14/12/2017
การเลี้ยงสัตว์ปีก : การใช้ EM กับสัตว์ปีก
สัตว์ปีกที่นิยมเลี้ยงมีไก่พันธุ์เนื้อ พันธุ์ไข่ ไก่พื้นบ้าน เป็ดไก่สวยงาม สัตว์ปีกอื่นๆ เช่น ห่าน เป็นเทศ นกต่างๆ มีการใช้ EM อยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. การใช้ EM หัวเชื้อ
2. การใช้ EM ขยาย
การใช้ EM หัวเชื้อ
เป้าหมายของการใช้ EM หัวเชื้อ ก็เพื่อกำจัดและป้องกันเชื้อโรค กำจัดสารพิษสารเคมี ใช้ในระบบย่อยอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงโดยรวม โดยมีการรนำไปใช้ดังนี้
1. ผสมกับน้ำดื่ม
2. ผสมกับอาหาร
3. สมานบาดแผล
4. การรักษาโรค
1. การผสมกับน้ำดื่ม
น้ำดื่มที่สะอาดไม่มีคลอรีน จะผสม EM ในอัตราส่วน 1:100-5,000 ตามลักษณะอาการดังนี้
1.1 อากาศดี สภาพแวดล้อมดี สัตว์แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคระบาด ในพื้นที่นั้นๆ ผสมในอัตราส่วน 1:1,000-5000 ตัวอย่างเช่น EM 1 ช้อนแกง : น้ำ 10-50 ลิตร โดยประมาณ ไม่ผสมกากน้ำตาล
1.2 อากาศและสภาพแวดล้อมไม่ดี ฝนชุก อากาศร้อนอบอ้าว สัตว์ไม่สมบูรณ์ หรือมีโรคระบาดใกล้เคียงผสมในอัตราส่วน 1:100-5,000 ตัวอย่างเช่น EM 1 ช้อนแกง : น้ำ 1-10 ลิตร
เนื่องจาก EM เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ และภาชนะที่ใช้ใส่น้ำให้สัตว์กิน อาจมีมวลจุลินทรีย์ฝุ่นละอองลงได้ จึงควรเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นประจำทุกวัน จำง่ายๆ ก็คือ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุกวัน
2. การผสม EM กับอาหาร
การใช้ EM ผสมกับอาหารก่อนให้สัตว์กิน เพื่อประโยชน์สำคัญดังนี้
2.1 กำจัดเชื้อโรค สารพิษ สารเคมี
2.2 ทำให้อาหารมีคุณภาพดี
2.3 เพิ่มมวลจุลินทรีย์ย่อยในระบบ
การผสมกับอาหารมี 2 ลักษณ์ คือ
ผสมกับอาหารสำเร็จ
ผสมกับอาหารที่ผสมเอง
ผสมกับอาหารสำเร็จ
หมายถึงอาหารที่ซื้อหามาจากท้องตลาด ที่มีผู้ผลิตจำหน่าย ควรผสม EM ประมาณ 1 ช้อนแกง อาหาร 1 กิโลกรัม โดยนำ EM ผสมน้ำ 1:20 ใส่กระป๋องสเปรย์ผสมอาหารคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนให้สัตว์กิน
หากไม่ผสมน้ำบ้าง ใช้ EM 1 ช้อนต่ออาหาร 1 กิโลกรัมนั้น จะไม่สามารถคลุกเคล้าได้ทั่วถึง จึงต้องผสมน้ำสะอาดบ้างเล็กน้อย
ผสมกับอาหารที่ผสมเอง
หมายถึง อาหารที่ผลิตเอง กระบวนการผลิตคือการนำส่วนผสมอาหารที่กำหนดมาหมักรวมกันก่อนด้วย EM เช่น การนำวัชพืชป่น ข้าวโพดป่น ปลาป่น รำละเอียด และอื่นๆ มาผสม แล้วหมักด้วย EM เช่นนี้เป็นต้น
3. สมานบาดแผล ปฎิบัติตามอาการดังนี้
3.1 แผลสด ใส่ EM ได้โดยตรง โดยไม่ผสมน้ำ (ไม่ต้องปิด) อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
3.2 ฟกช้ำ ทา EM ภายนอกเหมือนข้อ 3.1 และควรฉีด EM โดยผสมน้ำ 1:20 ใส่เครื่องฉีดเหมือนฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณที่ฟกช้ำ
3.3 ขาหรือปีกหัก ใช้ EM ชุบผ้าพันบริเวณที่หักหลังการจัดให้เข้ารูปดีแล้ว
4. สมานบาดแผล ปฎิบัติตามอาการดังนี้
4.1 โรคภายใน เช่นโรคในกระเพาะอาหาร ปอด เช่น ไข้หวัดนก ที่มีทั่วๆ ไปนั่นเอง ใช้ EM หัวเชื้อ 2 ลักษณะ คือ
v ใช้ EM หัวเชื้อ หยอดเหมือนหยอดยา ให้เหมาะสมกัน เช่น สัตว์เล็กก็จะหยอด 2-3 หยดต่อครั้ง สัตว์ใหญ่ก็ผสม 4-5 หยดต่อครั้งวันละ 3 ครั้งต่อเนื่อง
v ผสม EM ในน้ำให้กินเข้มข้นขึ้นเป็น 1:100-1,000
4.2 โรคภายนอก เช่น
v ตาบวม ใช้ EM หยอด
v ผิวหนัง EM ทา
หมายเหตุ
1. การรักษาและป้องกันโรคจะเกี่ยวกับการใช้ EM ขยายด้วย ดังนั้น EM หัวเชื้อ และ EM ขยาย จะใช้ควบคู่กันไป แต่ EM ขยาย เน้นการใช้ภายนอก เพื่อการฉีดพ่นเป็นหลัก
2. EM หัวเชื้อจะใช้เหมือน EM ขยาย ที่จะกล่าวต่อไปก็ได้ จะมีคุณภาพดี แต่สิ้นเปลืองมากกว่าเท่านั้น
การใช้ EM ขยาย เพื่อ
1. ปรับสภาพอากาศ
2. กำจัดและป้องกันเชื้อโรคภายนอก
3. สร้างภูมิคุ้มกันภายนอก
4. กำจัดสารพิษสารเคมี
วิธีใช้
ผสมน้ำสะอาด 1:500 ฉีดพ่นสม่ำเสมอตามลักษณะ และสภาวะทั่วไป ดังนี้
1. อากาศดี สัตว์แข็งแรงสมบูรณ์ไม่มีโรคระบาดในพื้นที่ใกล้เคียง ฉีดพ่นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือวันเว้นก็ได้ ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณคอกหรือเล้า ทั้งพื้นฝาหลังคา และถูกตัวสัตว์ด้วยก็ไม่มีปัญหา
2. อากาศไม่ดี สัตว์ไม่สมบูรณ์ มีข่าวโรคระบาด ควรฉีดพ่นสม่ำเสมอทุกวัน
3. มีโรคระบาดในพื้นที่ ควรพ่นบ่อยๆ ทุกเช้า เย็น และควรพ่นบริเวณโดยรอบด้วย
ฟาร์มที่มีผู้มาชมเสมอๆ ควรฉีดพ่นหลังจากผู้ชมกลับด้วยก็จะดี
4. มูลมีกลิ่น ควรฉีดพ่นเฉพาะที่เสมอๆ ทุกวัน มูลถ้าเก็บกวาดได้เสมอๆ จะดี และนำไปเก็บที่ใดก็ควรฉีดพ่น EM ด้วย
§ มูลสัตว์ที่ฉีดพ่น EM สม่ำเสมอ ทำเป็นปุ๋ย มีคุณภาพดีมาก
§ แกลบรองพื้นคอกปศุสัตว์ที่มีการฉีดพ่น EM สม่ำเสมอก็เช่นกัน นำไปเป็นปุ๋ยได้เช่นกัน
หมายเหตุ
1. การฉีดพ่น EM ได้เสนอแนะให้ใช้ EM ขยาย เพราะประหยัด หากมีสัตว์เลี้ยงจำนวนเล็กน้อย หรือมีเหตุจำเป็นยังไม่สามารถขยาย EM ได้ทันต่อเหตุการณ์ก็สามารถใช้ EM หัวเชื้อก็ได้ และมีคุณภาพดีด้วย
2. การฉีดพ่น EM นั้น นอกจากเพื่อประโยชน์ตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีผลสำคัญอื่นๆ อีกด้วย เช่น
2.1 มีผลทำให้แมลงวัน ยุง เห็บ หมัด ฯลฯ ลดลงด้วย
2.2 สภาพโรงเรือนแข็งแรง ทนทาน
2.3 ค่ากระแสไฟฟ้าจะลดลง
3. การใช้ EM กับการปศุสัตว์จะมีผลดีอีกเรื่องหนึ่งคือ ทำให้คนกับสัตว์อยู่ด้วยกันได้ เช่น
§ เล้าไก่จะอยู่ติดห้องเรียน อาคารบ้านเรือนก็ได้
§ ไม่มีไร เห็บ หมัด รบกวนผู้อาศัยในบ้าน
§ อากาศดี ไม่มีกลิ่นรบกวน
§ ไม่ต้องกังวลกับโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
§ หากนำสัตว์ไปเป็นอาหาร จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
:เทคนิคเกษตรธรรมชาติ : โดยอาจารย์รัช รุจิรวรรธน์