วิสาหกิจชุมชน บารอกัตฟาร์ม ผักไฮโดรโปนิกส์ ตำบลนาเคียน

วิสาหกิจชุมชน บารอกัตฟาร์ม ผักไฮโดรโปนิกส์ ตำบลนาเคียน ผักสลัดปลอดภัยมี GAP รับรอง ฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์

11/03/2025

#วิธีสังเกตุพืชขาดธาตอาหาร
ธาตุอาหารหลักพืชต้องการในปริมาณมาก
ธาตุรองพืชต้องการในปริมาณไม่มากนัก
จุลธาตุพืชต้องการในปริมาณน้อย
เครื่องวัดค่าปุ๋ย NPK เครื่องตรวจดิน https://shope.ee/6KSRKegcWz
จากตารางสามารถแบ่งกลุ่มการขาดธาตุอาหารตามลักษณะและบริเวณที่พืชแสดงอาการได้ 3 กลุ่ม คือ

ถ้าพืชแคระแกร็น มีอาการแสดงออกเฉพาะที่ใบแก่ ใบร่วงเร็ว แสดงว่าน่าจะขาดธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจ ฟอสฟอรัส หรือ โปตัสเซียม นอกจากนี้การขาด แมกนีเซียม ก็แสดงอาการที่ใบแก่เช่นกัน อย่างไรก็ตามในดินที่มีอินทรีวัตถุมากไม่น่าจะขาด ไนโตรเจน ดินเหนียวไม่น่าจะขาด โปตัสเซียม และดินที่ไม่เป็นกรดน่าจะมี แมกนีเซียม เพียงพอ

ถ้าพืชแสดงอาการที่ส่วนยอดและลุกลามมายังใบที่โตเต็มที่แล้ว อาการแบบนี้มักจะเกิดจากการขาดธาตุ กำมะถัน ทองแดง สังกะสี โมลิบดินัม หรือ คลอรีน แต่โดยปกติคลอรีนมีมากในดินและน้ำ พืชจึงไม่ค่อยขาดคลอรีน อาการขาดธาตุพวกนี้จะคล้ายๆ กันคือใบพืชจะขาดสีเขียว ใบเหลืองด่างหรือขาวเหลือง ในดินที่เป็นด่างจะขาดทองแดงและสังกะสี

ถ้าพืชแสดงอาการเฉพาะที่ส่วนยอด ซึ่งมักจะเกิดกับพืชที่โตแล้วแสดงว่าพืชอาจจะขาดธาตุอาหารพวก แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส หรือ โบรอน ซึ่งถ้าจะแยกว่าขาดอะไรให้ดูอาการและลักษณะของดินประกอบ เช่น ถ้าดินเป็นด่างไม่น่าจะขาด แคลเซียม ถ้าขาด เหล็ก ใบอ่อนจะเป็นสีขาวเหลืองแต่เส้นใบเขียวชัดเจน ถ้าขาดโบรอนอาจมีใบขาดวิ่นหรือต้น-หัวมีจุดสีน้ำตาล
+
+
P ฟอสฟอรัส ต้นแคระแกร็น ใบเล็ก เหลือง ลำต้นเล็กลง ใบล่างเริ่มมีสีม่วงตามแผ่นใบ ดอกผลน้อย รากไม่เจริญ

N ไนโตรเจน ลำต้นและรากแคระแกร็น ใบเล็กเหลืองซีด ร่วงง่าย แตกกิ่งก้านน้อย ถ้าขาดมากๆ จะเหลืองซีดไปทั้งต้นและอาจทำให้ตายได้

K โปตัสเซียม ใบแก่มีอาการไหม้เริ่มจากที่ปลายใบ แผ่นใบจะโค้งลงหรือม้วนจากปลายใบ ใบอ่อนจะมีจุดประสีแดงหรือเหลืองระหว่างเส้นใบ คุณภาพของดอกและผลลดลง

Mg แมกนีเซียม ใบแก่มีลักษณะเหลืองซีด ระหว่างเส้นใบมีสีขาวหรือเหลือง ใบร่วงเร็ว การเจริญเติบโตช้าลง ปริมาณและคุณภาพของดอกผลต่ำ

S กำมะถัน ใบยอดมีขนาดเล็ก สีเหลืองซีด เส้นใบยังคงมีสีเขียว

Ca แคลเซียม ใบอ่อนบิดเบี้ยว ขอบใบม้วนลง ขอบใบไม่เรียบ ขาดและแห้ง ยอดอ่อนตาย

Cl คลอรีน ใบเหี่ยวง่าย เหลืองด่าง พืชทั่วไปมีคลอรีนพอเพียงจึงไม่พบปัญหาของการขาดคลอรีน

Mo โมลิบดินั่ม ขอบใบโค้งหงิกงอ มีจุดเหลืองด่างตามขอบใบ

Zn สังกะสี ใบอ่อนมีสีเหลืองซีดและปรากฏสีขาวประปรายตามแผ่นใบ ทำให้ไม่ทนต่อสภาวะแดดร้อนจัดและหนาวจัด

Cu ทองแดง ใบอ่อนจะมีสีเหลือง ตาจะกลายเป็นสีดำ ยอดจะชะงักการเจริญเติบโตและตาย

B โบรอน ส่วนยอดมีสีเหลืองและแห้งตาย ลำต้นและใบบิดเบี้ยว ลำต้นไม่ค่อยยืดตัวและเปราะแตกง่าย

Mn แมงกานีส ระหว่างเส้นใบจะขาดสีเขียวหรือเกิดจุดขาวเหลือง แต่เส้นใบยังคงมีสีเขียว ไม่ออกดอกผล

Fe เหล็ก ยอดอ่อนมีสีเหลืองซีดจนกระทั่งเป็นสีขาวและแห้งตาย แต่เส้นใบยังคงมีสีเขียว
+
+
การแก้ไข

ถ้าพืชขาดธาตุอาหารหลักพวก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปตัสเซียม นิยมใส่ปุ๋ยให้ทางดิน เพราะพืชต้องการมาก การให้ปุ๋ยทางใบโดยปกติจะช่วยเสริมให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีในช่วงแรกๆ ปุ๋ยที่ใช้ควรเลือกสูตรให้เหมาะสมตามลักษณะที่พืชขาด ตัวเลขสูตรปุ๋ย เช่น 30-20-10 หมายถึงปริมาณของ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปตัสเซียม ในปุ๋ยนั้นตามลำดับ

ถ้าพืชแสดงอาการขาด แคลเซียม หรือ แมกนีเซียม ซึ่งโดยปกติจะพบในดินที่เป็นกรด แก้ไขได้โดยการใส่ปูน ถ้าขาดแคลเซียมอาจใช้ปูนมาร์ล ปูนขาวหรือหินปูนบด แต่ถ้าขาด แมกนีเซียม ด้วยควรใช้ปูนโดโลไมต์ เพราะมีทั้ง แคลเซียม และ แมกนีเซียม

ถ้าพืชขาดจุลธาตุ ควรปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน pH ให้มีค่าประมาณ 5.5-7 เพราะดินในสภาพนี้จุลธาตุจะละลายออกมาให้พืชใช้ได้พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป แต่ถ้าดินมีธาตุเหล่านี้น้อยนิยมเพิ่มในรูปของปุ๋ยอินทรีย์

เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพราะปุ๋ยพวกนี้มีธาตุเหล่านี้อยู่ด้วย อย่างไรก็ตามการใส่ปุ๋ยให้ทางดินอาจจะช้าแก้ไขได้ไม่ทันการ ดังนั้นอาจมีการฉีดพ่นให้ทางใบด้วย ในปัจจุบันมีปุ๋ยที่มีพวกจุลธาตุผสมอยู่มาก เช่น ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ

แต่ถ้าทราบว่าขาดจุลธาตุเพียง 1 หรือ 2 ตัว ก็อาจหาซื้อปุ๋ยที่มีเฉพาะธาตุนั้นๆ มาฉีดให้ทางใบก็ได้ เช่น เหล็กคีเลทให้ธาตุเหล็ก แมงกานีสซัลเฟตให้ แมงกานีสและกำมะถัน ซิงซัลเฟตให้สังกะสีและกำมะถัน คอปเปอร์ซัลเฟตให้ทองแดงและกำมะถัน โบแร็กซ์ให้โบรอน แอมโมเนียมโมลิบเดทให้โมลิบดินัมและไนโตรเจน และอื่นๆ อีกมาก

14/02/2025

#ผักที่ปลูกในน้ำกับผักที่ปลูกในดินอันไหนปลอดภัยกว่ากัน? สารไนไตรทที่ตกค้างในผักไฮโดรฯก่อมะเร็งได้จริงหรือ? ผักปลูกในดินมีไนเตรทไหม?

#ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ทางการแพทย์หรืองานวิจัยสำนักใดในโลกออกมายืนยันว่า กินผักไฮโดรโปนิกส์แล้วทำให้เป็นมะเร็ง หรือมีสารไนเตรทที่ตกค้างในผักเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในคน

#ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับคือ ทั้งผักที่ปลูกในน้ำและผักที่ปลูกดินล้วนมีสารไนเตรทตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะปลูกในระบบอินทรีย์หรือเคมี ไม่ว่าจะปลูกในน้ำหรือบนดิน ล้วนต้องใช้ปุ๋ยด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งปุ๋ยทั้งสองชนิดจะมีองค์ประกอบที่เหมือนกันคือ มีแร่ธาตุหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพราะเป็นสารอาหารที่พืชต้องการนำไปสร้างการเจริญเติบโต เช่นเดียวกับคนที่ต้องกินอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารสารพัดชนิดไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้เจริญเติบโต

#สารไนเตรทที่คนกินเข้าไปในปริมาณที่มากเกินมาตรฐาน แล้วจะทำให้เป็นมะเร็งในพืชผักนั้น เป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เราควรไประมัดระวังสารไนไตรทจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์หมัก หรือการกินปิ้งย่างมากกว่า ซึ่งน่ากลัวและเป็นอันตรายมากกว่าผักเยอะ

#ผักไฮโดรโปนิกส์มีคุณค่าทางโภชนาการมีสารอาหารไม่ต่างไปจากผักปลูกดิน คืออาหารหลักหมู่ที่ 3 ในอาหารหลัก 5หมู่ ที่มนุษย์จะต้องกิน เพื่อไปสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงต่อสู้กับโรคได้ ผักให้สารพฤกษาเคมีนำไปต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และผักให้ใยอาหารทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ไปกวาดสารพิษ สารก่อมะเร็งออกจากลำไส้ได้

#สรุปผักไฮโดรฯหรือผักในดินไม่ต่างกัน ความปลอดภัยมันอยู่ที่คนปลูกใช้ยาในการกำจัดศัตรูพืชและแมลงไหม เพราะสารเคมีที่น่ากลัว คือ สารเคมีที่ใช้กำจัดแมลง และ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช...

ที่มา :
#ศูนย์สารนิเทศทางอาหาร
#สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
#หนังสือพิมพ์มติชน
#เพจเกษตรกรรมยั่งยืน

ที่อยู่

ซอย ต้นหว้า-นาชี
Nakhon Si Thammarat
80000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66879998943

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิสาหกิจชุมชน บารอกัตฟาร์ม ผักไฮโดรโปนิกส์ ตำบลนาเคียนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์