Pet Family Clinic Huahin

Pet Family Clinic Huahin ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Pet Family Clinic Huahin, สัตวแพทย์, 234/22 หมู่ 15 ถนน หนองขอน-วังยาว ตำบล หินเหล็กไฟ, Hua Hin.

คลินิกรักษาสัตว์เลี้ยงทั่วไป + พื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ที่ต้องการความเข้าใจ
บริการวัคซีน ป้องกันเห็บหมัด มีบริการนอกสถานที่ถึงบ้าน

18/12/2025

📢 [Announcement]
คลินิกปิดให้บริการในวันนี้และพรุ่งนี้ (พฤหัสฯ - ศุกร์)
และจะกลับมา เปิดให้บริการตามปกติในวันเสาร์ นี้ครับ
​ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
​Dear Valued Customers,
We are closed today and tomorrow (Thursday - Friday).
We will reopen as usual this Saturday.
​We apologize for any inconvenience caused.

ขอบคุณ​สำหรับดอกไม้ถักมือที่เจ้าของให้หมอนะครับ กำลังใจดีๆแบบนี้ทำให้หมอหายเหนื่อย​และมีแรงตั้งใจดูแลเด็กๆให้ดีที่สุดมาก...
28/11/2025

ขอบคุณ​สำหรับดอกไม้ถักมือที่เจ้าของให้หมอนะครับ กำลังใจดีๆแบบนี้ทำให้หมอหายเหนื่อย​และมีแรงตั้งใจดูแลเด็กๆให้ดีที่สุดมากๆเลยครับ 😀

Received this lovely hand-crocheted flower from a client today after a quick house visit. Small gesture like this truly make my day. Thank you!

ขออนุญาต​ปิดคลินิกขึ้นมางานสัมนานะครับ คลินิก​จะเปิดอีกทีวันพุธที่ 26 พ.ย. 2568  ครับ ขออภัย​ในควา​มไม่​สะดวก​ด้​วยครับW...
23/11/2025

ขออนุญาต​ปิดคลินิกขึ้นมางานสัมนานะครับ คลินิก​จะเปิดอีกทีวันพุธที่ 26 พ.ย. 2568 ครับ ขออภัย​ในควา​มไม่​สะดวก​ด้​วยครับ

We will temporarily close the clinic for a seminar. The clinic will reopen on Wednesday, November 26, 2025. We apologize for any inconvenience this may cause.

06/11/2025

📢 คลินิกกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วครับ

หลังจากที่คุณหมอต้องหยุดพักรักษาอาการตาอักเสบติดเชื้อ ตอนนี้หมอพร้อมกลับมาดูแลน้องๆ แล้วครับ

ต้องขออภัยในความไม่สะดวกในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความเข้าใจและกำลังใจครับ 🙏

📢 The clinic is now REOPENED!

After a temporary closure due to the veterinarian's eye infection, we are now ready to care for your pets again.

We sincerely apologize for any inconvenience this may have caused and thank you all for your understanding and support. 🙏

28/10/2025

📢📢 เนื่องจากหมอป่วยตาอักเสบ ขออนุญาต​ปิดคลินิกต่ออีก1-3วันนะครับ ขออภัย​ในควา​มไม่​สะดวก​ด้​วยครับ
Please be advised that the clinic will remain closed for an additional 1-3 days as the doctor is ill with an eye infection. We apologize for any inconvenience caused. 📢📢

A healthy gut… the key to a happy, stable mind for your pets 🐾 English Below!สวัสดีครับ ...วันนี้หมอมีเรื่องน่าสนใจมาเล่...
13/10/2025

A healthy gut… the key to a happy, stable mind for your pets 🐾 English Below!

สวัสดีครับ ...วันนี้หมอมีเรื่องน่าสนใจมาเล่าให้ฟังครับ เป็นความรู้ใหม่ๆ ที่วงการสัตวแพทย์กำลังศึกษาค้นคว้ากันเยอะเลย เรื่องนั้นก็คือความเชื่อมโยงระหว่าง "ลำไส้" กับ "สมอง" ของน้องๆ หรือที่เรียกว่า Gut-Brain Axis นั่นเองครับ

ในท้องของน้องๆ มีมากกว่าแค่เรื่องย่อยอาหารนะครับ 🧠
ในลำไส้ของน้องหมาน้องแมว มีเพื่อนตัวจิ๋วที่เรียกว่า "จุลินทรีย์" อาศัยอยู่มากมาย เพื่อนตัวจิ๋วเหล่านี้แหละครับ ที่ช่วงหลังมานี้ มีงานวิจัยที่น่าสนใจหลายชิ้นเลยที่ค้นพบว่า พวกเขามีบทบาทสำคัญมากๆ ต่ออารมณ์ของน้องๆ..แล้วเพื่อนตัวจิ๋วในลำไส้คุยกับสมองของน้องๆ ได้ยังไง?

จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เราเริ่มเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า...
จุลินทรีย์ชนิดดีจะช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า "เซโรโทนิน" (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้น้องๆ รู้สึกสงบและผ่อนคลาย
หลายงานศึกษาเชื่อว่า สมดุลของจุลินทรีย์ที่ดี ยังช่วยควบคุมฮอร์โมนความเครียด(Cortisol)ไม่ให้สูงจนเกินไปด้วยครับ

เมื่อไหร่ที่สมดุลนี้เสียไป...
อาจจะด้วยความเครียด อาหาร หรือการเจ็บป่วย พอจุลินทรีย์ตัวดีมีน้อยลง ก็อาจจะส่งผลมาถึงอารมณ์ของน้องๆ ได้เหมือนกันครับ ซึ่งบางครั้งก็อาจแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่น่ากังวล เช่น:
- อาการติดเจ้าของมากเป็นพิเศษ หรือกังวลเมื่อต้องอยู่ลำพัง ดูหงุดหงิดง่าย หรือมีท่าทีที่ไม่เป็นมิตร
- น้องแมวบางตัวอาจจะเครียดจนฉี่นอกกระบะทราย

แล้วเราจะช่วยดูแลเพื่อนตัวจิ๋วของน้องๆ ได้อย่างไรบ้าง
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราใส่ใจได้ในทุกวันเลยครับ
- การเลือกอาหารที่ดี: อาหารที่มีใยอาหารที่เหมาะสม (พรีไบโอติก) ก็เหมือนการส่งเสบียงดีๆ ไปให้จุลินทรีย์ตัวดีครับ
- การเสริมโปรไบโอติก: มีงานวิจัยที่ให้ความหวังว่า การเสริมโปรไบโอติกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในการคืนสมดุลให้กับลำไส้
- สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น: การลดความเครียดให้น้องๆ ก็ช่วยให้สมดุลในร่างกายของพวกเขาดีขึ้นตามไปด้วยครับ

--------------------------------------------------------------------------

บางทีการปรับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับความสุขของเค้าได้ครับ หากเจ้าของท่านไหนรู้สึกกังวลใจในพฤติกรรมของน้องๆ ที่บ้าน หรือถ้ามีข้อสงสัยอยากสอบถามเพิ่มเติม สามารถทักข้อความหรือแวะมาพูดคุยปรึกษาหมอก่อนได้นะครับ ชิลๆสบายๆครับ

--------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง:
Mondo, E., et al. (2023). The Gut Microbiome and the Brain: A Focus on the Role of Probiotics in Dogs and Cats.
Li, Y., et al. (2022). Gut microbiota and behavioral characteristics of pet dogs with aggression.
Kirchoff, N. S., et al. (2019). The Gut Microbiome Correlates With Behavior in a Small Population of Healthy Pet Dogs.

--------------------------------------------------------------------------

Hello to all our wonderful pet parents,

Have you ever wondered why your beloved pet might seem a little uneasy, irritable, or unusually anxious, even when everything at home seems perfectly fine?

Today, I'd like to share something fascinating that's gaining a lot of attention in the veterinary world: the connection between the "gut" and the "brain," also known as the Gut-Brain Axis.

There's more to your pet's tummy than just digestion! 🧠

Inside their gut live millions of tiny friends called "microbiota." A growing body of exciting research has discovered that these tiny organisms play a huge role in your pet's emotional well-being.

So, how do these tiny friends in the gut "talk" to the brain?

Scientific evidence is showing us more and more about how this works:

Good bacteria help produce a neurotransmitter called "Serotonin," which is a natural mood stabilizer that helps your pet feel calm and relaxed.

Many studies also suggest that a healthy gut balance helps regulate stress hormones like "Cortisol," keeping them from getting too high.

When this delicate balance is disrupted…

This can happen due to stress, an improper diet, or illness. When the good bacteria are outnumbered, it can directly affect your pet's mood. This imbalance is sometimes the underlying cause of concerning behaviors, such as:

Separation anxiety or being extra clingy.

Increased irritability or seeming unfriendly.

For some cats, stress-related urination outside the litter box.

How can we support our pets' "second brain"?

It's often about the small, consistent things we do every day:

A Quality Diet: Choosing food with appropriate fiber (prebiotics) is like sending good supplies to the friendly bacteria.

Probiotic Supplements: Promising research suggests that pet-specific probiotics can be a wonderful tool to help restore gut balance.

A Warm, Safe Environment: Reducing stress for your pet helps their entire body, including their gut, stay in balance.

If you're ever concerned about your pet's behavior at home, please know you can always come in and chat with us. Sometimes, a small adjustment can make a big difference in their happiness.

16/08/2025

SOCIETY: TikTok กำลังทำให้
การใช้ 'ความกลัว' ในการฝึกสุนัข
กลับมาอีกครั้ง!
ปัจจุบันนี้สัตว์เลี้ยงถูกเลี้ยงประหนึ่งสมาชิกในครอบครัวมากขึ้นๆ และก็ไม่แปลกที่ตลอด สิบปีที่ผ่านมาจะมีงานศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอย่าง ‘สุนัข’ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
แน่นอน มีการศึกษาหลายประเด็น แต่เรื่องหนึ่งที่งานวิจัยชี้ไปในทางเดียวกันหมด ก็คือการฝึกสุนัขด้วย 'ความกลัว' ที่เรียกรวมว่า ‘Aversive Method’ นั้น ได้ผลไม่ดีเท่าการฝึกสุนัขรุ่นหลังๆ ด้วยวิธีสร้าง 'ความสุข' ที่เรียกรวมๆ ว่า ‘Positive Reinforcement’
เราอาจไม่คุ้นกับคอนเซ็ปต์พวกนี้ แต่อยากให้คิดง่ายๆ ว่าการที่สุนัขไม่ทำตามแล้วเราตีมัน ไปจนถึงการใช้ปลอกคอแบบ 'ช็อตไฟฟ้า' เวลามันไม่ทำตามคำสั่ง คือการฝึกแบบแรกที่นักฝึกสุนัขรุ่นใหม่ๆ ไม่ทำแล้ว แต่กลับกัน นักฝึกสุนัขรุ่นใหม่ๆ จะไม่ใช้ความรุนแรงทางกายภาพเพื่อให้สุนัขทำตาม แต่จะใช้ระบบ 'ให้รางวัล' สุนัขที่ทำตามคำสั่ง (รางวัลอาจเป็นขนม ของเล่น หรืออะไรก็ได้ที่สุนัขชอบ)
นักฝึกสุนัขรุ่นใหม่ๆ ใช้วิธีการนี้กันหมด นักฝึกสุนัขที่ชอบใช้คำอย่าง 'จ่าฝูง' ‘อัลฟ่า' หรือกระทั่ง 'ฝึกแบบสมดุล' นั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นนักฝึกสุนัขรุ่นเก่าที่ใช้ความกลัวในการฝึกสุนัข ที่ปัจจุบันถือว่าล้าสมัยแล้ว
ในอเมริกา จริงๆ แล้วในทางสถิติได้มีการบันทึกเลยว่าการใช้ปลอกคอช็อตไฟฟ้าลดลงอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งทุกวันนี้ การใช้ปลอกคอช็อตไฟฟ้ากลับมีมากขึ้น จนนักฝึกสุนัขรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น
กระทั่งไล่ไปเจอคำตอบที่ TikTok
หลังๆ มานี้พวกนักฝึกสุนัขรุ่นเก่าเริ่มทำคลิปการฝึกสุนัขแบบเก่าด้วยความกลัว และโชว์ว่ามันได้ผล คนก็เลยแห่ทำตาม
เรื่องพวกนี้ทำให้นักฝึกสุนัขรุ่นใหม่ปวดหัวมาก เพราะตั้งใจศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้อัปเดตให้คนเปลี่ยนวิธีฝึกสุนัขแทบตาย สุดท้ายคนเชื่อคลิปใน TikTok มากกว่า
แน่นอน นี่ไม่ใช่สิ่งที่แปลกประหลาดพิสดาร เพราะคนเชื่อคลิป TikTok ขนาดวินิจฉัยโรคเอง กินยาเองจนป่วยกว่าเดิมก็มีนับไม่ถ้วน แต่ในที่นี้ ประเด็นก็คืออันที่จริงคนไม่ค่อยรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ก็ยิ่งทำให้สับสน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเถียงว่าการฝึกสุนัขแบบเก่าบนฐาน 'ความกลัว' มัน 'ไม่ได้ผล' หรือหากได้ผล แต่มันมีผลข้างเคียง อย่างความดุร้าย ก้าวร้าว ไปจนถึงความวิตกกังวล และนิสัยไม่ค่อยดีของสุนัขอีกสารพัด และการวิจัยเป็นสิบปีก็ชี้ว่าสิ่งเหล่านี้หลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด ถ้าผู้ฝึกสุนัขมีความอดทนมากพอในการฝึกให้สุนัขมีความสุขในการทำตามผู้ฝึก ซึ่งคนสายนี้ก็จะเน้นมากว่าถ้าฝึกถูกวิธี สุนัขจะ 'อยากฟังคำสั่ง' เราโดยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มีความสุขเวลาอยู่กับเรา ซึ่งเป็นคนละโลกกับการ 'กลัวการลงโทษ' ถ้าเราสั่งแล้วพวกมันไม่ทำตาม
พูดง่ายๆ ผลก็ออกมาเป็นการออกคำสั่งแล้วสุนัขทำตามเหมือนกัน แต่ 'สภาพจิตใจ' ของสุนัขกลับเป็นคนละเรื่อง
โดย 'เรื่องใหญ่' เมื่อสุนัขต้องอยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์มากขึ้นก็คือ ถ้ามันดุ มันจะเป็นอันตราย หลังๆ ผู้เชี่ยวชาญจึงหลีกเลี่ยงการฝึกสุนัขด้วยความกลัว และฝึกให้มันมีความสุขในการฟังคำสั่งและอยู่กับมนุษย์ จนถึงอยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่นได้โดยสันติ
แต่แน่นอนว่าความสมเหตุสมผลและความเหมาะสมเหล่านี้ ที่มีงานวิจัยอัปเดตเป็นสิบๆ ชิ้นหนุนหลัง มันสู้ไม่ได้กับครูฝึกสุดโหดที่ทำคลิปโชว์การฝึกโหด พร้อมเรื่องเล่าที่อิงกับประสบการณ์ตัวเองมากกว่าการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ถ้าใครไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ก็ควรจะรู้เอาไว้ว่า จริงๆ แล้วในโลกวิชาการ ภาพมันชัดโดยที่เราไม่ต้องเถียงกันแล้วว่า เราไม่ควรจะฝึกสุนัขโดยใช้ความกลัว เพราะมันไม่ดีต่อทั้งสุนัขและสังคมโดยรวม แต่ในโลกนี้ก็ยังมีครูฝึกที่ฝึกแบบเก่ามาทั้งชีวิตและมั่นใจในการฝึกของตนเอง ซ้ำยังไม่มีใครห้ามปรามคนเหล่านี้ที่ทำคลิปลง TikTok ได้ด้วย

สุดหล่อทำวัคซีนเข็มสุดท้ายแล้วคร๊าบบ
25/07/2025

สุดหล่อทำวัคซีนเข็มสุดท้ายแล้วคร๊าบบ

มีเด็กๆบ้านไหนกลัวการมาหาหมอบ้างครับ??หมอเชื่อว่าเด็กๆหลายบ้านน่าจะเป็นคล้ายๆกันคือไม่ชอบการมาหาหมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใ...
13/07/2025

มีเด็กๆบ้านไหนกลัวการมาหาหมอบ้างครับ??

หมอเชื่อว่าเด็กๆหลายบ้านน่าจะเป็นคล้ายๆกันคือไม่ชอบการมาหาหมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้มากๆครับ

ไหนจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ไหนจะความทรงจำตั้งแต่เด็กจนโตว่ามาที่นี่แล้วจะเจ็บตัว ไม่แปลกเลยที่เด็กๆจะกลัวครับ

ในโพสต์นี้หมอจะมาเล่าถึงวิธีการหรือเทคนิคต่างๆที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การไปหาหมอของเด็กๆให้ดีขึ้นครับ โดยหมอจะแบ่งเป็น 4 ระยะ อาจจะยาวนิดนึง แต่เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ได้มากครับ มาเริ่มกันเลย! ❤️

--------------------------------------------------------------------------

ระยะที่ 1: การเตรียมตัวระยะยาว
เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีในระยะยาว ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดีครับ

- ฝึกการสัมผัสร่างกาย >> ทำให้การถูกจับอุ้งเท้า, เปิดปากดูฟัน, หรือตรวจหูเป็นเรื่องปกติ"ที่บ้าน" โดยค่อยๆ สัมผัสอย่างอ่อนโยนแล้วให้รางวัลทันที น้องจะได้คิดว่าการถูกสัมผัสไม่ได้เป็นเรื่องแย่เสมอไปครับ

- สร้างความคุ้นเคย >> พานั่งรถเล่นไปที่สนุกๆ ที่ไม่ใช่คลินิก เพื่อลบภาพจำว่า "การเดินทาง = การไปหาหมอ" เพราะเด็กๆบางตัว แค่ขึ้นรถก็เครียดแล้วครับ

- ไปคลินิกเพื่อพาน้องไป "เที่ยวเล่น" >> พาน้องไปคลินิกเพื่อให้ขนมน้องแล้วกลับบ้าน"โดยไม่โดนตรวจ" เพื่อให้น้องมีประสบการณ์ด้านบวกต่อคลินิกที่มากขึ้นครับ ทั้งนี้แต่ละที่อาจจะมีความสะดวกไม่เหมือนกัน แนะนำให้ติดต่อนัดหมายหรือสอบถามคุณหมอแต่ละที่ก่อนนะครับ

- เปลี่ยนกล่อง/ตะกร้าให้เป็นคอนโดส่วนตัว >> (โดยเฉพาะน้องแมว) วางตะกร้าไว้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน เปิดประตูทิ้งไว้ ใส่ผ้าห่มนุ่มๆ หรือหย่อนขนมเข้าไปบ้าง ให้น้องรู้สึกว่านี่คือพื้นที่ปลอดภัยของเขา ไม่ใช่"กล่องที่ใช้เพื่อไปหาหมอเท่านั้น" น้องๆจะได้ไม่เครียดตั้งแต่โดนจับลงกล่องครับ

- ปรึกษาหมอเรื่องตัวช่วยอื่นๆ >> สำหรับน้องที่ขี้กังวลมากๆ ลองปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาหารเสริมลดเครียด หรือยาคลายกังวลที่ปลอดภัยสำหรับใช้ก่อนมาคลินิก แต่เน้นย้ำว่าควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอนะครับ

⏭️

ระยะที่ 2: การเตรียมตัวในวันนัด
เป็นการเตรียมตัวในวันที่จะไปหาหมอจริงๆครับ

- เริ่มที่ตัวเจ้าของก่อน >> น้องๆ รับรู้ความเครียดจากเราได้ค่อนข้างดี ถ้าเราสงบและมั่นคง เค้าก็จะรู้สึกปลอดภัยขึ้น ในทางตรงข้าม ถ้าเรากังวลหรือเครียดก็อาจจะเป็นสัญญานส่งไปถึงเด็กๆทำให้เค้าเครียดตามได้ครับ

- ปลดปล่อยพลังงาน (สำหรับน้องหมา🐕) >> การพาไปเดินเล่นหรือวิ่งเบาๆ ก่อนไปคลินิก จะช่วยลดพลังงานความตื่นเต้นและความวิตกกังวลลงได้มากครับ

- ใช้พลังของฟีโรโมน (สำหรับน้องแมว🐈 ) >> ฉีดสเปรย์ฟีโรโมนสังเคราะห์ในตะกร้า/กล่องก่อนเดินทางซัก 15-30 นาที จะช่วยสร้างบรรยากาศที่คุ้นเคยและปลอดภัยได้ครับ

- เตรียมของที่เค้าชอบมากๆไปด้วย >> เตรียมขนมที่น้องชอบที่สุดและไม่ค่อยได้กินบ่อยๆ เพื่อใช้เป็นรางวัลและเบี่ยงเบนความสนใจ หรือผ้าที่มีกลิ่นที่เค้าคุ้นเคย เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้เด็กๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กๆรู้สึกดีขึ้นครับ

⏭️

ระยะที่ 3: เมื่อถึงคลินิกและในห้องตรวจ
เมื่อมาถึงคลินิก ควรทำอย่างไร?

- สร้างอาณาเขตที่ปลอดภัย >> ในห้องรอ ให้เว้นระยะห่างจากสัตว์ตัวอื่น สำหรับน้องแมว ให้น้องอยู่ในตะกร้าและวางตะกร้าบนที่สูง (เช่น เก้าอี้) และหาที่นั่งในมุมสงบ จะช่วยให้น้องรู้สึกปลอดภัยขึ้นครับ

- ใช้ขนมที่น้องชอบและผ้าที่เตรียมมา >> อาจใช้ผ้าปูบนโต๊ะตรวจ หรือค่อยๆให้ขนมที่น้องชอบไปด้วยระหว่างเจอคุณหมอ ทั้งนี้สามารถปรึกษาคุณหมอได้เลยครับว่าจังหวะไหนเหมาะสมที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการตรวจครับ

⏭️

ระยะที่ 4: เมื่อกลับถึงบ้าน
ช่วงหลังกลับจากคลินิกก็มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ

-ให้เวลาพักผ่อน >> เมื่อกลับถึงบ้าน ปล่อยให้น้องๆ ได้ใช้เวลาส่วนตัวในมุมที่ปลอดภัย อย่าเพิ่งเข้าไปเล่นหรือกวนใจ ให้เขาได้พักจากความเหนื่อยล้า ยกเว้นน้องๆจะเข้ามาหาเราเองครับ

- ระวังเรื่องกลิ่นแปลกปลอม (กรณีมีสัตว์อื่น) >> น้องที่กลับจากคลินิกจะมีกลิ่นโรงพยาบาลติดตัวมา อาจทำให้สัตว์ตัวอื่นในบ้านไม่คุ้นเคยได้ ควรแยกพวกเขาสักพัก แล้วใช้ผ้าผืนเดียวกันเช็ดตัวสลับกันไปมาเพื่อ "เกลี่ยกลิ่น" ก่อนปล่อยให้เจอกันตามปกติครับ

--------------------------------------------------------------------------

การเตรียมตัวที่ดีสามารถเริ่มทำวันนี้ได้เลยครับ เพื่อให้ทุกการไปหาหมอเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เด็กๆ Happy เจ้าของ Happy หมอก็ Happy ครับ ✅

💬 ใครมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมที่ใช้แล้วได้ผล มาแชร์กันในคอมเมนต์นี้ได้นะครับ หมอรออ่านเลยครับ หรือถ้าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถทักหาหมอได้ตลอด ชิวๆสบายๆเหมือนเดิมครับ

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา:
Pet Family Clinic HauHin
เบอร์โทร: 065-205-5654
Line: petfamilyclinic

#คู่มือดูแลสัตว์เลี้ยง #เตรียมตัวสัตว์เลี้ยงไปหาหมอ #ลดความเครียดสัตว์เลี้ยง #ทาสหมาทาสแมว #สัตวแพทย์ #คลินิกสัตวแพทย์ #คนรักสัตว์ #ทิปส์ดูแลสัตว์เลี้ยง

เด็กๆมาทำวัคซีนคร๊าบบ 😌😍😸😺
03/07/2025

เด็กๆมาทำวัคซีนคร๊าบบ 😌😍😸😺

ไขข้อสงสัย: น้องหมาของเรา "ฝัน" ได้จริงหรือเปล่า? 🐾💤เจ้าของหลายท่านคงเคยเห็นน้องหมาตอนหลับแล้วเห็นอุ้งเท้ากระตุกเบาๆ หูข...
29/06/2025

ไขข้อสงสัย: น้องหมาของเรา "ฝัน" ได้จริงหรือเปล่า? 🐾💤

เจ้าของหลายท่านคงเคยเห็นน้องหมาตอนหลับแล้วเห็นอุ้งเท้ากระตุกเบาๆ หูขยับ หรือได้ยินเสียงครางงึมงำในลำคอใช่ไหมครับ? แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า... "น้องหมากำลังฝันถึงอะไรอยู่นะ?" 🤔

คำถามนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็สงสัยเหมือนกันครับ และแม้เราจะเข้าไปถามน้องหมาตรงๆ ไม่ได้ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีในปัจจุบันก็ค่อนข้างชัดเจนมากเลยทีเดียว วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังถึงโลกแห่งความฝันของน้องหมากันครับ

หลักฐานที่ 1: สมองและวงจรการนอนของน้องหมา

สมองของน้องหมามีโครงสร้างและวงจรการนอนหลับคล้ายกับมนุษย์มากครับ พวกเขามีทั้งช่วงหลับลึกและช่วงหลับฝัน (ที่เรียกว่า REM Sleep) เหมือนกัน ซึ่งช่วง REM เป็นช่วงเวลาหลักของ"ความฝัน" แถมเค้ายังมี "สวิตช์นิรภัย" ในสมองส่วนพอนส์ที่คอยสั่งให้ร่างกายไม่ขยับตามความฝันคล้ายๆมนุษย์อีกด้วย (แต่บางทีก็มีหลุดๆ มาให้เราเห็นบ้าง 😉)

หลักฐานที่ 2: หลักฐานการ "ฉายหนังซ้ำ" ในสมอง

มีงานวิจัยที่ทดลองในหนูทดลองครับ นักวิทยาศาสตร์พบว่าตอนที่หนูหลับ สมองของมันกำลัง "ฉายภาพซ้ำ" รูปแบบเดียวกับตอนที่มันวิ่งอยู่ในเขาวงกตเป๊ะๆ เลย! เหมือนกำลังฝันว่าได้วิ่งผจญภัยอีกรอบนั่นเอง มีเหตุผลอย่างยิ่งที่จะเชื่อว่าสมองที่ซับซ้อนของน้องหมาก็กำลังทบทวนความทรงจำและประสบการณ์ดีๆ ในแต่ละวันผ่านความฝันเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นตอนวิ่งเล่นที่สวน หรือตอนกำลังอ้อนขอขนมจากเรา

หลักฐานที่ 3: แอบดูความฝันผ่าน "การละเมอ"

ในสุนัขบางตัวที่มีภาวะ "ละเมอ" หรือ REM Sleep Behavior Disorder ซึ่งเกิดจาก "สวิตช์นิรภัย" ที่หมอบอกไปตอนแรกทำงานได้ไม่เต็มที่ เราจะเห็นน้องหมาขยับตัวตามความฝันได้ ทั้งวิ่งกลางอากาศ เห่าลม หรือขย้ำผ้าห่ม นี่เปรียบเสมือนหน้าต่างที่ทำให้เราแอบเห็นได้เลยว่าน้องหมากำลังอยู่ในโลกของความฝันครับ

--------------------------------------------------------------------------

สรุปแล้ว... น้องหมาฝันได้ไหม?
จากหลักฐานทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมองที่คล้ายกัน การฉายภาพซ้ำในความจำ หรือการแสดงท่าทางตอนละเมอ ทุกอย่างต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ใช่ครับ มีความเป็นไปได้สูงมากที่สุนัขจะฝันได้"

ความฝันของพวกเขาก็น่าจะมาจากประสบการณ์ในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นการไล่จับลูกบอล การได้เจอเพื่อนๆหมา หรือแม้แต่ฝันถึงเจ้าของที่พวกเขารักที่สุด

ครั้งต่อไปที่คุณเห็นน้องหมาหลับฝันอยู่ ลองสังเกตและเดาดูนะครับ ว่าเขากำลังฝันถึงการผจญภัยครั้งไหน... หมอเชื่อว่าหลายๆครั้งในฝันของน้องหมาต้องมีเจ้าของอยู่ด้วยแน่ๆครับ

สุดท้ายหากมีข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือสุขภาพจิตของน้องหมา สามารถปรึกษาหมอได้ตลอดนะครับ ชิวๆ สบายๆครับ

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา:
Pet Family Clinic HauHin
เบอร์โทร: 065-205-5654
Line: petfamilyclinic

ที่อยู่

234/22 หมู่ 15 ถนน หนองขอน-วังยาว ตำบล หินเหล็กไฟ
Hua Hin
77110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66652055654

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pet Family Clinic Huahinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pet Family Clinic Huahin:

แชร์

ประเภท