บางแก้ว อุบล

บางแก้ว อุบล จำหน่ายสุนัขพันธ์บางแก้ว
มอบความรักให้คนรักบางแก้ว^^

05/01/2020

ใคร ๆ ก็ไม่อยากย่ำอยู่กับที่ แต่จะมีวิธีไหนที่ช่วยเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น...

05/11/2019
ประกาศจ้า !! ขอขอบคุณแฟนเพจทุกท่าน ที่มาเยี่ยมชมความน่ารักของเหล่าเด็กดุ และให้ความสนใจสอบถามถึงน้องกันเข้ามามากมายนะคะ ...
08/02/2019

ประกาศจ้า !!
ขอขอบคุณแฟนเพจทุกท่าน ที่มาเยี่ยมชมความน่ารักของเหล่าเด็กดุ และให้ความสนใจสอบถามถึงน้องกันเข้ามามากมายนะคะ 😊

ตอนนี้ยัง ไม่มี น้องหมาล๊อตใหม่นะคะ เนื่องจากอยากให้แม่สมายได้พัก และทำตัวให้อ้วนท้วนอยู่จ้า

หากมีอัพเดทอย่างไร แอดมินจะประกาศให้ทราบอีกทีนะคะ ขอบคุณมากค่า 😁😁

😘
04/01/2019

😘

ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บ-หมัดน้องหมา : ยาหยดหลัง

ยาหยดหลังเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บและหมัดน้องหมา ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในบ้านเราค่อนข้างมาก เพราะค่อนข้างสะดวกในการใช้ ไม่จำเป็นต้องพาน้องหมาไปหาคุณหมอ เจ้าของสามารถซื้อมาหยดต้นคอน้องหมาที่บ้านเองได้ ค่อนข้างปลอดภัย (ถ้าใช้อย่างถูกวิธีและเลือกยี่ห้อที่มีการขึ้นทะเบียนยาอย่างถูกต้อง) ในท้องตลาดบ้านเราก็มีอยู่หลายตัวยา ซึ่งอาจมีกลไกในการออกฤทธิ์และเงื่อนไขในการใช้ยาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ค่ะ

*** ในส่วนของยาหยดต้นคอนั้นขอไล่รายชื่อตัวยาตามยี่ห้อนะคะ เพราะเนื่องจากว่าจะสะดวกให้ท่านผู้อ่านทำความเข้าใจกับตัวยาและจำยาได้ง่ายกว่าไล่ตามชื่อตัวยาออกฤทธิ์จริงๆ และนำเสนอเฉพาะยี่ห้อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยาแน่นอนแล้วนะคะ ณ จุดนี้ ผู้เขียนขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้เป็นหน้าม้าเชียร์ยาตัวใดเป็นพิเศษนะคะ ***

Frontline® และ Frontline plus® (ฟร้อนไลน์และฟร้อนไลน์ พลัส)

จัดว่าเป็นยี่ห้อยาหยดหลังที่แพร่หลายและเป็นที่รู้จักที่สุดในบ้านเรายี่ห้อหนึ่ง ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ผลิตโดยบริษัทเดียวกัน ตัวยาสำคัญหลัก คือ Fipronil (ฟิโปรนิล) และมีกลไกในการแพร่กระจายของยาเหมือนกัน แต่ Frontline plus® จะเพิ่มตัวยา S-Methoprene (เอส-เมโทรพรีน) ซึ่งมีฤทธิ์ในการกำจัดไข่หมัดเพิ่มขึ้นมาค่ะ ยาทั้ง 2 ยี่ห้อนี้จะออกฤทธิ์โดยรบกวนการส่งกระแสประสาทของเห็บและหมัดค่ะ

หลักการในการแพร่กระจายของ Frontline® (ต่อจากนี้เมื่อพูดว่า Frontline® จะหมายถึงทั้ง Frontline® และ Frontline plus® นะคะ)นั้น คือ เมื่อหยดยาลงบนต้นคอ ยาจะกระจายไปทั่วตัวผ่านน้ำมันตามธรรมชาติที่ร่างกายน้องหมาสร้างขึ้นมา และถูกดูดซึมมาเก็บไว้ที่ต่อมไขมันในรูขุมขน และมีการขับยาออกมากับน้ำมันที่ต่อมไขมันสร้างออกมาเคลือบผิวหนังและขน ซึ่งกระบวนการในการกระจายของยาไปทั่วตัวน้องหมานั้นจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงค่ะ เมื่อเห็บเริ่มไต่ขึ้นตัวน้องหมาเห็บก็จะเริ่มได้รับตัวยา Fipronil ทันที ซึ่งทางผู้ผลิตบอกว่าเห็บจะตายหลังจากเริ่มได้รับยาบนตัวน้องหมาในเวลา 48 ชั่วโมง และตัว Frontline® นั้นสามารถออกฤทธิ์บนตัวน้องหมาได้ประมาณ 30 วันค่ะ

สามารถใช้ Frontline® แบบหยดหลังกับได้ตั้งแต่น้องหมาอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ ทางผู้ผลิต Frontline® ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะอยู่แค่ที่ชั้นผิวหนัง ไม่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้ไม่เป็นพิษกับอวัยวะสำคัญภายใน แต่อย่างไรก็ดีถ้าต้องการใช้ยานี้ในน้องหมาที่ป่วยหรืออายุมาก แนะนำให้ปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อนใช้ดีกว่านะคะ

ข้อหนึ่งที่ทางผู้ผลิตค่อนข้างเน้นย้ำก็คือ ก่อนหยดยาลงบนตัวน้องหมาควรแน่ใจว่าขนน้องหมาแห้งสนิทจริงๆ เพราะถ้าขนน้องหมาโดยเฉพาะตำแหน่งที่หยดยาเปียกน้ำ จะทำให้ความสามารถในการดูดซึมยาลงไปในตัวน้องหมาลดลง เนื่องจาก Frontline® นั้นจับกับไขมันได้ดี (แต่น้ำกับน้ำมันนั้นไม่เข้ากัน) ถ้ามีน้ำเปียกที่ผิวหนัง น้ำก็จะเป็นเหมือนชั้นฟิล์มบางๆกั้นไม่ให้ยาดูดซึมและแพร่กระจายไปทั่วตัวน้องหมาได้ และเมื่อหลังหยดแล้วควรเลี่ยงอย่าให้ตัวน้องหมาเปียกหรืออย่าเพิ่งอาบน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยาจะกระจายไปทั่วตัวน้องหมานั่นเอง จริงๆแล้วเจ้าของจะหยดยาตัวนี้หลังอาบน้ำเลยก็ได้ แต่ต้องมันใจว่าขนและผิวหนังน้องหมาแห้งสนิท แต่ส่วนใหญ่เวลาอาบน้ำให้น้องหมาเองที่บ้านเจ้าของมักจะเป่าไดร์ได้แห้งไม่สนิทดี ดังนั้นเมื่อเจ้าของไปซื้อ Frontline® มาหยดหลังจึงมักจะพบว่าคนขายแนะนำว่าให้งดอาบน้ำก่อนและหลังหยดยา 1-2 วันนั่นเองค่ะ หลังจากนั้นเจ้าของก็สามารถอาบน้ำให้น้องหมาได้ตามปกติ

ตำแหน่งที่ใช้ในการหยดยานั้น จะใช้บริเวณผิวหนังที่บริเวณหลังช่วงต้นคอและไม่เกินหัวไหล่ เพราะเนื่องจากจุดนี้เป็นจุดที่มีต่อมไขมันค่อนข้างเยอะทำให้มีโอกาสดูดซึมยาลงไปที่ผิวหนังได้ดี และยังเป็นจุดที่น้องหมาเอี้ยวตัวกลับมาเลียยาไม่ถึง วิธีการหยดนั้นเริ่มจากฉีกซองที่หุ้มออก และหักตรงรอยหักที่หลอด และนำมาหยดที่ผิวหนังที่บริเวณหลังคอถึงช่วงระหว่างหัวไหล่ทั้งสองข้างของน้องหมา โดยแหวกขนให้เห็นผิวหนังก่อนแล้วจึงหยดให้หมดหลอด ถ้าเราไม่แหวกขนออกอาจทำให้ยาติดอยู่ที่เส้นขนไม่ลงไปที่ผิวหนังมากพอ ก็ทำให้ปริมาณยาที่จะกระจายไปทั่วตัวน้องหมาลดลง ยาก็อาจได้ผลลดลง ในกรณีที่น้องหมาขนสั้น แหวกขนได้ลำบาก ให้พยายามให้ปลายหลอดยาแนบติดผิวหนังมากที่สุด และหยดยาในแนวย้อนขน เพื่อให้ยามีโอกาสสัมผัสกับผิวหนังให้มากที่สุดค่ะ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ Frontline® นั้นก็คือ อาการระคายเคือง ณ บริเวณที่หยดยา และอาจมีขนร่วงได้ ในกรณีที่สุนัขเลียหรือกินยานี้เข้าไป อาจทำให้มีอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติ เพราะใน Frontline® นั้นมีสารสื่อในการนำตัวยาบางส่วนเป็นพวกแอลกอฮอล์ค่ะ ส่วนเรื่องความเป็นพิษนั้น มีการทดลองให้สุนัขกิน Frontline® ไปหลายสิบเท่า แต่ไม่มีรายงานว่าก่อให้เกิดความเป็นพิษชัดเจนในน้องหมา จึงจัดว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงในการใช้กำจัดเห็บ-หมัดตัวหนึ่งค่ะ แต่อย่างไรก็ดีเมื่อพบว่าน้องหมากินหรือเลียยานี้เข้าไป ก็ควรพาไปพบคุณหมอด้วยนะคะ

Prac-tic® (แพร็ค-ติค)

เป็นยาหยดหลังสำหรับกำจัดเห็บ-หมัดในน้องหมาอีกยี่ห้อหนึ่งที่มีการขายในบ้านเรา แต่เจ้าของหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักกันแพร่หลายนัก เพราะเพิ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ไม่กี่ปี ตัวยาสำคัญใน Prac-tic® คือ Pyriprole (ไพริพรอล) ซึ่งจะออกฤทธิ์กำจัดเห็บหมัดโดยการไปรบกวนการส่งกระแสประสาทของเห็บ-หมัด คล้ายๆกับตัว Frontline® ค่ะ

กลไกในการแพร่กระจายของยาจะคล้ายคลึงกับ Frontline® คือ ยาจะแพร่ไปกับน้ำมันที่ร่างกายน้องหมาสร้างและสะสมอยู่ที่ต่อมไขมันในชั้นผิวหนัง และค่อยๆปลดปล่อยมากับไขมันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเคลือบเส้นขนและผิวหนัง ยาจะกระจายไปทั่วตัวน้องหมาในเวลา 24 ชั่วโมงค่ะ ยาตัวนี้จะอยู่แค่ในชั้นผิวหนัง ไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดค่ะ ผู้ผลิตจึงเคลมว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงในการใช้ค่ะ

เงื่อนไขในการหยดตัว Prac-tic® นั้นก็เหมือนกับตัว Frontline® ค่ะ คือก่อนจะหยดยาควรจะให้ตัวน้องหมาแห้งสนิทก่อนและควรงดอาบน้ำภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากหยดยา (งดอาบน้ำก่อนและหลังหยดยา 1-2 วันนั่นเอง) ตำแหน่งที่ใช้ในการหยดยานั้นก็คือ ตรงช่วงหลังคอถึงตรงกึ่งกลางระหว่างหัวไหล่สองข้างเหมือนกับใน Frontline® แต่ถ้าในกรณีที่เป็นน้องหมาตัวใหญ่ ปริมาณยาในหลอดของ Prac-tic® จะค่อนข้างเยอะ ทางผู้ผลิตจะแนะนำให้เพิ่มตำแหน่งในการหยดเป็น 2-3 จุด ตามแนวสันหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้มียาไหลย้อยลงมาข้างตัวเวลาหยด เพราะ Prac-tic® สำหรับน้องหมาขนาดใหญ่จะมีปริมาณยาในหลอดที่มากกว่า Frontline® ค่ะ เช่น Frontline สำหรับน้องหมาหนัก 20-40 กิโลกรัมนั้นจะมีปริมาณยาในหลอด 2.68 ซีซี แต่ใน Prac-tic® สำหรับน้องหมาหนัก 22-50 กิโลกรัมนั้น จะมีปริมาณยาในหลอดถึง 5 ซีซีเลยค่ะ

สามารถใช้ Prac-tic® ได้ตั้งแต่น้องหมาอายุ 8 สัปดาห์และมีน้ำหนักมากกว่า 2 กิโลกรัมขึ้นไป หลีกเลี่ยงการใช้ในน้องหมาที่กำลังป่วยอยู่ ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้ปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อนค่ะ ถ้าน้องหมาตัวใดแพ้ต่อสารประกอบในกลุ่ม Phenylpyrazole ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Prac-tic® ด้วยนะคะ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการใช้ Prac-tic® ได้แก่ ขนหลุดร่วง ขนเปลี่ยนสี หรือมีอาการคันในตำแหน่งที่มีการหยดยา ถ้าน้องหมาเลียยาตัวนี้เข้าไปอาจมีน้ำลายไหลมากผิดปกติได้ในช่วงเวลาสั้นๆและสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา มีการทดลองเอา Prac-tic® ป้อนปากน้องหมา พบว่าไม่มีรายงานการเกิดพิษจนเป็นอันตรายอย่างชัดเจน พบแค่ว่ามีสุนัขบางตัวในการทดลองท้องเสียเล็กน้อยค่ะ

บางคนมีคำถามว่าเทียบประสิทธิภาพของ Frontline® กับ Prac-tic® นั้น อันไหนดีกว่า จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเท่าที่ใช้มา ผลในการกำจัดเห็บ-หมัดใกล้เคียงกัน จะเลือกตัวไหนขึ้นกับความสะดวกของเจ้าของเป็นหลัก และถ้าใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งมานาน อาจมีการดื้อยา ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดเห็บ-หมัดลดลง ก็อาจเปลี่ยนมาใช้อีกยี่ห้อเพื่อแก้ปัญหาการดื้อยาก็ได้ค่ะ

Revolution® (เรฟโวลูชั่น)

เป็นยาหยดหลังอีกยี่ห้อหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ตัวยาออกฤทธิ์สำคัญใน Revolution® คือ Selamectin ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม Avermectin เช่นเดียวกับยา Ivermectin (ที่ในบ้านเราเอามาฉีดกำจัดเห็บกันล่ะค่ะ) เมื่อเราหยดยาลงบนตัวน้องหมา ยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และเมื่อเห็บดูดเลือดน้องหมาก็จะได้รับยาที่อยู่ในเลือดน้องหมา ตัวยาก็จะไปออกฤทธิ์ยับยั้งการส่งกระแสประสาทในตัวปรสิต ทำให้ตัวปรสิตเป็นอัมพาตและตาย ซึ่งจุดนี้จะต่างกับยาหยดหลังยี่ห้อ Frontline® และ Prac-tic® ตรงที่ว่าทั้ง Frontline® และ Prac-tic® นี้ยาจะอยู่ที่ไขมันที่เคลือบผิวหนังและขนสุนัขไว้ ทำให้เห็บได้รับยาทันทีที่ขึ้นมาไต่บนตัวน้องหมา ไม่ต้องรอให้เห็บดูดเลือดก่อน และอาจทำให้เห็บบางตัวตายก่อนที่จะดูดเลือดน้องหมาก็ได้ค่ะ

ตัวยา Revolution® มีคุณสมบัติในการกำจัดปรสิตได้หลากหลายชนิด นอกจากการกำจัดเห็บ-หมัดแล้ว ยังสามารถกำจัดไรในหู ไรขี้เรื้อนแห้ง พยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร และสามารถป้องกันพยาธิหนอนหัวใจได้อีกด้วย ต่างกับ Fronltine® และ Prac-tic® ที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับปรสิตภายนอกอย่างเห็บหมัดเท่านั้น แต่ไม่มีผลต่อปรสิตภายในอย่างพยาธิหนอนหัวใจและพยาธิตัวกลมในลำไส้ค่ะ

สามารถใช้ Revolution® ได้ตั้งแต่น้องหมาอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป สามารถใช้ได้ในน้องหมาที่ตั้งท้องและให้นมลูกได้นะคะ รวมทั้งยังสามารถให้ในสุนัขที่เป็นพันธุ์เสี่ยงที่จะแพ้ยา Ivermectin อย่างพันธุ์คอลลี่ และโอลด์ อิงลิช ชีพด็อกได้อีกด้วย ยาออกฤทธิ์บนตัวน้องหมาได้ประมาณ 1 เดือนค่ะ

ตำแหน่งที่ใช้ในการหยดยานั้นก็เหมือนกับ Frontline® คือ บริเวณหลังคอไปจนถึงบริเวณกึ่งกลางระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง แต่ข้อจำกัดในเรื่องการงดอาบน้ำจะน้อยกว่า คือ ก่อนใช้และหลังใช้งดอาบน้ำ 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้เนื่องจากยานี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ไม่ได้อยู่ที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ต่างกับ Frontline® และ Prac-tic® ทำให้ไม่จำเป็นต้องงดอาบน้ำนานเป็นวันเหมือนอย่าง 2 ยี่ห้อนั้นค่ะ

จากที่ทำงานในคลีนิคมา ถ้าใช้ Revolution® เพื่อกำจัดตัวหมัด รักษาไรขี้เรื้อนแห้งและไรในหู ค่อนข้างได้ผลดีตั้งแต่ครั้งแรกที่หยด แต่กรณีที่ใช้เพื่อกำจัดเห็บโดยเฉพาะเคสที่มีเห็บมากๆ มักจะโดนเจ้าของบ่นว่ารู้สึกว่าหยดไปแล้ว แต่เห็บไม่ค่อยลดลงเลย ตรงจุดนี้ทางผู้ผลิตได้บอกไว้ในฉลากยาว่า ถ้าเคสที่มีเห็บเยอะอาจหยดซ้ำใน 2 สัปดาห์ถัดมาได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 1 เดือนค่ะ

โดยส่วนตัวของผู้เขียนนั้นจะไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ Revolution® เพียงอย่างเดียวในเคสที่เจ้าของกังวลเรื่องเห็บมากๆ จะแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดรูปแบบอื่นควบคู่ไปด้วยหรือให้เปลี่ยนไปใช้ยาหยดหลังยี่ห้ออื่น โดยมากจะแนะนำให้ใช้ Revolution® ในเคสที่ไม่มีเห็บหรือมีเห็บไม่มาก และต้องการยาตัวเดียวที่ครอบคลุมและป้องกันปรสิตได้หลายๆอย่างมากกว่า

Advocate® (แอดโวเคท)

Advocate® เป็นยาหยดหลังสำหรับน้องหมาที่มีตัวยาที่ออกฤทธิ์ คือ Imidacloprid และ Moxidectin ชนิดปรสิตที่ทางผู้ผลิตเคลมว่าสามารถใช้ Advocate® แล้วได้ผลดี คือ หมัดและตัวอ่อนของหมัด ไรในหู ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรขี้เรื้อนเปียก พยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร และพยาธิหนอนหัวใจ ส่วนการนำมากำจัดเห็บทางผู้ผลิตไม่ได้เคลมไว้นะคะ จากที่เคยได้สอบถามกับทางผู้แทนยาตัวนี้ ผู้แทนยาบอกว่ามีการทดลองเรื่องประสิทธิภาพของยานี้ในการกำจัดเห็บ พบว่าได้ผลไม่ค่อยดีนัก ทางผู้ผลิตจึงไม่เอามาเคลมว่าสามารถใช้กำจัดเห็บได้ค่ะ

สาร Imidacloprid จะออกฤทธิ์ไปขัดขวางการทำงานของระบบประสาทในตัวหมัด ทำให้เป็นอัมพาตและตายในที่สุด ไม่ส่งผลต่อตัวไรและเห็บ โดยตัว Imidacloprid นี้จะอยู่ในชั้นไขมันที่เคลือบผิวหนังและเส้นขน ส่วน Moxidectin เป็นยาในกลุ่มเดียวกับ Ivermectin เมื่อหยดไปแล้ว Moxidectin จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด มีฤทธิ์ทำให้ปรสิตเป็นอัมพาตและตายส่งผลต่อไรขี้เรื้อนต่างๆ ไรในหู พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร

ตำแหน่งที่ใช้ในการหยดยา Advocate นี้ก็เหมือนกับยาหยดหลังตัวอื่นๆก็คือ หยดที่หลังคอจนถึงบริเวณกลางหัวไหล่ แต่ถ้าเป็นน้องหมาขนาดใหญ่ ผู้ผลิตแนะนำให้แบ่งหยดเป็น 2-3 ตำแหน่งตามแนวสันหลัง สามารถหยด Advocate® ได้หลังจากอาบน้ำและเช็ด-เป่าตัวน้องหมาให้แห้ง หลังใช้งดอาบน้ำใน 24 ชั่วโมงแรกค่ะ

Advantix® (แอดแวนติก)

Advantix® เป็นยาหยดหลังยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตโดยบริษัทเดียวกับ Advocate® และเคยมีบริษัทนำเข้ามาขายในบ้านเรา (แต่ตอนนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจนะคะว่ายังมีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาขายในประเทศไทยอยู่หรือไม่ แต่ขอกล่าวถึงไว้ซักเล็กน้อยนะคะ เผื่อมาเจ้าของบางท่านอาจจะไปหาซื้อมาได้) มีตัวยาสำคัญคือ Imidacloprid (คล้ายใน Advocate®) และ Permethrin สามารถออกฤทธิ์กำจัดเห็บ หมัด และยุงได้ค่ะ ซึ่งเรื่องการป้องกันไม่ให้ยุงกัดถือเป็นคุณสมบัติที่ไม่ค่อยพบในยาหยดหลังยี่ห้ออื่น

การออกฤทธิ์ของ Advantix® นั้นทางผู้ผลิตบอกว่าสามารถเป็น Repellent and Kill ซึ่งหมายถึงว่า นอกจากจะมีฤทธิ์ในการฆ่าปรสิตภายนอกต่างๆแล้ว ยังมีฤทธิ์ในการทำให้เห็บและแมลงดูดเลือดทั้งหลายไม่ฝังหัวดูดเลือด (แต่ก็ยังมีโอกาสดูดเลือดน้องหมาได้อยู่บ้างนะคะ) ซึ่งคุณสมบัติที่ทำให้เห็บและแมลงไม่ดูดเลือดน้องหมานี้เป็นจุดเด่นที่ทางผู้ผลิตเอามาเคลม เพราะช่วยลดโอกาสที่จะติดโรคที่มากับการดูดเลือดของเห็บ-หมัด และยุง อย่างเช่น พยาธิเม็ดเลือดและพยาธิหนอนหัวใจค่ะ แต่ตรงนี้ก็เป็นจุดด้อยเช่นกันค่ะ เพราะผู้เขียนเคยโดนเจ้าของหลายท่านมักบ่นว่าใช้แล้วไม่เห็นเห็บแห้งตายเลย เห็บยังเดินไปเดินมาอยู่บนตัวน้องหมา (เจ้าของหลายท่านมักจะคิดว่ายากำจัดเห็บที่ได้ผลดี คือ ยาที่ใช้แล้วเห็นได้ชัดว่าเห็บตาย) โดยมากผู้เขียนจะแนะนำให้ใช้ Advantix® ในเคสที่น้องหมาที่มีอาการแพ้และมีปัญหาผิวหนังเวลาโดนเห็บ-หมัดและยุงกัดค่ะ

ตำแหน่งที่ใช้หยดยาก็จะเหมือนกับ Advocate®ค่ะ สามารถหยดได้ทันทีเมื่อขนแห้งสนิทหลังจากอาบน้ำและเช็ดหรือเป่าไดร์ ส่วนหลังหยดควรงดอาบน้ำอย่างน้อย 2-7 วัน และทางผู้ผลิตไม่แนะนำให้อาบน้ำบ่อยเกินไป (แนะนำว่าไม่ควรเกินสัปดาห์ละครั้ง) เพราะประสิทธิภาพของยาอาจจะลดลงได้บ้างถ้าอาบน้ำบ่อยเกินไปค่ะ

Cr: ชุมชนคนรักสุนัข dogclub.in.th

ด้วยความปราถนาดี

#กำจัดเห็บหมัดออนไลน์ByDrJ

😙
26/08/2018

😙

19/08/2018

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาของวิทยาลัยเอคการ์ด ซึ่งศึกษาผลของการมีสัตว์เลี้ยงต่อสุขภาพจิตของนักศึกษา พบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยลดความเครียดของนักศึกษาลงได้

ประทีปส่องใจ โดย คนสมถะ

อ่านข่าวต่อได้ที่นี่ https://www.thairath.co.th/content/1357123

หม่ำๆ
17/07/2018

หม่ำๆ

ดูแลเด็กๆ ด้วยนะคะ
16/04/2018

ดูแลเด็กๆ ด้วยนะคะ

24/01/2018

มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ

ที่อยู่

4 ซ. สุริยาตร์ 20 ถ. สุริยาตร์ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. อุบลราชธานี
Mueang Chaiyaphum District
36000

เบอร์โทรศัพท์

+66896269964

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บางแก้ว อุบลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์