22/05/2022
#มอร์มูฟเป็นข่าว 'นมโรงเรียน' ส่อวุ่นกันทั้งประเทศ!!! เมื่อล่าสุด คนเลี้ยงโคนมทั่วไทยเตรียมเทนมทิ้ง-ประท้วงกระทรวงเกษตรฯ อ้างหลักเกณฑ์ใหม่กระทบการผลิตนมทั่วประเทศ ทำนมเหลือวันละ 110 ตัน หรือเดือนละกว่า 3,300 ตัน-ไม่มีที่จำหน่าย ระบุชัด หลักเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นการทำลายความมั่นคงของผู้เลี้ยงโคนมอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
Source : dailynews - https://bit.ly/30DNafB
#เท้าความ จากกรณี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกข้อตกลงหรือหลักเกณฑ์ใหม่ จัดสรรการผลิตนมโรงเรียนให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ตามที่สามารถเข้ามาร่วมการผลิตนมโรงเรียนในจำนวน 1,300 ตันต่อวันได้ ปรากฏว่า บางรายไม่มีน้ำนมเป็นของตน หรือมีน้ำนมแต่ไม่เพียงพอ หรือแม้แต่กระทั่งไม่ได้ผลิตนมโรงเรียนเองไปกว้านซื้อนมจากแหล่งต่างๆ มาเข้าร่วมโครงการ เป้าหมายเพื่อสร้างความหลากหลายทางการตลาดตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ร่วมกับสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ได้ประชุมร่วมกันก่อนจะมีมติออกมาว่า จากเดิมที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เคยใช้ระบบการจัดสรรนมทั้งประเทศอย่างเป็นธรรม ไม่มีน้ำนมเหลือในประเทศ และยังสามารถผลิตไปจำหน่ายยังหลายประเทศในอาเซียนได้อีกด้วย มีการแบ่งนมออกเป็น 3 กองในแต่ละวัน กองที่ 1 ใช้เพื่อผลิตเป็นนมโรงเรียน 1,300 ตัน กองที่ 2 ใช้เป็นนมเพื่อพาณิชย์ 700 ตัน และกองที่ 3 เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นนมผง 1,400 ตัน โดยหลักเกณฑ์เดิมไม่เคยสร้างปัญหาให้แก่ผู้เลี้ยงโคนมแต่อย่างใด
แต่การออกหลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรฯ ทำให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ตามสามารถเข้ามาร่วมการผลิตนมโรงเรียนในจำนวน 1,300 ตันต่อวันได้ ปรากฏว่ามีบางคณะที่ไม่มีน้ำนมเป็นของตน หรือมีน้ำนมแต่ไม่เพียงพอหรือแม้แต่กระทั่งไม่ได้ผลิตนมโรงเรียนเอง ไปกว้านซื้อนมจากแหล่งต่างๆ มาเข้าร่วมโครงการ ทำให้ผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศเกือบ 30,000 ครอบครัวเดือดร้อน มีน้ำนมที่รีดจากแม่โคเหลือแต่ละวันเฉลี่ยวันละกว่า 110 ตัน หรือ เดือนละกว่า 3,300 ตัน ไม่มีที่จำหน่าย จะต้องนำไปเททิ้งต่อไป ถือเป็นการทำลายความมั่นคงของผู้เลี้ยงโคนมอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งจะเททิ้งที่ไหนให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ความเดือดร้อน-ให้รู้ว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมจะกำหนดสถานที่กันต่อไป
📌 ในเบื้องต้นทาง คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ขอเรียกร้องความเป็นธรรมไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือใครก็ตามที่มีอำนาจทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่ ดังนี้
1) ให้สหกรณ์ขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมโครงการอาหารเสริมหรือนมโรงเรียนได้ สหกรณ์โคนมที่มียอดผลิตไม่เกิน 60,000 ถุงต่อวันไม่ต้องปรับลดการผลิตลงตามข้อตกลงหรือหลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2) ให้มีการทบทวนเรื่องการใช้น้ำนมดิบผลิตนมโรงเรียนตามปริมาณที่มีอยู่จริงในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพน้ำนมไม่ได้มาตรฐานที่อาจะมีการนำมาเข้าร่วมการจัดสรรนมโรงเรียน
3) ให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงใหม่ เนื่องจากแต่ละสหกรณ์โคนมไม่มีตลาดรองรับน้ำนมดิบที่ถูกปรับลดลงไปจากจากเรื่องข้อตกลงนี้.