม่มีอาการเหล่านี้ยาจะไม่มีประโยชน์ การบำบัดหรือช่วยสุนัขให้สบายขึ้นนั้นอาจทำได้ด้วยการใช้ยาแก้ไอที่ไม่แรงและไม่มีผลข้างเคียง

การป้องกัน
การฉีดวัคซีนรวมทั่วไปนั้นมักจะรวมการป้องกันไวรัสParainfluenzaอยู่แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้หมายความว่าฉีดแล้วจะป้องกันได้เต็ม100%ก็ตาม เพราะมีไวรัสหลายตัวที่สามารถทำให้เกิดการอักเสบได้แต่ก็ป้องกันไวรัสส่วนใหญ่ที่มักทำให้เกิดโรคนี้ได้ หากคุณรู้ร่วงหน้าว่าจะต้องฝากสุนัขไว้ในสถานที่ที่มีสุนัขหลายตัวหรือมีความเสี่ยงต่อกานติดโรคนี้ควรให้สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนกันbordetella เอาไว้ด้วย โดยการรับวัคซีนนั้นมีทั้งวิธีฉีดยาและพ่นยาเข้าจมูกและควรให้วัคซีนสุนัขอย่างน้อย10วันก่อนที่จะไปอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงซึ่งการคุ้มกัมกันนั้นจะอยู่ได้นานประมาณ6-12เดือน ส่วนการให้ยาด้วยการพ่นนั้นจะเริ่มป้องกันได้ตั้งแต่4-5วันหลังจากการให้ยา

10/10/2014

3. Hepatitis/Adenovirus
โรคตับอักเสบติดต่อ

โรคตับอักเสบติดต่อนั้นเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่ชื่อว่าadenovirus ซึ่งมีผลโดยตรงกับตับ และเป็นไวรัสที่ถูกค้นพบปี1974สุนัขและสุนัขจิ้งจอกนั้นเป็นตัวกลางในการแพร่พันธุ์ไวรัสชนิดนี้และสามารถแพร่กระจายไวรัสในปัสสาวะได้นานถึง9เดือน โดยเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ง่ายด้วยการอยู่ร่วมกับสัตว์ พาราไซต์ หรือสิ่งของที่มีไวรัสชนิดนี้อยู่

อาการที่สังเกตได้
โรคตับอักเสบติดต่อนั้นมักจะพบได้มากในสุนัขอายุต่ำกว่า1ปีและพบมากที่สุดในสุนัขอายุ9-12เดือน สุนัขส่วนใหญ่นั้นมักจะติดเชื้อไวรัสจากการหายใจ โดยไวรัสนี้จะเข้าไปอยู่ในต่อมทอนซิล และกระจายไปยังเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายเช่น ตับ ไต และตา แต่สุนัขส่วนใหญ่ที่ถึงแม้จะไม่เคยได้รับวัคซีนนั้นมักจะมีภูมิคุ้มกันดีพอที่จะกำจัดไวรัสชนิดนี้ไปจากร่างกายและไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แต่ในสุนัขบางส่วนนั้นมีภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ จะทำให้เกิดอาการป่วยคล้ายกับได้รับสารพิษเข้าไป ซึ่งจะแสดงออกด้วยอาการมีไข้ ปวดท้อง เหงือกบวมแดง และจับสั่นจนขั้นโคม่า ลูกสุนัขที่มีอาการขั้นรุนแรงอาจเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมงได้
สุนัขที่มีอาการไม่เข้าขั้นรุนแรงนั้นอาจมีอาการอ่อนเพลีย เครียด และไม่มีสมาธิ ไม่อยากอาหาร อาจมีไข้ และมักมีการถ่ายเหลวและอาเจียน
สำหรับไวรัสที่ว่านั้น ถึงแม้ว่าการมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยรักษาได้และการมีภูมิคุ้มกันต่ำจะทำให้เป็นโรคตับอักเสบ ระดับภูมิคุ้มกันปานกลางนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาได้เมื่อไวรัสชนิดนี้อยู่ในร่างกาย โดยจะเป็นกรณีที่ร่างกายมีภูมิมากพอที่จะทำให้เกิดอาการป่วยเพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถกำจัดไวรัสจนในที่สุด ปริมาณไวรัสและแอนตี้บอดี้ที่ร่างกายผลิตขึ้นนั้นจะเกาะกันเป็นก้อนและสะสมอยู่ในกระแสเลือดบางส่วนจะไปสะสมอยู่ในตาและทำให้ท่านตาอักเสบ โดยสุนัขที่มีการเจ็บป่วยจากเชื้อนี้ในระยะยาวจะมีปัญหาโรคตับและปัญหาที่เกิดจากการมีก้อนไวรัสและแอนตี้บอดี้ในกระแสเลือดมากเกินไปซึ่งต่างก็สามารถทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้

การวินิจฉัย
การวินิจฉัยนั้นมักทำจากการสังเกตอาการเบื้องต้นและการตรวจในแลบทั่วๆไปเช่นการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ การดูปริมาณน้ำตาล และเม็ดเลือดขาวที่มักจะต่ำผิดปกติสำหรับตัวไวรัสเองนั้นสามารถจะนำมาเพาะดูได้ให้แน่ใจจากการป้ายเนื้อเยื่อในคอหรือการเก็บตัวอย่างจากปัสสาวะหรืออุจจาระซึ่งจะช่วยได้ดีในการแบ่งแยกระหว่างการเป็นโรคตับอักเสบและการติดเชื้อ Leptospirosis ที่อาจมีอาการคล้ายคลึงกัน

การรักษา
การรักษานั้นไม่มีเพราะไม่มียาที่สามารถรักษาให้หายจากโรคหรือไวรัสตัวนี้ได้ สุนัขที่เป็นโรคนี้นั้นรุนแรงนั้นจะต้องได้รับการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาต่างๆที่โรคนี้ทำให้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับตับในระยะยาว ฯลฯ

การป้องกัน
ลูกสุนัขควรได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่สุนัขจากนมแม่ในช่วงที่ยังเป็นน้ำนมเหลือง ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้จะลดลงเมื่อสุนัขอายุได้9-12สัปดาห์(บางครั้งอาจสั้นถึง5-7สัปดาห์)ซึ่งในช่วงนี้เองที่สุนัขที่สุนัขมักจะติดเชื้อสูง ดังนั้นการให้วัคซีนจึงควรทำเมื่อลูกสุนัขมีอายุ8-10สัปดาห์และได้รับการฉีดซ้ำอย่างน้อย1ครั้งใน3-4สัปดาห์ถัดไป และหลังจากนั้นให้ซ้ำทุกๆปี

10/10/2014

2. Parvoirus
โรคลำไส้อักเสบ

โรคลำไส้อักเสบหรือพาร์โวไวรัสเป็นโรคทีรุนแรงถึงชีวิตในลูกสุนัขที่ถูกค้นพบในปี1978สามารถพบได้ทั่วโลกโดยเป็นโรคที่ติดต่อง่ายมากและเป็นสาเหตุหลักในอาการท้องเสียในสุนัขโดยเฉพาะสุนัขที่มีอายุน้อย สุนัขที่เป็นโรคนั้นสามารถแพร่กระจายไวรัสนี้ได้ถึงแม้จะดูแล้วไม่เจ็บป่วยทางอุจจาระในช่วงสามวันแรกที่ได้รับเชื้อ โดยสุนัขเหล่านี้นั้นมักจะไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆจนกว่าจะเลย4-7วันไปแล้ว และถึงแม้ว่าริมาณไวรัสในมูลนันจะลดน้อยลงหลังจากได้รับเชื้อ7-8วันไปแล้ว ไวรัสนั้นยังสามารถอาศัยอยู่นอกร่างกายได้นานถึง6เดือนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

อาการที่สังเกตได้
อาการของโรคลำไส้อักเสบคือ ความอ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร อาเจียนและท้องเสีย ซึ่งสามารถจะมีความรุนแรงจนทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ในสุนัขทุกอายุ แต่มักจะพบมากในสุนัขอายุน้อย
สุนัขนั้นจะได้รับเชื้อจากการกินหรือเลียไม่ว่าจะเป็นการเลียสิ่งของ พื้นกรง สุนัขด้วยกัน หรือเลียมือคนที่จับไปพื้นผิวหรือสุนัขที่มีไวรัสตัวนี้อยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ลูกสุนัขจากแหล่งขายที่มีสุนัขหลายตัวและมีคนจับต้องมากนั้นมีความเสี่ยงสูงลิบ เพราะถึงสุนัขจะไม่ได้รับเชื้อจากสุนัขตัวอื่นก็อาจจะได้รับเชื้อจากการเลียมือคนที่ไปจับสุนัขที่มีเชื้อจากกรงอื่นมาได้ โดยไวรัสนั้นจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายตั้งแต่ลำไส้ ไขกระดูก และหัวใจในสุนัขที่อายุน้อย ในช่วงสามวันแรกสุนัขจะยังไม่มีอาการใดๆและจะเริ่มแพร่ไวรัสในอุจจาระของตนเองไปสู่ตัวอื่น จน กระทั่ง7-8วันไวรัสในมูลจะน้อยลงและอาจจะไม่มีเลยในวันที่12แต่ไวรัสที่อยู่นอกร่างกายจะสามารถมีชีวิตได้นานถึงหกเดือน
สุนัขมากมายนั้นติดเชื้อพาร์โวไวรัส แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีอาการป่วยจากไวรัสนี้ ซึ่งสุนัขเหล่านี้นั้นมักเป็นตัวการในการแพร่กระจายไวรัสเพราะเจ้าของมักไม่ได้ระมัดระวังป้องกัน
อาการที่เห็นได้ชัดที่สุดของโรคนี้คือท้องเสียอย่างรุนแรง สุนัขจะอ่อนเพลีย อาเจียน ไม่อยากอาหาร และอาจมีการถ่ายเป็นเลือด
ในกรณีที่เป็นลูกสุนัข นั้นมีโอกาสที่หัวใจจะติดเชื้อและหา ติดเชื้อในหัวใจตั้งแต่อายุก่อน4สัปดาห์ สุนัขมักจะเสียชีวิตภายใน12สัปดาห์ บางตัวอาจอยู่ได้นานเป็นเดือนเป็นปี แต่มีโอกาสน้อยอาการที่มักจะแสดงออกเมื่อติดเชื้อในหัวใจคือ การหายใจติดขัด ร้องมาก เกร็ง และอาจมีฟองออกจากปากและจมูก การรักษานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เมื่อสมองติดเชื้อ

การวินิจฉัย
สุนัขที่มีอาการท้องเสียรุนแรงโดยไม่ได้รับสารพิษใดๆหรือมีเลือดในมูล นั้นมักจะได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นโรคลำไส้อักเสบ การตรวจเลือดตามปกตินั้นไม่สามารถชี้ชัดได้ แต่การนับเม็ดเลือดขาวที่มักจะลดลงนั้นถือเป็นการบ่งบอกทางหนึ่งถึงการติดเชื้อ แต่การตรวจที่แน่นอนคือการตรวจอุจจาระซึ่งสามารถพบเชื้อไวรัสได้ แต่หากการตรวจนั้นทำหลังจากรับเชื้อเกินหนึ่งสัปดาห์ไปแล้วเชื้ออาจไม่มีในมูลแล้วก็ได้และการตรวจมูลก็อาจจะไม่ช่วย การตรวจเลือดนั้นไม่สามารถตรวจพบไวรัสได้แต่สามารถตรวจพบแอนตี้บอดี้ที่ทำปฏิกิริยากับเชื้อไวรัสได้ โดยการตรวจเลือดนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าอาการป่วยมาจากไวรัสพาร์โวอย่างแน่นอนหรือไม่ เนื่องจากสุนัขบางตัวอาจมีเชื้อไวรัสแต่ไม่แสดงอาการป่วย ดังนั้นการตรวจเลือดมักจะเหมาะกับการตรวจแม่พันธุ์ถึงปริมาณภูมิคุ้มกันในร่างกายมากกว่า โดย80%ของภูมิคุ้มกันที่ลูกสุนัขจะได้นั้นมาจากน้ำนมแม่และอีก20%มาจากรกของแม่ขณะที่ลูกสุนัขนั้นอยู่ในท้องการตรวจเลือดในแม่สุนัขนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญในการเลือกเวลาฉีดวัคซีนให้ลูกสุนัข เพราะภูมิคุ้มกันที่ได้จากแม่สุนัข นั้นมักจะมีผลข้างเคียงกับวัคซีนที่ฉีด

การรักษา
การรักษานั้นเรียกได้ว่าไม่มี แต่สุนัขที่เป็นโรคนี้นั้นต้องได้รับการบำบัดอย่างเร็วที่สุดและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจึงจะมีโอกาสรอดและไม่เกิดความเสียหายอย่างถาวรการให้น้ำเกลือนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุดเพราะสุนัขเหล่านี้จะเสียน้ำและแร่ธาตุในร่างกายเร็วมากและในปริมาณมาก ยาต่างๆนั้นจะต้องให้ทางน้ำเกลือเพราะมักจะไม่สามารถให้ทางปากได้เนื่องจากจะอาเจียน การให้ยาปฏิชีวนะนั้นเป็นสิ่งที่สมควรเพราะถึงแม้ยาจะไม่ได้กำจัดพาร์โวไวรัส แต่ก็สามารถป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้

การป้องกัน
การป้องกันนั้นง่ายกว่าการรักษามากด้วยการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้ติดเชื้อ และการฉีดวัคซีน วัคซีนสำหรับพาร์โวไวรัสนั้นมีสองชนิดคือชนิดที่ยังมีไวรัสเป็นๆอยู่และไวรัสที่ตายแล้วซึ่งวัคซีนสำหรับไวรัสเป็นๆนั้นสามารถป้องกันได้ดีที่สุดแต่ไม่ปลอดภัยเท่าวัคซีนไวรัสที่ตายแล้ว ที่สามารถป้องกันได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่สำหรับในแม่พันธุ์สุนัขนั้น สามารถฉีดได้แต่ไวรัสที่ตายแล้วก่อนที่ผสมพันธุ์เพื่อให้ภูมิคุ้มกันแก่ลูกสุนัข ลูกสุนัขที่ได้รับวัคซีนไวรัสที่เป็นๆนั้นจะแพร่ไวรัสในปริมาณน้อยๆที่ไม่อันตรายในมูลได้ซึ่งถือเป็นการให้วัคซีนแก่สุนัขตัวอื่นไปในตัว
การแพร่ไวรัสนั้นสามารถเกิดขึนได้ในสุนัขที่ได้รับวัคซีนที่ตายแล้ว แต่ไวรัสที่ออกมาจากตัวสุนัขเหล่านี้มันมักจะเป็นไวรัสที่ได้รับมาใหม่ไม่ใช่ที่ฉีดเข้าไป ซึ่งหมายความว่าวัคซีนที่ฉีดเข้าไปนั้นสามารถจะยับยั้งเชื้อในร่างกายได้แต่ไม่สามารถจะฆ่าไวรัสที่ได้รับมาใหม่ได้ซึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ
การฉีดวัคซีนนั้นควรเริ่มเมื่อสุนัขอายุ6-8สัปดาห์ และการฉีดซ้ำทุกๆ3-4สัปดาห์จนลูกสุนัขอายุเกิน16-20สัปดาห์ หรืออาจหาเวลาที่เหมาะสมที่จะฉีดวัคซีนจากการตรวจแอนตี้บอดี้ในแม่สุนัขได้ ซึ่งเป็นวิธีที่จะบอกได้ว่าเมื่อไรแอนตี้บอดี้ในตัวลูกสุนัขที่ได้จากแม่จะเริ่มลดลงมากพอที่จะสามารถเริ่มฉีดวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นให้ฉีดตามที่กล่าวมาแล้ว การฉีดซ้ำในลูกสุนัขโตสามารถทำได้ทุกๆ3-12เดือนขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ไม่ควรหยุดฉีดวัคซีนให้ลูกสุนัขก่อนอายุ16-20สัปดาห์เพราะสุนัขอาจติดเชื้อได้ ไม่ควรให้ฉีดวัคซีนที่สำหรับไวรัสเป็นๆกับลูกสุนัขอายุต่ำกว่า6สัปดาห์แต่สามารถให้ชนิดที่มีไวรัสตายแล้วได้หากจำเป็น

10/10/2014

1. Canine Distemper
โรคไข้หัดสุนัข

โรคไข้หัดสุนัขเป็นโรคที่มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชียเมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่คล้ายกันกับไวรัสโรคหัดในคน ไข้หัดสุนัขขั้นรุนแรงที่อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในสุนัขโตและลูกสุนัข แต่จะพบมากเป็นพิเศษในลูกสุนัขอายุ 3-6เดือนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดโดยสุนัขที่เป็นโรคนี้จะแพร่กระจายเชื้อต่อสุนัขตัวอื่นได้ในปริมาณมากเป็นเวลา60-90วันหลังติดเชื้อทั้งทางน้ำลาย การขับถ่าย หายใจ การจาม และทางเลือดส่วนมากจะติดจากการปล่อยของเหลวที่เกิดจากการหายใจโดยระยะเวลาการฟักตัวนั้นประมาณ14-18วัน นับจากวันที่ได้รับเชื้อไปจนถึงวันที่เป็นโรค

อาการที่สังเกตได้
สุนัขที่ได้รับเชื้อไข้หัด แต่มีระบบภูมิคุ้นกันของร่างกายดีนั้นอาจจะแสดงออกถึงอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน สุนัขที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่นสุนัขที่ยังมีอายุน้อยนั้นเชื้อไข้หัดมักจะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ในช่วงที่ติดเชื้อยังไม่รุนแรงนั้น ลูกสุนัขอาจมีอาการซึมเศร้าและมีความอยากอาหารน้อยลง และมักมีของเหลวไหลออกาจากตา และ จมูก ส่วนใหญ่จะมีไข้ตามมาด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจลามไปจนถึงอาเจียน ท้องเสีย ขาดน้ำ รวมไปถึงอาการไอ ในขั้นรุนแรงสุนัขจะเกิดความผิดปกติในสมอง โดยอาการมักจะแสดงประมาณหนึ่งถึงสามสัปดาห์หลังจากดูเหมือนหายดีแล้ว สุนัขที่เป็นโรคทางสมองเหล่านี้อาจมีอาการชัก อ่อนแอ หรือมีพฤติกรรมหรือท่าทางที่ดูไม่ปกติทางสมอง เนื้อที่อุ้งเท้านั้นอาจจะเริ่มหยาบและหนาผิดปกติและผิวหนังที่จมูกอาจจะแตกและลอกซึ่งอาการทางประสาทเช่นนั้น ในสุนัขโตมีเพียง 50% ที่มักจะรอดชีวิต และในลูกสุนัขนั้นมี80%มักจะไม่รอดเมื่อติดโรคนี้

การวินิจฉัยโรค
เมื่อสุนัขที่อายุน้อย โดยเฉพาะสุนัขที่ยังไม่ได้รับการฉีกวัคซีนอย่างครบถ้วนจะมีอาการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น มักถือว่ามีโอกาสที่จะเป็นไข้หัดสุนัขสูง การทดสอบเบื้องต้นในแลบเช่นการนับปริมาณเม็ดเลือดนั้นอาจไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะยังถือว่าอาจจะเป็นโรคอื่นได้อีก สุนัขที่มีปัญหาทางสมองสามารถใช้การดูดน้ำไขสันหลังมาตรวจปริมาณโปรตีน ฯลฯ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าน่าจะเป็นโรคนี้ได้หรือไม่ รวมถึงการทำ EEGอาจทำให้พบความผิดปกติทางสมองได้ใน90%ของสุนัขที่เป็นโรคนี้ทั้งหมดแต่ในการวินิจฉัยที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นนั้นคือการตรวจความเปลี่ยนแปลงของ distemper antibodyในเลือด ซึ่งจะต้องทำมากกว่า1ครั้งห่างกัน10-14วันเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของค่าต่างๆจึงจะมั่นใจได้ การตรวจantigen จากเซลล์ที่นำมาจากโพรงจมูกหรือตานั้นสามารถจะพบไวรัสได้เช่นกันในช่วง5-21วันหลังจากติดเชื้อ

การรักษา
การรักษานั้นไม่สามารถที่จะทำได้ สิ่งทีทำได้คือการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามอาการ และการพยุงอาการไม่ให้แย่ลง สุนัขจะต้องอยู่ในที่ที่สะอาด อบอุ่น และได้รับการรักษาอาการที่เกิดจากโรคนี้ การให้ยาปฏิชีวนะเป็นสิ่งที่ควรทำแม้จะไม่สามารถกำจัดไวรัสนั้นได้เพราะสุนัขที่เป็นโรคไข้หัดสุนัขนั้นมักจะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้การเพิ่มวิตามินบีและซีในปริมาณสูงจะช่วยทดแทนวิตามินเหล่านี้ที่เสียไปมากจากการเป็นโรคนี้ ซึ่งควรให้ทางกระแสเลือด สำหรับสุนัขที่เป็นขั้นรุนแรง ให้ใช้น้ำเกลืออย่างต่อเนื่องเพื่อปรับค่าเกลือแร่ ให้เป็นปกตินั้นเป็นเรื่องสำคัญ สุนัขอาได้รับยาเพิ่มเติมสำหรับอาการทางสมอง เพื่อป้องกันการชักและช่วยต่อต้านอาการทางประสาทอื่นๆที่มากับโรคนี้ สำหรับสุนัขที่หายากโรคนี้นั้นยังสามารถแพร่กระจายเชื้อโรคได้อยู่ ดังนั้นสุนัขตัวอื่นๆที่อยู่ในบริเวณเดียวกันควรได้รับการตรวจเช็คว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันครบถ้วนแล้วในระยะ6เดือน

การป้องกัน
โรคไข้หัดสุนัขสามารถวินิจฉันได้ยาและยังไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา การป้องกันนั้นจึงสำคัญมาก แม่พันธุ์สุนัขนั้นควรจะได้รับการฉีดวัคซีนไข้หัดสุนัขก่อนที่จะมีลูกเพื่อให้ลูกมีความต้านทานสูง แต่ภูมิต้านทานของลูกนั้นก็ขึ้นอยู่กับลูกสุนัขได้ดูดนมแม่ในทันทีขณะที่ยังมีน้ำนมเหลืองอยู่หรือไม่ ซึ่งหากได้รับนมเหลืองจากแม่อย่างเพียงพอสุนัขจะมีภูมิคุ้มกันในช่วง9-12สัปดาห์แรก ลูกสุนัขที่ได้รับนมแม่แต่ไม่ได้น้ำนมเหลืองอาจมีภูมิประมาณ1-4สัปดาหื การฉีดวัคซีนนั้นควรเริ่มตั้งแต่อายุ6-8สัปดาห์และได้รับการฉีดซ้ำประมาณทุกๆ4สัปดาห์ จนครบ3ครั้ง สุนัขจะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน2-3วันหลังจากฉีดวัคซีน และ สุนัขโตนั้นควรจะได้รับการฉีดวัคซีนซ้ำทุกๆปีหรือสองปี
เชื้อไวรัสนี้สามารถกำจัดออกไปจากบริเวณที่สุนัขอยู่ได้ด้วยการทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่สามารถฆ่าไวรัสได้ หรือด้วยการซักเสื้อผ้าที่ติดเชื้อด้วยน้ำยาซักผ้าและการตากแห้ง ไวรัสตัวนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง และสามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เป็นสัปดาห์ในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเล็กน้อย

10/10/2014

5 โรคร้ายในลูกสุนัข

ลูกสุนัขที่อายุยังน้อยมากหรืออยู่ในระหว่างการฉีดวัคซีนนั้นแน่นอนว่ามีความเสี่ยงสูงที่ที่จะเจ็บปวดด้วยโรคต่างๆมากมายเช่นเดียวกับทารก ดังนั้นนอกจากการดูแลเอาใจใส่ในความสะอาดและสุขภาพของเขาแล้ว คุณยังต้องเลือกแหล่งที่ซื้อสุนัขที่ดีเพื่อให้มั่งใจว่าคุณได้ลูกสุนัขที่ปลอดโรคและมีสุขภาพดี ซึ่งสุขภาพที่ดีนั้น คุณไม่สามารถจะดูเพียงผิวเผินได้ว่าลูกสุนัขนั้นดูแข็งแรงหรือไม่เพราะระยะในการฟักตัวของไวรัส ฯลฯ นั้น บางครั้งอาจยาวนานหลายวันและลูกสุนัขอาจจะยังไม่แสดงอาการในระหว่างนี้ดังนั้นการเลือกแหล่งที่ปลอดภัยในการซื้อลูกสุนัขรวมกันหลายตัวหรือ
มาจากลายพ่อแม่หลายบ้านในเวลาเดียวกัน เช่นตามตลาดนัด หรือตามร้านขายสัตว์เลี้ยงเพราะถือว่ามีความเสี่ยงสูง การซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ที่ดีซึ่งมีสุนัขประกวดหรือพ่อแม่พันธุ์ที่ได้รับการดูแลอย่างดีนั้นจะช่วยให้ความเสี่ยงน้อยลงมากเพราะทางผู้ขายเองจะต้องระวังสุนัขพ่อแม่พันธุ์ของตนอย่างดีให้ในสถานที่ปราศจากเชื้อ อย่างไรก็ดี ดิฉันอยากให้ผู้เลี้ยงลูกสุนัขและคนที่กำลังจะคิดซื้อลูกสุนัขในอนาคตได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับโรคติดต่อเหล่านี้ที่คร่าชีวิตสุนัขมามากมายเพื่อที่จะได้ระมัดระวังได้ถูกวิธีและได้เข้าใจการรักษาที่ถูกต้องด้วยดังข้อมูลดังต่อไปนี้ครับ

โปรแกรมวัคซีน ที่จำเป็นของน้องแมวครับ....
07/09/2014

โปรแกรมวัคซีน ที่จำเป็นของน้องแมวครับ....

โปรแกรมวัคซีน ที่จำเป็นในสุนัขนะครับ...
07/09/2014

โปรแกรมวัคซีน ที่จำเป็นในสุนัขนะครับ...

การดูแลน้องหมาน้องแมว หลังฉีดวัคซีนครับ....
07/09/2014

การดูแลน้องหมาน้องแมว หลังฉีดวัคซีนครับ....

ผลข้างเคียง (แพ้วัคซีน) ซั่งอาจเนอ แต่น้อยมากครับ...
07/09/2014

ผลข้างเคียง (แพ้วัคซีน) ซั่งอาจเนอ แต่น้อยมากครับ...

สิ่งที่เจ้าของควรรู้อ่ะครับ
07/09/2014

สิ่งที่เจ้าของควรรู้อ่ะครับ

ที่อยู่

บ้านหมอศรัทธาสัตวแพทย์
Phrae
54120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

094 841 4288

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านหมอศรัทธาสัตวแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท