บ้านรักษาสัตว์ ลำปาง since 1999

บ้านรักษาสัตว์ ลำปาง since 1999 คลินิกรักษาสัตว์เล็ก ๆในเมืองลำปาง ที่ๆมีร้านหนังสืออิสระ Little lovely bookshop อิงแอบด้วยกัน

เริ่มต้นด้วยความรักในถิ่นเกิด และอยากนำความรู้ วิชาชีพมาทำประโยชน์ให้กับบ้านเกิด อยากให้คนกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก

ขอบคุณครอบครัวน้องฮันนี่พาน้องมาผ่าตัดทำหมันแบบใช้เครื่องดมยาสลบช่วยคุมกำเนิดประชากรในบ้าน #ผ่าตัดปลอดภัยฟื้นไวสบายใจ
29/05/2026

ขอบคุณครอบครัวน้องฮันนี่
พาน้องมาผ่าตัดทำหมัน
แบบใช้เครื่องดมยาสลบ

ช่วยคุมกำเนิดประชากรในบ้าน

#ผ่าตัดปลอดภัยฟื้นไวสบายใจ

😸
26/05/2026

😸

ในเวชศาสตร์การดูแลสุขภาพแมวร่วมสมัย ขอบเขตของภัยคุกคามจากเชื้อปรสิตได้ขยายตัวออกไปอย่างมาก นอกเหนือไปจากการควบคุมหมัดและพยาธิแบบธรรมดา ความก้าวหน้าล่าสุดในการวินิจฉัยโรคและรูปแบบทางนิเวศวิทยาที่เปลี่ยนแปลงไป ได้เน้นให้เห็นถึงความซับซ้อนของเชื้อปรสิตที่มีความหลากหลายมากถึง 33 ชนิดที่นับวันอาจมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นได้เสมอจากเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การขนส่ง การนำเข้า ส่งออก การเดินทางข้ามพรมแดน การรุกล้ำของเมืองสู่ป่าหรือแหล่งอาศัยของสัตว์ต่างๆ ในธรรมชาติลดน้อยลง เป็นต้น
ปรสิตเหล่านี้ครอบคลุมทั้งปรสิตภายนอก ปรสิตภายในทางเดินอาหาร และปรสิตภายในที่อยู่นอกทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพแมว และในหลายกรณี ปรสิตเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะติดต่อไปสู่เจ้าของได้ (zoonotic risk)
1. ปรสิตภายนอกและการเป็นพาหะของโรคติดเชื้อที่สำคัญ
ปรสิตภายนอกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดของภัยคุกคามจาก 33 ชนิด แต่ผลกระทบทางคลินิกของสัตว์มีขาข้อปล้องเหล่านี้มักถูกประเมินค่าต่ำไป ในขณะที่หมัดแมว(Ctenocephalides felis) ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเข้ารับคำปรึกษาด้านโรคผิวหนัง ความหลากหลายของเห็บและไร รวมได้ไม่น้อยกว่า 21 ชนิดจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกรณีที่นำโรคติดเชื้อ (arthropod-borne pathogen) ที่อาจทำให้เกิดไข้หรือไม่มีไข้และอาจเป็นภัยเงียบกับเจ้าของ
กลุ่มปรสิตภายนอกในแมว
• หมัดแมว (Ctenocephalides felis) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นพาหะนำพยาธิตืดหมัด รวมทั้ง Bartonella, Hemoplasma, Rickettsia โดยที่ Bartonella henselae เป็นเชื้อก่อโรคสัตว์สู่คน (ไข้แมวข่วน) ที่สำคัญและแมวอาจไม่แสดงอาการเด่นชัดได้
• ไร (9 ชนิด) ตัวอย่าง เช่น ไรขี้เรื้อนแห้งในแมว (Notoedres cati) ทำให้เกิดโรค feline scabies ไรในหู (Otodectes cynotis) และไรขนแมว (Lynxacarus radovskyi) ที่มีรายงานเพิ่มจำนวนขึ้น
• เหาแมว (Felicola subrostratus)
• เห็บ (9 ชนิด) เช่น Ixodes ricinus, Dermacentor variabilis, Amblyomma, Rhipicephalus sanguineus แม้ว่าในประเทศไทยอาจดูไม่ค่อยพบเห็บในแมว แต่เห็บที่พบในสุนัขก็สามารถอาศัยในแมวได้เช่นกัน เห็บเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวการที่ก่อให้เกิดความรำคาญ ทำให้เสียเลือด แต่เห็บบางชนิดยังเป็นพาหะนำเชื้อ Cytauxzoon felis, Anaplasma spp. ซึ่งยังไม่มีรายงานในประเทศไทย แต่สำหรับเชื้อไวรัส SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome: SFTS) เป็นโรคที่สำคัญและอัตราเสียชีวิตสูงในต่างประเทศและต้องเฝ้าระวังในประเทศไทยเช่นกัน
• ริ้นฝอยทราย (sand fly) และริ้น gnat (Culicoides) เป็นพาหะที่สำคัญสำหรับโรค Leishmaniasis ซึ่งเป็นโรคสัตว์สู่คนที่เริ่มมีการพบเชื้อในสุนัขและแมวในประเทศไทย
2. ปรสิตภายในระบบทางเดินอาหาร
พยาธิภายในทางเดินอาหารหลัก 7 ชนิด ได้แก่ พยาธิตัวกลม พยาธิตืด สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษที่เจ้าของมักไม่ค่อยทราบถึงภัย คือ ศักยภาพในการติดต่อสู่คนของพยาธิไส้เดือน (Toxocara cati) และพยาธิปากขอ (Ancylostoma spp.) จากค่าความชุกของพยาธิเหล่านี้ในประเทศไทยในหลายจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการควบคุมพยาธิแบบครอบคลุม (broad-spectrum) ตลอดทั้งปี เพราะหากแมวขับถ่ายมีไข่พยาธิปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม มนุษย์และแมวตัวอื่นก็จะมีความเสี่ยงในการรับเชื้อที่มากับดินโดยปนเปื้อนตัวอ่อน (พยาธิปากขอ) หรือไข่พยาธิที่มีตัวอ่อนระยะติดโรค (พยาธิไส้เดือน)
ซึ่งไข่พยาธิไส้เดือนระยะติดโรคนี้มีความทนทานในสิ่งแวดล้อมได้เป็นปีหากอยู่ในที่ชื้นและไม่โดนแดด การติดพยาธิปากขอนอกจากการกินตัวอ่อนที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ยังสามารถติดผ่านการชอนไชของตัวอ่อนผ่านทางผิวหนังได้ (cutaneous larva migrans) ในขณะที่ตัวอ่อนของพยาธิไส้เดือนจะมีการชอนไชอวัยวะภายในที่สำคัญ (visceral larva migrans) และอาจทำให้ตาบอดได้
สำหรับพยาธิตืดในแมวที่พบได้บ่อย คือ พยาธิตืดหมัด (Dipylidium caninum) การจัดการที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่จัดการกับพยาธิในทางเดินอาหารโดยตรง แต่ต้องควบคุมหมัดแมวที่เป็นพาหะของเชื้อด้วย สัตวแพทย์มีบทบาทอย่างยิ่งในการเน้นย้ำกับเจ้าของว่าแม้สถานะการเลี้ยงแมวแบบระบบปิด (indoor-only) ไม่ได้ช่วยขจัดความเสี่ยงเนื่องจากหมัดสามารถเข้ามาสร้างครอบครัวได้ภายในบ้านเรือน
3. ปรสิตภายในที่อยู่นอกทางเดินอาหารอาจเป็นเพชฌฆาตเงียบ
พยาธิตัวกลมที่อาศัยนอกทางเดินอาหารของแมวมีหลายชนิด ชนิดที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่ พยาธิกลุ่มฟิลาเรีย ซึ่งเมื่อก่อนสัตวแพทย์จะคุ้นเคยแต่พยาธิหนอนหัวใจที่ก่อโรคในสุนัขเป็นหลัก (Dirofilaria immitis) อย่างไรก็ตาม แมวก็สามารถติดพยาธิชนิดนี้ได้แต่อาจไม่พบหรือพบพยาธิตัวเต็มวัยจำนวนไม่กี่ตัว จึงไม่ค่อยพบไมโครฟิลาเรียในกระแสเลือด ที่สำคัญอาการในแมวแตกต่างจากในสุนัข โดยก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ (Heartworm-associated Respiratory Disease-HARD) ซึ่งบ่อยครั้งอาจถูกวินิจฉัยคลาดเคลื่อนว่าเป็นโรคหอบหืดในแมว
นอกจากนี้ ในประเทศไทยมีรายงานพบแมวติดพยาธิในหลอดลม (bronchial worm; Eucoleus aerophilus) ได้ สำหรับพยาธิในปอดของแมวจากพยาธิ Aelurostrongylus abstrusus และ Troglostrongylus brevior ยังไม่มีรายงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังและหายใจลำบากในแมวที่ออกไปนอกบ้านได้
4. ผลกระทบจากโรคสัตว์สู่คนและสัตวแพทย์สาธารณสุข
สัตวแพทย์สาธารณสุขทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในระบบสาธารณสุข การศึกษาเรื่องโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่แพร่เชื้อโดยสัตว์ขาข้อได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างความชุกของปรสิตในสัตว์และอัตราการติดเชื้อในมนุษย์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมแบบเมืองและปริมณฑล ภัยคุกคามที่แฝงอยู่มักเป็นการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมจากดินที่ปนเปื้อนไข่พยาธิไส้เดือน และตัวอ่อนของพยาธิปากขอ ความเสี่ยงของเจ้าของหรือผู้ที่ร่วมอาศัยในสิ่งแวดล้อมเดียวกันจะเพิ่มขึ้นหากความชุกของเชื้อปรสิตในแมวและการได้รับเชื้อจากสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น การเข้าแทรกแซงเชิงรุก ได้แก่ การถ่ายพยาธิ การจัดการสิ่งแวดล้อม จะช่วยลดทั้งสองตัวแปรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สัตวแพทย์มีบทบาทอย่างยิ่งนอกจากการวินิจฉัย การเฝ้าระวังและการควบคุมโรคที่สามารถแพร่จากแมวสู่คน โดยเน้นแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่มีองค์ประกอบเชื่อมโยงระหว่างคน สัตว์และสุขภาพ ซึ่งแนวโน้มต่อไปสัตวแพทย์อาจจะมีบทบาทในด้านสุขภาพของโลก (Planetary Health) เพื่อแก้ปัญหาแบบสหวิทยาการอันเนื่องมาจากผลกระทบจากการรบกวนระบบธรรมชาติของโลกโดยฝีมือมนุษย์ด้วย
5. การจัดการเชื้อปรสิตแบบบูรณาการ (Integrated Parasite Management)
เพื่อจัดการกับปรสิตทั้ง 33 ชนิด จำเป็นต้องใช้แนวทางการใช้ยาที่หลากหลายหรือครอบคลุมอย่างกว้างขวาง (broad-spectrum) โดยควรนำแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียวมาใช้ ซึ่งมุ่งเน้นที่ปัจจัยดังต่อไปนี้
5.1 ความร่วมมือ/การปฏิบัติตาม (Compliance) การใช้ผลิตภัณฑ์ต้านปรสิตที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมทั้งปรสิตภายในและภายนอกร่างกาย โดยเลือกชนิดที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแมว และใช้ง่ายเพื่อเพิ่มความสม่ำเสมอในการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการทดสอบความปลอดภัยต่อแมวด้วย เช่น กลุ่มสารออกฤทธิ์อย่าง selamectin และ sarolaner ที่มีข้อมูลการใช้ในแมวด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดี
5.2 การศึกษา (Education) เปลี่ยนมุมมองจาก “การรักษาเมื่อเกิดโรค” เป็น “การป้องกันเชิงรุก” เพราะโรคติดเชื้อหลายโรคในแมวที่มากับหมัดเป็นโรคที่วินิจฉัยยาก และถึงแม้จะวินิจฉัยได้ก็อาจจะใช้เวลาในการรักษาและมีผลข้างเคียง
5.3 การควบคุมสิ่งแวดล้อม (Environmental Control) การให้คำแนะนำเรื่องสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและการจัดการกับพาหะ เช่น หมัด ที่มีระยะไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ ที่อาศัยในสิ่งแวดล้อม และการลดการล่าโฮสต์กึ่งกลาง เช่น หนู ที่นำโรคพยาธิตืดแมว เป็นต้น
โดยสรุป การจัดการปรสิตที่แตกต่างกันถึง 33 ชนิด ไม่ได้เป็นเพียงความต้องการเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นมาตรฐานการดูแลทางสัตวแพทย์สำหรับแมวในปัจจุบัน ด้วยการระบุภัยคุกคามที่เฉพาะเจาะจง ตั้งแต่ปรสิตภายนอกไปจนถึงเชื้อโรคในระบบหมุนเวียนโลหิตและทางเดินหายใจที่แอบแฝงอยู่ สัตวแพทย์สามารถให้การปกป้องที่ครอบคลุม ซึ่งช่วยดูแลสุขภาพที่ดีของทั้งแมวและสมาชิกในครอบครัว
อ่านบทความบนเว็บไซต์ได้ที่ (สมาชิกฟรีก็อ่านได้) : https://readvpn.com/article/detail/2587
บทความโดย : ผศ.สพ.ญ.ดร. วรพร สุขุมาวาสี - หน่วยปรสิตวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา หน่วยปฏิบัติการวิจัยโรคติดเชื้อและสุขภาพในแมวเพื่อความเป็นเลิศ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคติดเชื้อในสัตว์ที่มีพาหะนำโรค คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

❤️
25/05/2026

❤️

23/05/2026

#ตัดสินใจผิดคิดยันลูกบวช

#เป็นเคสที่อลวนที่สุดเคสหนึ่ง

ขึ้นชื่อว่าการทำหมัน หลายคนมี #ความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันมากว่า "แค่ทำหมัน" ใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องเป็นหมอก็ทำได้ ทำมาหลายตัวทำมาหลายปี ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

หมาแมวที่ไปทำหมันแล้วนอนสลบสองวันค่อยฟื้น แผลเน่าติดเชื้อ แผลแตก ไส้ไหล หรือตุยก็แค่ส่วนน้อย

แผลผ่าตัดเล็กๆ โกนขนแคบๆ แสดงว่าหมอเก่งฝีมือดี หมอที่โกนขนกว้างๆ เช็ดแผลนานๆ แผลยาวๆเย็บๆเยอะๆคือด้อยฝีมือ แผลเลยหายช้า

ทำหมันตัวเมียมีสองแบบคือทำแล้วไม่เป็นสัดอีก กับทำแล้วเป็นสัดได้ เพื่อให้ผสมพันธุ์ได้อีกจะได้ไม่เครียด แต่จะไม่ตั้งท้อง

หมอที่เย็บผิวหนังด้วยไหมละลายเป็นการผ่าที่ยอดเยี่ยม ไม่ต้องเสียเวลาไปตัดไหม หมอยอมลงทุนใช้ไหมที่ต้นทุนแพงกว่าเย็บให้ คลินิกนั้นดีจริงๆ

ข้างต้นนั้นคือตัวอย่างความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ได้ยินบ่อยที่สุด ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น

#เคสตัวอย่างวันนี้(18/5/69)
🐕สุนัขตัวเมียอายุ14 ปี ทำหมันมานานหลายปีแล้ว มีโรคผิวหนังจากยีสต์เรื้อรังจนท้องดำ มีภาวะตาแห้ง มาด้วยอาการฉี่มีเลือดและหนองปน ได้พาไปตรวจโรงพยาบาลใกล้บ้าน

🐶หมอวินิจฉัยว่ามีนิ่วขนาดใหญ่ในกระเพาะปัสสาวะ เตรียมลงนัดผ่าตัดด่วน

ด้วยเหตุผลที่คิวผ่าตัดหมออีกหลายวัน เจ้าของจึงย้ายมาหาหมอเล็ก ความบรรเทิงจึงเริ่มขึ้น

ในเมื่อพึ่งตรวจมาไม่กี่ชั่วโมงนี้ หมอเล็กจึงยืนตามผลตรวจเดิม (แต่ไม่ได้มีหลักฐานการตรวจ) แต่ก็ไม่ลืมที่จะสังเกตและตรวจซ้ำว่า อาการนี้น่าจะเป็น"มดลูกอักเสบจากรอยมัดจากการทำหมัน" (Stump Pyometra)ด้วย

จึงปรึกษาและตกลงกับเจ้าของว่า จะผ่าตัดนิ่วขนาดใหญ่(มาก) ตามคำวินิจฉัยหมอเดิม และผ่าตัดมดลูกอักเสบจากรอยมัดจากการทำหมันร่วมด้วย (ส่วนภาวะรังไข่ค้างจะตรวจและผ่าตัดอีกครั้งทีหลัง)

พอเปิดผ่าเข้าพบว่า "ไม่มีนิ่ว" เลือดและหนองที่ไหลนั้นออกมาจากมดลูกที่ตัดยาวเกินไปและติดเชื้อแทรกซ้อนจนกลายเป็นมดลูกอักเสบ และการอักเสบนั้นก็ลามมาที่กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดหนองด้วยเหมือนกัน

ไม่พอแค่นั้น อาการอวัยะเพศบวมแดง และการเกิดมดลูกอักเสบนั้น สาเหตุเบื้องต้นมาจาก"การเป็นสัด" ซึ่งเกิดจาก" #การทำหมันที่ไม่สำเร็จ"

ส่งผลให้มีก้อนเนื้อที่เต้านมบริเวณใกล้ๆด้วย ณ ที่นี่จะเรียกว่า"มะเร็งเต้านม" จึงต้องทำการผ่ามะเร็งเต้านมออกด้วย

การเป็นสัดในหมาแมวที่ทำหมันแล้ว สาเหตุเกิดจากการเอารังไข่ออกได้ไม่หมดหรือไม่สมบูรณ์ อนาคตเคสนี้ถ้าหายดีจากนี้แล้ว ต้องไปอัลตราซาวน์(โดยหมอที่เก่งๆ) แล้วต้องมาเจ็บตัวผ่าตัดเอารังไข่ที่ค้างออกอีก เสียเงินอีกรอบในวัยที่แก่ชราเหลือเกิน

ผ่าตัดเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน แต่สภาพร่างกายคงยังต้องลุ้นวันต่อวันว่าจะไหวมั้ย

เห็นหรือยังครับว่า การทำหมัน ไม่ใช่"แค่ทำหมัน" มันคืองานใหญ่ มันคือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอีกอย่างในชีวิตของเค้า ผ่าไปแล้วเราจะไม่เห็นอะไรข้างในอีกเลย จนกว่าจะมีอาการเจ็บป่วยโผล่มาให้แก้แบบนี้ ถ้าโชคร้ายรักษาไม่ทันหรือร่างกายไม่ไหว...ผลจะเป็นยังไง

ฉะนั้น จะทำหมันทั้งที
➡️ตรวจเลือด ตรวจร่างกายให้ละเอียดเถอะครับ อย่าเสียดายเงินส่วนนี้เลย อดชาบูมื้อนึงก็ได้ค่าตรวจแล้ว ไม่ได้แพงอะไร

➡️ศึกษาหาความรู้ เลือกที่มีความเข้าใจในการผ่าตัด เมื่อเกิดปัญหาไม่คาดคิดก็สามารถแก้ไขได้ หรือเกิดการสูญเสียขึ้นจริงแบบสุดวิสัยก็มีคนรับผิดชอบ ไม่หนีหาย

➡️อย่าคิดว่าแผลผ่าตัดเล็ก โกนขนน้อย เย็บไหมละลาย คือผลสำเร็จของการทำหมัน การผ่าตัดด้วยแผลที่ยาวเหมาะสมจนเอาทุกส่วนออกมาทั้งหมดได้นั้นถึงจะถือว่า"สำเร็จ" แผลจะสั้นจะยาว แผลก็จะหายสนิทใน7-10 วันเสมอ ...คือกลไกการหายของแผลตามปกติ

➡️การตรวจรักษาอะไรก็ตาม ขนาดของสถานที่ การมีเครื่องมือครบครันก็ไม่ได้การันตีในผลสำเร็จในการตรวจรักษา ถ้าผู้ใช้เครื่องมือนั้นไม่มีความชำนาญพอ ...

#จงให้ความสำคัญกับชีวิตสัตว์
#จงละเอียดรอบคอบต่อการตรวจรักษา
#แม้นาทีเดียวก็อาจพลิกชีวิตสัตว์ตัวนึงได้
#อย่าคิดว่าการทำหมันคือ #ก็แค่ทำหมัน
#อย่าประหยัดเกินไปจนลืมความปลอดภัย
#เมื่อวานและวันนี้คุณอาจจะยังโชคดีแต่วันพรุ่งนี้ก็ไม่แน่..

#ทำบุญวัดไหน ล้างรถร้านไหน ตัดผมร้านไหนกินชาบูร้านไหน ลูกเรียนโรงเรียนไหนเรายังเลือกจนนอนไม่หลับทั้งที่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตุย #แล้วทำไมทำหมันในหมาแมวที่ต้องอยู่ในภาวะสลบกึ่งเป็นกึ่งตุยถึงคิดแค่ว่าราคาถูกและแผลเล็กไม่ต้องตัดไหม

#อย่าเสี่ยงอะไรโดยไม่จำเป็น

#ไม่ได้บ่น #แค่ฝากให้คิดครับ

สัตว์ปลอดภัยคนปลอดภัยป้องกันเห็บทุกเดือนไว้เป็นดี
19/05/2026

สัตว์ปลอดภัย

คนปลอดภัย

ป้องกันเห็บทุกเดือนไว้เป็นดี

🚨โรคติดเชื้อไวรัสที่มี “เห็บ” เป็นพาหะ 🕷️
🔎 SFTS คืออะไร?
▪️ โรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจาก Dabie bandavirus (SFTS virus)
▪️ มี “เห็บ” เป็นพาหะสำคัญ
▪️ พบในสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และปศุสัตว์

การแพร่โรค
พาหะสำคัญ
▪️ เห็บสายพันธุ์ Haemaphysalis longicornis

การติดเชื้อ
▪️ ถูกเห็บกัด
▪️ สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

สถานการณ์ในประเทศไทย
📍 ศึกษาผู้ป่วย 712 ราย พบเชื้อ 3 ราย
📍 ตรวจสัตว์ 422 ตัว ในจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่พบการติดเชื้อในสัตว์

วิธีการเอาเห็บออก
1️⃣ ใช้ปากคีบคีบที่ปากเห็บ
2️⃣ ดึงออกตรง ๆ

อาการของโรค
🔥 ไข้สูง
💪 ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
💩 ถ่ายเหลว
🩸 เกล็ดเลือดต่ำ
⚠️ อวัยวะล้มเหลว
⏳ ระยะฟักตัว 7–14 วัน

🛡️ วิธีป้องกัน
✅ หลีกเลี่ยงเห็บกัด
✅ ใส่เสื้อผ้ามิดชิดเมื่อเข้าป่า
✅ ใช้สารกันแมลง เช่น DEET ≥ 20%
✅ ตรวจร่างกายหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง

👉ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ https://www.vetcouncil.or.th/news-detail/20260518123249-916-443

#24ปีสัตวแพทยสภา
#24ปีเคียงข้างสัตวแพทย์ไทย
#24ปีมาตรฐานวิชาชีพการสัตวแพทย์
#วิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย

❤️
13/05/2026

❤️

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวจากบราซิลที่สร้างความสนใจไปทั่วโลก หลังศาลและระบบกฎหมายของประเทศเริ่มยอมรับว่า “สุนัขและแมว” ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพย์สินของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็น “สิ่งมีชีวิตที่รับรู้ความรู้สึกได้” ซึ่งสามารถรู้สึกเจ็บปวด กลัว เครียด และผูกพันทางอารมณ์กับมนุษย์ได้

แนวคิดนี้ทำให้หลายคดีในบราซิลเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ การดูแลสัตว์เลี้ยงหลังการหย่าร้าง รวมถึงสิทธิในการคุ้มครองสัตว์ในครอบครัว

หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ “กฎหมายซันเซา” (Lei Sansão) ที่ถูกผลักดันหลังเกิดคดีทำร้ายสุนัขอย่างรุนแรง จนสร้างกระแสโกรธแค้นในสังคมบราซิล กฎหมายฉบับนี้เพิ่มโทษผู้ทำร้ายสุนัขและแมวให้หนักขึ้น โดยมีโทษจำคุกหลายปี ปรับเงิน และอาจถูกห้ามเลี้ยงสัตว์ตลอดชีวิต

สิ่งที่น่าสนใจคือ ศาลบราซิลเริ่มใช้แนวคิด “ครอบครัวหลายสายพันธุ์” มากขึ้น หมายถึงการมองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจริงๆ ไม่ใช่ข้าวของที่ใครจะครอบครองก็ได้

ก่อนหน้านี้ ศาลสูงของบราซิลเคยมีคำตัดสินให้คู่รักที่เลิกรากัน สามารถ “เยี่ยมสุนัขร่วมกัน” ได้ คล้ายสิทธิการดูแลลูกหลังหย่า แม้ศาลจะยังไม่เทียบสัตว์กับมนุษย์โดยตรง แต่ก็ยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่ได้รับความสนใจ เมื่อศาลในเมืองกูรีชีบารับรองว่าสุนัขชื่อ “ร็อก” เป็นสมาชิกครอบครัวของคู่รักไร้บ้าน และสั่งคืนสุนัขให้เจ้าของ หลังถูกนำไปไว้ในศูนย์พักพิงของรัฐ โดยผู้พิพากษาระบุว่ารัฐไม่ควรเพิกเฉยต่อ “สายสัมพันธ์ในครอบครัวต่างสายพันธุ์”

ในโลกออนไลน์ หลายคนมองว่านี่คือก้าวสำคัญของสิทธิสัตว์ ขณะที่บางคนก็ตั้งคำถามว่า หากสุนัขและแมวได้รับการคุ้มครองในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก แล้วสัตว์ชนิดอื่นอย่างหมู วัว หรือไก่ ควรได้รับการคุ้มครองแบบเดียวกันหรือไม่

แม้กฎหมายของบราซิลจะยังไม่ได้ให้สัตว์มี “สิทธิเทียบเท่ามนุษย์” แต่แนวทางใหม่ของศาลก็สะท้อนว่าหลายประเทศเริ่มมองสัตว์เลี้ยงต่างออกไป จากเดิมที่เคยถูกจัดเป็นเพียงทรัพย์สิน กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก มีความผูกพัน และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างแท้จริง

ื่องเด็ดรอบโลก

😻
10/05/2026

😻

บ้าเอ้ย บทโคตรดี โคตรลึกซึ้ง
นี่คือ ความคิดของคนที่ดูเป็นลูเซอร์ในสายตาใครหลายๆคน แต่เขาก็ยังมีความรักและความหวังดีให้กับทุกชีวิตบนโลกใบนี้อะ

นักเขียนโคตรเก่ง ผู้กำกับโคตรเก่ง
- ถ้าขอพรได้แค่อย่างเดียวในชีวิต ดงมันเลือกจะขอให้ "แก่ตาย"
- ดงมันคิดในใจว่าขอให้ทั้งแมว ต้นไม้ และสิ่งมีชีวิตทุกอย่างแก่ตาย
- ไม่ใช่ตายจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือตายจากความทรมานบอกช้ำทางจิตใจอะ แต่ขอให้แก่ตายไปตามธรรมชาติ เหมือนใบไม้ที่ร่วงลงจากต้นไม้

ใช่เลย ใครๆก็อยากแก่ตาย ตายไปแบบธรรมชาติ ตายแบบไม่ทรมานจนเกินไป หลับลงอย่างสงบ

นี่ว่ามันลึกลงไปถึงชื่อเรื่องนะ We Are All Trying Here เราต่างพยายามสุดใจ
- ตัวดงมันรู้ดีกว่าทุกชีวิตก็มีการพยายามของมัน เขาเกิดความสงสารเห็นใจทุกชีวิตบนโลก มองว่าทุกอย่างมันเท่าเทียมกัน
- แมวก็ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดเหมือนกัน มันก็รู้จักหิว รู้จักร้อนหนาวหรือหวาดกลัว ไม่ใช่แค่แมวแต่สัตว์อื่นๆก็ด้วย
- ต้นไม้มันก็สู้ชีวิต ยืนตากแดด ตากฝน ผ่านลมผ่านหนาว บางทียืนอยู่เฉยๆก็ยังอาจโดนตัดโดนเหยียบย่ำ ต้นไม้หรือพืชอื่นๆก็เช่นกัน

(ถ้ามีใครตีความต่างออกไปก็สามารถแชร์กันได้นะ)

ถามว่าอวยไหม อวยค่ะเรื่องนี้ เราว่าบทดีมาก นักแสดงก็เล่นดีมาก ได้แง่คิดหลายอย่างในการใช้ชีวิตเลย ได้เห็นคนในหลายๆมุมด้วย แต่ไม่บังคับนะ ใครอยากดูก้ดูไม่อยากดูก็ไม่เป็นไร สำหรับใครที่อยากเปิดใจก็ลองๆแวะไปรับชมกันได้ค่ะ ทาง Netflix เลย

ที่อยู่

43/20 ถนนท่าคราวน้อย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง ลำปาง
Lampang
52100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:30
อังคาร 09:00 - 18:30
พุธ 09:00 - 18:30
พฤหัสบดี 09:00 - 18:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 18:30

เบอร์โทรศัพท์

054 311110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านรักษาสัตว์ ลำปาง since 1999ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านรักษาสัตว์ ลำปาง since 1999:

แชร์

ประเภท