20/05/2026
จากข่าวอียาปลอม ทำให้ผมรู้ว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงแมว
หรือบางคนที่เลี้ยงแมวก็ตาม เข้าใจเรื่อง FIP น้อยมาก
ผมคือคนนึงที่กลัว FIP จนแทบเป็นบ้ามาก่อน
(ตอนนี้ก็ยังกลัวนะ) แต่อยากเอามาเล่าให้ฟังอะ
เผื่อคนไม่รู้จริงๆ ได้โปรดครับ อย่า Judge อะไรไปก่อนเร็วๆนะ
ไม่ต้องเชื่อผม ลองไปหาข้อมูลคร่าวๆอ่านกันได้
FIP มีข้อมูลเยอะมาก
แต่วันนี้ผมสรุปรวมมาให้แบบง่ายๆนะครับ
(แต่ยาวชิบหายเหมือนเดิม)
และก่อนจะเล่า พวกข้อมูลพวกนี้ผมไปรวบรวมมาจาก Internet
และจาก ประสบการณ์อุปการะแมวที่ติด FCoV มาก่อน
หากผิดพลาดประการใด
บอกผมได้เลย ผมรีบแก้ให้ทันทีครับ
และ ผมไม่ใช่แพทย์
ผมแค่เป็นคนนึงอยากให้ทุกคนเวลาไปหาคุณหมอ
แล้วอธิบายและนำส่งข้อมูลให้หมอทำงานต่อได้ง่ายๆครับ
มาเริ่มกันนะ ผมขอเล่าทีละชั้นนะ
เพราะเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนเลี้ยงแมวทุกคน
โดยเฉพาะใครที่ช่วยแมวจรบ่อยแบบผม
เริ่มจากFIP คืออะไรกันแน่
FIP ย่อมาจาก Feline Infectious Peritonitis
เกิดจากเชื้อไวรัส feline coronavirus (FCoV)
" ตรงนี้คนเข้าใจผิดเยอะที่สุด "
FCoV เจอในแมวทั่วไป โดยเฉพาะบ้านที่มีแมวหลายตัว
แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรือแค่ลำไส้อักเสบเบา ๆ ก็หาย
ปัญหาเกิดเมื่อ FCoV เปลี่ยนตัวเองในแมวบางตัว
จนกลายเป็น FIPV ตัวที่ก่อโรคจริง
แล้วทำไม FCoV ปกติ ๆ ถึงกลายเป็น FIP ได้ ?
คือปกติ FCoV อยู่ในเซลล์ลำไส้
ไม่ได้ทำร้ายอะไรมาก แต่ก็ทำนะ เช่นขี้แตกรัวๆ
**Edit เพิ่มนะครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่อันตรายนะ
มันติดกันง่ายชิบหายเลยล่ะ FCoV เนี่ย
ผ่านการใช้กระบะทรายร่วมกันและแมวไปรับเชื้อต่อ
เช่นเหยียบทรายแมวที่มีเชื้อแล้วมาเลียตัวทำความสะอาด
ยังไงก็ต้องระวังและการช่วยแมวจรมาต้องแยกก่อนรวม
อย่างน้อยจนกว่าจะตรวจโรคครบเพื่อความปลอดภัยนะครับ
ด้วยความหวังดีจากผมที่รักแมวจรเหมือนเพื่อนๆทุกคนฮะ**
แต่ในแมวบางตัว ไวรัสกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งสำคัญใน spike gene
จุดที่นักวิจัยเจอบ่อยที่สุดคือ M1058L
และบางเคสก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ 3c gene ด้วย
mutation พวกนี้ทำให้ไวรัส "เปลี่ยนเป้า"
จากที่เคยติดเซลล์ลำไส้ มันก็เปลี่ยนไปติด macrophage
( เซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดนึง )
พอติด macrophage ได้ ไวรัสก็ไหลไปทั่วร่างกาย
ระบบภูมิคุ้มกันของแมวพยายามสู้
แต่กลายเป็นทำลายเส้นเลือดและอวัยวะของตัวเอง
นั่นคือ FIP
ในบ้านที่มีแมวหลายตัว
ประมาณ 5-12% ของแมวที่ติด FCoV จะลงเอยเป็น FIP
ที่เหลือไม่เป็น
และสิ่งที่สำคัญที่ต้องรู้คือ
FIP แบบนี้ "ไม่ติดต่อจากแมวสู่แมว"
มันเกิดในตัวแมวเอง
(เกริ่นไว้ก่อนครับ ปี 2023 มีรายงานสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดที่ไซปรัส
เป็นไวรัสลูกผสมระหว่าง FCoV กับ coronavirus ของหมา
ตัวนี้ทำตัวต่างจากที่เราเข้าใจมาตลอด
ผมกำลังคุ้ยข้อมูลทุกชิ้นมาสรุปให้ทุกคนอ่าน
รอติดตามในโพสต์ถัดๆไปนะครับ)
FIP มี 2 แบบที่ควรรู้
1.แบบเปียก (wet/effusive)
มีน้ำในช่องท้องหรือช่องอก ท้องป่อง หายใจลำบาก
2.แบบแห้ง (dry/non-effusive)
ไม่มีน้ำ แต่มีก้อน granuloma (ก้อนเนื้ออักเสบชนิดหนึ่ง
เกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันร่างกาย)
ในอวัยวะภายใน
ทั้ง 2 แบบมีผลต่อตาและระบบประสาทได้
ทำให้ตามัว ชัก เดินไม่ตรง
ย้อนไปก่อนปี 2019 FIP คือเกือบ 100% ตาย
ปี 2019 ทีมวิจัยค้นพบว่ายา GS-441524 ซึ่งเป็น รักษาได้
(แต่ตัวยาไม่ถูกกฎหมายในไทยนะ)
และจากตัวเลขจากงานวิจัยล่าสุด
Systematic review ปี 2025 รวม 650 เคส
อัตรารักษาหายเฉลี่ย 84.6%
RCT จาก LMU Munich ปี 2024
GS-441524 แบบกิน 42 วัน ได้ผลเทียบเท่า 84 วัน
ในแมว FIP แบบเปียก
งานวิจัยญี่ปุ่นปี 2024
GS-441524 และ molnupiravir ได้ผลใกล้เคียงกัน ทั้งคู่กว่า 80%
ในไทยตอนนี้มียา molnupiravir ใช้กันกับแมว
หาได้ผ่านคลินิกหลายๆที่ (คุณสัตวแพทย์ไทยเก่งๆเยอะมากนะ)
แล้วก็มาถึง Checklist อาการที่ต้องเช็ค
ก่อนอื่นฟังให้ดีนะครับ FIP วินิจฉัยยากมากกกกกกกกก
อาการพวกนี้ไม่ใช่ FIP เสมอ แต่ถ้ามี ต้องรีบไปหาหมอ
1.ไข้เป็น ๆ หาย ๆ ไม่ลดเมื่อให้ยาฆ่าเชื้อ
2.เบื่ออาหาร น้ำหนักลด แม้กินได้บ้าง
3.ท้องบวมขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่อ้วน
4.หายใจเร็ว หายใจลำบาก
5.RR เกิน 30 ครั้งต่อนาทีตอนแมวพักหรือหลับ คือสัญญาณ
6.ตาขุ่น มีจุดในตา
7.เดินเซ ชัก พฤติกรรมเปลี่ยน
ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งเกิน 3-5 วัน ไปได้แล้ว
พอไปถึงคลินิค หรือโรงพยาบาล
ก่อนจะถึงขั้นตอนวินิจฉัยจริง
หลายที่จะใช้ rapid test kit คัดกรองก่อน
ใช้เวลา 10-15 นาทีรู้ผล ซึ่งจะมี
แบบที่ 1 Antibody test (เจาะเลือด)
หมอจะเจาะเลือดเล็กน้อย
test kit จะตรวจหา antibody ต่อ FCoV
ถ้าบวก แปลว่าแมวเคยติด FCoV มาก่อน
ถ้าลบ ส่วนใหญ่ไม่เคยติด แต่ไม่ใช่ 100%
แบบที่ 2 Antigen test (swab ตูดครับหรือเก็บอุน)
หมอจะ swab ที่ตูดแมว หรือเก็บอุนสด
test kit จะตรวจหาตัวไวรัสในอุน
ถ้าบวก แปลว่าแมวกำลังขับไวรัสออกมา
ถ้าลบ ตอนนี้ไม่ขับ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีไวรัสในตัว
ที่ต้องเข้าใจให้ชัดเลยคือ
test 2 ตัวนี้คือ "คัดกรอง" ไม่ใช่ "วินิจฉัย FIP"
แมวส่วนใหญ่ที่ผล Antibody บวก หรือผล Antigen บวก
ก็ไม่ได้เป็น FIPเพราะ FCoV เจอในแมวทั่วไปเยอะมาก
สิ่งที่ test 2 ตัวนี้ช่วยจริง ๆ คือ
บอกว่ามีไวรัสในตัวแมว ควรเฝ้าสังเกตอาการต่อ
หรือถ้าในบ้านมีแมวหลายตัวและ 1 ตัวเริ่มป่วย
ก็ใช้คัดกรองตัวอื่น ๆ ในบ้าน
ถ้าผลบวกแล้วแมวมีอาการตาม checklist ข้างบน
ค่อยไปขั้นตอนต่อไป ตรวจวินิจฉัยจริงจัง
แล้วถ้าคุณหมออยากตรวจจริงจัง
คุณหมอจะทำอะไรบ้าง ก็จะมี
1.A/G ratio ในเลือด (FIP มักต่ำกว่า 0.6)
2.Rivalta test และ PCR ในน้ำ ถ้ามีน้ำในช่อง
3.ภาพ ultrasound หรือ X-ray
4.ตรวจตา ถ้าหมอเห็น uveitis (ม่านตาอักเสบ)
หรือเอาทุกอย่างนี้ใช้ประกอบกัน
FIP ไม่มี test เดียวที่บอกได้ 100%
ถ้ายืนยันว่าเป็น FIP จริง
ห้ามตื่นตระหนกซื้อยาเองทางออนไลน์โดยไม่มีหมอตรวจ
ห้ามใช้สูตร "สมุนไพรรักษา FIP" ที่กลุ่มเฟซบุ๊กชอบอ้าง
ของพวกนี้ไม่ใช่แค่ไม่ช่วย มันทำให้แมวพลาดเวลาทอง
GS-441524 ต้องการตรวจติดตามค่าเลือด น้ำหนัก อาการ
ทุก 1-2 สัปดาห์ตลอด treatment 42-84 วัน
หาคลินิกที่มีประสบการณ์
และจดทุกอย่าง น้ำหนัก, อุณหภูมิ
RR (อัตราการหายใจตอนพัก)
พฤติกรรมการกิน
ข้อมูลพวกนี้คือสิ่งที่หมอใช้ตัดสินว่ายาได้ผลไหม
ข้อมูลนี้ไว้สังเกตและคุยกับสัตวแพทย์
อย่าไปวินิจฉัยอะไรเองนะและอย่าถาม AI
AI ไม่ใช่หมอ ถามประกอบได้ แต่ ย้ำ!!
AI ไม่ใช่หมอ AI ไม่ใช่หมอ AI ไม่ใช่หมอ
มีอะไรถามหมอเถอะ เชื่อผม
ที่ไปขุดรวมๆโพสต์นี้ไม่ใช่อยากให้กังวล
แต่อยากให้รู้ว่าถ้าเกิดขึ้น มันไม่ใช่จุดจบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
และ ถ้าโพสต์นี้มีประโยชน์
เซฟไว้ก่อน เผื่อวันที่ต้องใช้
ส่งให้บ้านที่มีแมวเด็กหรือแมวหลายตัว เขาเสี่ยงที่สุด
และส่งให้เพื่อนที่ไม่เข้าใจเรื่อง FIP แล้วมาขิงเรื่องยา GS กันนะครับ
ถ้าใครสนใจวิธีจด RR ที่บ้านแบบโคตรละเอียด บอกได้ครับ
จะไปทำมาให้อ่านกันไปลองใช้นะๆ
ปล.อีกหน่อยผมจะเอาข้อมูลและบทความของผมไปเปิดเป็น WIKI ให้หาอ่านกันง่ายๆนะครับ
-------------------------------
References AKA ต้นทางข้อมูลเผื่อใครอยากอ่านเต็มๆ ลายแทงตามนี้ฮะ
Gokalsing E et al. (2025) Efficacy of GS-441524 for FIP Systematic Review 2018-2024, Pathogens, doi:10.3390/pathogens14070717
Zuzzi-Krebitz AM et al. (2024) Short Treatment 42 Days with Oral GS-441524, Viruses, doi:10.3390/v16071144
Sase O et al. (2024) GS-441524 and molnupiravir similarly effective for FIP, Front Vet Sci, doi:10.3389/fvets.2024.1422408
Felten S, Hartmann K (2019) Diagnosis of FIP Review of Current Literature, Viruses, doi:10.3390/v11111068
Solikhah TI et al. (2024) A review of FIP virus infection, Veterinary World, doi:10.14202/vetworld.2024.2417-2432
Zhu J et al. (2023) Analysis of spike and 3c gene mutations in FCoV, Virology, doi:10.1016/j.virol.2023.109919