คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์, สัตวแพทย์, Chon Buri.

 ่างไรใหแพง   วันนี้ผมเจอเหตุการณ์นึงประทับใจมาก ณ ร้านกาแฟชื่อดังย่านบางแสน ไม่แปลกใจเลย...ที่ทำไมถึงมีลูกค้ามาใช้บริกา...
12/12/2018

่างไรใหแพง

วันนี้ผมเจอเหตุการณ์นึงประทับใจมาก ณ ร้านกาแฟชื่อดังย่านบางแสน ไม่แปลกใจเลย...
ที่ทำไมถึงมีลูกค้ามาใช้บริการตลอดๆ

หัวใจสำคัญของร้านกาแฟนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัว product เพียงอย่างเดียว ครั้นกับอยู่ที่ #หัวใจของพนักงาน

น้องพนักงานยิ้มสวยถามประโยคแรกเมื่อเห็นผมยืนลังเล ที่เคาน์เตอร์อยู่ว่าจะสั่งอะไรกินดี?
ด้วยความสวยงามของ รูปเมนูกาแฟแบบต่างๆ

"พี่ทานเป็นกาแฟหรือนอนกาแฟคะ"
ประโยคเปิดคำถาม จากน้องพนักงานยิ้มสวย

เอ่อเป็นกาแฟครับ...ผมตอบ

น้องยังยิ้มสวยเช่นเดิม และถามต่อ
"พี่ทานแบบใส่นมหรือแบบอเมริกาโน่คะ"

ผมไม่ทานนมคับ ท้องจะเสีย

"โอเคค่ะ...งั้นหนูขอแนะนำมี 3 ตัวนี้นะคะ
ตัวแรกนี้ใส่น้ำเชื่อมแบบนี้กลิ่นหอมมาก
ส่วนตัวที่ 2 ตัวนี้ขายดีที่สุดค่ะมีชีสใส่อยู่ด้านบนข้างล่างเป็นอเมริกาโน่
ส่วนตัวที่ 3ตัวนี้สวยมากเลยค่ะ ถ่ายรูปสวย แต่หนูไม่ค่อยชอบกินเท่าไหร่ พี่อาจจะชอบก็ได้...
บลาบลาบลา....

เป็นคำแนะนำที่ดูจริงใจที่สุดครั้งนึง ที่ได้รับจากพนักงานบริการในรอบหลายๆเดือน

แล้วผมก็สังเกตว่า น้องยิ้มสวยนี้ เธอยังมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีกับลูกค้าทุกๆคนอีก อย่างสม่ำเสมอ

ผมนั่งอยู่ 30นาที เพื่อสังเกตการบริการของเธอ

จนถึงเวลาคิดเงิน ผมก็อดไม่ได้ที่จะถาม
"โทษนะครับน้องเป็นเจ้าของร้านหรือเปล่า"
ในใจลึกๆผมแอบไม่เชื่อว่า บริการดีแบบนี้จะเป็นพนักงานธรรมดาๆ

"อุ๊ย...เปล่าค่ะ หนูเป็นพนักงาน เจ้าของร้านอยู่ข้างหลังร้านค่ะ"

ผมถามต่อ "พี่เจ้าของร้าน เค้าสอนหนูอย่างไรถึงบริการกันดีจังยังกะเป็นเจ้าของร้านกันเอง"

น้องๆก็หันไปยิ้มกันอย่างน่ารักแล้วตอบผมมาสั้นๆ แต่มันตอบทุกสิ่งว่า

"มันเป็นวัฒนธรรมของที่นี่ค่ะ"

ผมออกมาด้วยความประทับใจอย่างสูง ที่ได้รับจากทั้งคำตอบ และการบริการ

พร้อมที่จะกลับมาใช้บริการอีกและอยากจะบอกคนอื่นๆให้รับรู้ถึงความรู้สึกดีๆแบบนี้เช่นกัน

•นี่แหละหัวใจของงานบริการ
•นี่แหละคือ Value ที่ขาดหายไปในธุรกิจสัตวแพทย์

บริการแบบนี้แหละ อยู่ในใจลูกค้า

เช็คบิล 1แก้ว ราคา125 บาท ผมไม่บ่นสักคำ
และยังอยากไปใช้ซ้ำอีก

#แล้วคลินิกของคุณล่ะมีอะไรที่ขาดหายไป
#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

ก้าวแรก...ในการเปิดคลินิก   จุดเริ่มต้นของสัตวแพทย์มากมาย ที่ก้าวเข้ามาสู่การเปิดคลินิกรักษาสัตว์ของตัวเองมักมีจุดเริี่ม...
26/04/2018

ก้าวแรก...ในการเปิดคลินิก

จุดเริ่มต้นของสัตวแพทย์มากมาย ที่ก้าวเข้ามาสู่การเปิดคลินิกรักษาสัตว์ของตัวเอง
มักมีจุดเริี่มต้น จากตรงไหนกันบ้าง?

เริ่มต้นที่คุณหมอทุกท่าน (โดยส่วนมาก) ก็มักเก็บประสบการณ์จากการทำคลินิกของคุณหมอท่านอื่น ทั้งใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ต่างกันไป เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ในการรักษา และความรู้ในการสื่อสารกับเคส ให้เกิดวิชาติดตัวกันไป

จน…มาถึง

- วันที่ตัวเองรู้สึกว่า น่าจะพร้อมแล้ว(มั้ง)
- วันที่น่าจะมีอะไรของตัวเองสักทีแล้ว (โว้ย)
- วันที่เริ่มเบื่อๆๆๆ กับวิถีเดิมๆของที่ทำงานที่เก่า ทั้งรูปแบบการรักษา เจ้านาย เพืีอนร่วมงาน
- วันที่ต้องการรายได้ และความก้าวหน้าที่มากขึ้น (ทำเองรวยแน่นอน กรูมั่นใจ)
- วันที่ ฮึกเหิม ฮึกเหิม และ มั่นใจ ว่า..เรา พร้อมแล้ว… (มโนทำงานเต็มที่ + อีโก้ที่ล้นเหลือ)

ไม่แปลกหรอกครับ...ผมก็เป็น "หนึ่ง" ในคนเช่นนั้น เช่นกัน วันที่มีความรู้สึก ความคิดต่างๆนานา เหตุผลร้อยล้านแปดสิ่ง และ ใจที่มันฮึกเหิม มันเฝ้าบอกหลอกเราว่า
...เรา พร้อมแล้ว…

เราพร้อมที่จะเริ่มเดินทาง ไปตามฝันของตัวเอง ฝันที่เราวาดไว้อย่างสวยหรู ฝันที่เราจะรวย เราจะสำเร็จ

ยิ่งการก้าวเข้ามาสู่การเป็นเจ้าของคลินิก
มันช่างง่ายแสนง่ายเสียนี่กระไร
..เพียงเรามีใบประกอบโรคศิลป์..เพียงเรามีเงินทุนสักก้อน..เพียงเรามีแรงและความรู้ในการรักษาสัตว์..เพียงเรามีเวลาดูแลกิจการ
เท่านี้ มันก็น่าจะพอแล้วมิใช่หรือ
สำหรับการเปิดคลินิกของตัวเอง

หากแต่...เราไม่เคยรู้เลยว่า

มันมี "คลินิกที่เจ๊ง" ด้วยเหรอ
มันมี "คลินิกที่ไปไม่รอด" ด้วยเหรอ
หรือ ...มันมี "คลินิกที่อยู่ไปวันๆ" ด้วยเหรอ

การก้าวเข้ามาสู่การเปิดคลินิกนั้น
ในอีกมุม ที่เราไม่เคยรู้เลยว่า

มันมีความรู้อะไรอีกมากมาย ที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ หรือกระทั่ง เตรียมใจมาก่อน

ก็มหาลัยไม่เคยสอน
ก็ที่ทำงานก็ไม่เคยสอน
ก็ไม่มีใครชี้ทางมาก่อน
ส่วนมากก็ ลอกไปกันทำมา

อีกมากมายหลายสิ่ง ที่ต้องรู้
ไม่ว่า จะเป็น
- การบริหารองค์กร (แปลว่าไรเนี่ย)
- การบริหารการเงิน ภาษีสารพัดรูปแบบ
- การทำการตลาด ทำเฟสบุ๊ค ไลน์ (ก็พอแล้วม้าง)
- การดูแลทรัพยากรบุคคล การจ้างงาน การหาคน สัมภาษณ์ สอนงาน ทดลองงาน
- กฎหมายแรงงาน การดูแลทีมงาน
- การสั่งซื้อ การดูแลสต๊อกสินค้า

การ..การ..การ…. อีกมากมายหลายสิ่ง ทึ่เราไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอ (แมร่ง) ก็จะเจอ!!!

ลูกค้าต่อว่า ลูกค้าชักดาบ ลูกค้าทำตัวเป็นพระเจ้า
ลูกค้าทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ ลูกค้า…อีกสารพัดความกดดันที่คอยเข้ามาท้าทายเราเสมอๆ

มาเริ่มต้นกันครับ
#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์
จะพยายามเป็นเพื่อนผู้ช่วยเหลือและแนะนำ ให้แก่คุณหมอ ที่ต้องการการเรียนรู้ไปด้วยกันครับ

เริ่มธุรกิจไปแล้ว ก็ควรหาความรู้เพิ่มเติม
ใครที่ยังไม่้เริี่่ม แต่มีแผนว่าจะทำคลินิก
ก็ลองมาศึกษา เรียนรู้กันดูครับ
เพจเดียว ที่จะบอก บอก บอก ทุกแง่มุมธุรกิจรักษาสัตว์ จากหมอคนนึง ที่เริ่มต้นจากศูนย์เช่นกัน

13/03/2018

ับมือลูกค้าบ่นด่าว่าแพง

ในโลกยุคทุนนิยมอย่างในปัจจุบัน การจะหาสินค้าหรือบริการที่ทั้งดีและราคาถูก มันมีด้วยหรือ??
ใช่...อาจจะมี แต่ก็คงหาไม่ได้ง่ายนัก
สิ่งที่พบ ก็มีอยู่คือ
- ของแพง&ดี
- ของดีสมราคาคุ้มค่าของมัน และ
- ของถูก&ห่วย
นอกเหนือจากนั้น เช่น แพง&ห่วย ก็คงไม่ใช่บริการที่จะอยู่ได้นานนัก หรือ บริการตามกระแสแฟชั่น ขออนุญาติไม่กล่าวถึงนะ
มาดูกันว่า ในธุรกิจรักษาสัตว์อย่างของคุณหมอทุกๆท่าน ควรจะรับมืออย่างไรดี
เมื่อลูกค้า บ่นด่า ต่อราคา ว่าแพงจัง!!!

++Step ที่ 1++

กลับมาตั้งคำถามกับสถานพยาบาลของตัวเองก่อนคับ ว่ามันแพงจริงหรือไม่ หรือ ราคามันไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่า ทำไมลูกค้าบ่นว่าแพง (Start with WHY?) ในมุมมองของลูกค้า ย้ำ!นะคับ ว่า #ลองมองในมุมของลูกค้าก่อน
ว่าทำไม... ถึงรู้สึกว่า "แพง"
ข้อนี้ ผมขอให้เป็น step ที่หนึ่งเลย เพราะว่า mind set (ทัศนคติ) สำคัญที่สุด
ถ้าเรามั่นใจว่า ราคาที่เราตั้งแล้วนั้น มีความสมเหตุสมผล เพราะ เราใช้สินค้า ยาคุณภาพที่ดี พนักงานและคุณหมอมีความรู้&ประสพการณ์ที่ดี ที่ถูกต้อง สถานที่ตั้ง ทำเล ค่าเช่าพื้นที่ ค่าลงทุนไป มีความเหมาะสมแล้ว กับราคาที่ตั้งไว้ ก็ขอให้ผ่านไปที่ step ต่อไปคับ ..
++Step ที่ 2++

ลูกค้าบ่น เพราะ Feeling or Fact
สิ่งที่เค้าบ่นออกมา เป็น "ความรู้สึก" หรือ "เรื่องจริง" กันแน่ หรือ อาจจะทั้ง2อย่าง
สำคัญอย่างไร?
- Feeling ที่บ่นออกมา ให้เรากลับมาพิจาณา Flow&Touch point ต่างๆของเรา ว่ามีจุดใดหรือเปล่า ที่ก่อเหตุให้เกิดความรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม จึงทำให้รู้สึกว่าแพง อาจจะโดยการสอบถามกับลูกค้าทางตรง หรือ ลองใช้การสังเกตดูว่า ทางเรามีจุดผิดพลาดตรงใดบ้าง
เช่น รอคิวนาน บริการตนเอง โดนแซงคิว แอร์ไม่เย็น กลิ่นเหม็น และอื่นๆอีกมากมาย เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุได้หมด ที่ทำให้ "รู้สึก" ว่าแพง
- แล้ว Fact หล่ะ เช่น... ก็เคยมาทำเหมือนๆกัน ครั้งที่แล้วไม่ใช่ราคานี้นิหว่า
เช่น การทำวัคซีน การทำแผลต่อเนื่อง ทำไมราคาไม่เท่ากัน ทั้งๆที่เมื่อวาน หรือก่อนหน้านี้ ก็ราคานี้
FACT ควรแก้ไขให้ถุกต้องและสมเหตุสมผล เพราะมันคือ "ความจริง" ที่เราได้ทำผิดพลาดไป กลับมาดูที่มาตรฐานของเราครับ ว่าถูกต้องหรือเปล่า..
++Step ที่ 3++

แก้ไขครับ คนดีชอบแก้ไข คน...ชอบแก้ตัว
เสียเวลาเปล่าคับ ที่จะตามมาแก้ตัวทุกๆครั้งที่ลูกค้าบ่นว่าแพง แก้ตัวไป อธิบายไป ก็อาจจะไม่ได้อะไรขึ้นมา
สิ่งที่ควรทำคือ ทำให้ "คุ้มค่า"
ทำให้ลูกค้ารู้สึก เสมอว่า คุ้มค่าที่สุด ที่ใช้บริการมา เราควรจะกลับมาดู
- Value ทั้ง4(ภาพลักษณ์ บุคลากร สินค้า และบริการ) มาเปรียบเทียบกับ
- Price ทั้ง4(เงิน เวลา พลังงาน จิตใจ)
ซึ่งได้ลงรายละเอียดไว้ในบทความก่อนๆแล้ว ว่าควรทำอย่างไรบ้าง ให้คุ้มค่าที่สุด

?ทำไมคนยังอุดหนุนกาแฟstarbucks
?ทำไมเสื้อผ้า Uniqlo ขายดี
?ทำไมรถยุโรปขายได้ เมื่อรถญี่ปุ่นก็ขับได้ดี

#เพราะคุณค่าที่เค้าส่งมอบให้ลูกค้าคุ้มค่าเสมอครับ ..
++Step ที่ 4++

"สื่อสาร" สื่อสาร สื่อสารอย่างเหมาะสมและให้เค้าได้เข้าใจอย่างชัดเจน ในจุดที่เค้าคิดว่า ทำไมแพง!
ลูกค้ามักตั้งคำถามด้วยตัวเองเสมอๆ
จะดีกว่านั้นไหมคับ ถ้าเราจะรู้ก่อนว่า
?เค้ามักจะตั้งคำถามกับอะไร?
แล้วเราก็คอยเสริพ์ คอยสื่อสาร คอยส่งสารให้รู้อยู่เสมอๆว่า #มาตรฐานของเราอยู่ตรงไหน

_ทำไมราคาค่าผ่าตัดเราแพงกว่าที่อื่น_
>เคยบอกไหม ว่าเราตรวจเลือดก่อนนะ เราใช้ไหมอย่างดี เราใช้ดครื่องดมยาสลบ เราใส่ชุดปลอดเชื้อ เราทำอะไรให้สัตว์เลี้ยงเค้าบ้าง

_ทำไมราคาแอดมิทที่นี้ราคาสูงกว่าที่อื่น_
>เคยบอกไหม ว่าเราให้ยาอะไรบ้าง วันละกี่ครั้ง เราใช้เครื่องมือทางการแพทย์อะไรบ้าง เรามีทีมงานดูแลวันละกี่คน เราให้สัตว์เลี้ยงของเค้า นอนหลับพักผ่อนสบายอย่างไรบ้าง

หมั่น สื่อสารคับ...แล้วลูกค้าจะเข้าใจเรามากขึ้น..
สุดท้าย ไม่ว่าจะอย่างไร ปัญหานี้ ก็อาจจะยังวนเวียนอยู่เป็นประจำกับสถานพยาบาลของเราไปตลอดก็ได้ หากเรายังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ แก้ไข ปรับปรุง และสื่อสาร กับสถานพยาบาลของเรา ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าทุกๆครั้งที่มาใช้บริการอยู่เสมอ

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

🎯ลูกค้าภายใน VS ลูกค้าภายนอก🎯• Internal customer VS External customer •   แอดมินห่างหายไปกว่าอาทิตย์ ไม่ได้มาเขียนบทความ...
03/03/2018

🎯ลูกค้าภายใน VS ลูกค้าภายนอก🎯
• Internal customer VS External customer •

แอดมินห่างหายไปกว่าอาทิตย์ ไม่ได้มาเขียนบทความให้คุณหมออ่านกัน เนื่องจาก...ติดปัญหาภายในองค์กร ซึ่งก็ถือว่าได้ประสบการณ์ตรงดีดีในการบริหารงานของจริง ซึ่งไม่ได้เพียงแต่อ้างอิงตำรา แล้วจึงนำมาเขียนให้คุณหมออ่านกัน
โอเค มาเริ่มกันเลย ตามหัวข้อ
#ลูกค้าภายในVSลูกค้าภายนอก

✓ ลูกค้าภายนอก คือ อะไร?
ลูกค้าภายนอก คือลูกค้าที่มารับ หรือมาใช้บริการจากทางเรา จากองค์กรของเรา หรือก็คือเจ้าของสัตว์นั่นเอง เข้าใจได้ง่ายและตรงๆ ตามนี้

✓ แล้วลูกค้าภายใน นั่นหล่ะ คืออะไร?
ลูกค้าภายใน ก็คือ พนักงานหรือทีมงานของเรานั่นเอง

แล้วทำไมถึงเรียกว่าเป็นลูกค้าหล่ะ?
เพราะ พนักงานของเรา ก็คือบุคคลที่ ซื้อโอกาส ซื้อนโยบาย ซื้อเป้าหมาย ซื้อเนื้องาน ซื้อการอยู่ร่วม กันกับองค์กรนั่นเอง หากองค์กรใด มีลูกค้าภายในที่แสนดี จงรักภักดี มีความสุขกับองค์กร ก็ย่อมจะถ่ายทอด ความรู้สึกดีดี ไปสู่ลูกค้าภายนอกอย่างแน่นอน
..ปัญหามันก็อยู่ที่ตรงนี้แหละคับ...

จะบริหารอย่างไรให้ เกิดความสมดุลทั้งลูกค้าภายในและภายนอก ขนาดที่กำลังดี! มีความสุขร่วมกัน ภาวะนั้น มันคือ...องค์กรในอุดมคติเลยทีเดียว
ลูกน้อง (ลูกค้าภายใน) มีความสุขในการทำงานให้องค์กร จนส่งมอบสิ่งดีดีให้แก่ลูกค้าภายนอก ให้เค้าได้รับความสุขอย่างที่ตนเองได้รับ

// อ้ายสมดุลที่ว่าเนี่ยแหละ มันต้องใช้ "ศิลปะ" เป็นอย่างมากในการบริหาร //

เพราะ ผู้บริหาร เจ้าของกิจการจะทราบดี เหรียญนั่นมี2ด้านเสมอ
✓เมื่อตั้งใจ อยากบริการให้กับลูกค้าภายนอกดีดี (ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนี้) ก็เกิดภาวะกดดัน ความเครียด ความคาดหวัง ความต้องการต่างๆ ของเจ้าของ ที่อยากส่งมอบสิ่งดีดีให้แก่ลุกค้า เช่น เวลาที่รอไม่นาน มารยาทแสนดี กิริยาอ่อนหวาน คำพูดคำจาน่าฟัง แต่...ไม่ได้ดั่งใจ เพราะลูกน้อง (ลูกค้าภายใน)ของเราไม่อินด้วย

✓ไอ้ครั้น ดูแลลูกน้อง(ลูกค้าภายใน) ดีมากๆ จนเกินไป มีความสุข Happy สดชื่น สบายๆ จนมากเกินไป ก็เกิดภาวะ comfort zone ที่มากเกินไปของทีมงาน ไม่ว่าจะ
- มัวแต่ห่วงใยดูแลกันเอง
- ไม่อยากมีปากเสียงทะเลาะกัน
- เอาใจกัน
- ปกปิดความผิดกันและกัน
- ไม่รายงานเบื้องบน
- ปีนเกลียวเล่นหัวผู้บริหาร
- เฉื่อยชาเพราะสบายจนเคยตัว

จน.... ลืม!!! คิดถึงลูกค้าภายนอก

ความสนุกของผู้บริหารก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ จะทำอย่างไร
_ให้มันอยู่ ในความพอดี_
_อยู่ ในระดับที่เหมาะสม_
_อยู่ ในทางสายกลาง_
#ที่จะได้ใจทั้งทีมงาน #ได้ใจทั้งลูกค้า

สูตรสำเร็จไม่มี อยากได้ต้องเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ ผ่านการลงมือทำ

#ศิลปะแห่งการบริหาร บางอย่างมันสอนผ่านตัวหนังสือไม่ได้จริงๆ
#แบบฝึกหัดชีวิตจริง

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #สร้างแบรนด์สร้างอย่างไร   คีย์สำคัญของการ "สร้างแบรนด์" หรือ "สร้างชื่อ"ของคลินิก มีอย่างไรบ้าง ที่คุณหมอควรจะทำความเข...
21/02/2018

#สร้างแบรนด์สร้างอย่างไร

คีย์สำคัญของการ "สร้างแบรนด์" หรือ "สร้างชื่อ"ของคลินิก มีอย่างไรบ้าง ที่คุณหมอควรจะทำความเข้าใจก่อนว่า มีคีย์หลักในการทำอย่่างไรบ้าง

✓1. อยากเป็นแบบไหน เอาให้แน่

หลายๆครั้ง เราจะสับสน หรือ เกิดความไม่แน่ใจ ว่าแบรนด์ที่เราจะสร้าง แบรนด์ที่เราอยากให้คนอื่น "จดจำ" เป็นแบบไหน เช่น แบรนด์ รพ.กรุงเทพ คืออะไรครับ ลองนึกภาพดู ก็จะเห็นภาพ เครือรพ. ที่ใหญ่ที่สุด มีสาขาเยอะ ราคาสูง มีมาตรฐาน เครื่องมือครบ อยู่ในห่วงโซ่ที่สูงที่สุดในธุรกิจการแพทย์ เป็นต้น

✓2. Character ชัดเจน ไม่กำกวม

แปลว่าอะไร? นึกภาพเพื่อนของเราที่ชัดเจนมากที่สุด เช่น ตัวหัวโจกในกลุ่มเพื่อนๆ มักมีลักษณะอย่างไร มีบุคลิกอย่างไร หรือ ร้านอาหารสไตล์loft การตกแต่ง โทนสี โต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์ อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ นั้นแหละ Character

✓3. Brand Telling

เราเป็นคน "บอก" เอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาบอก
ในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย มีมากมายหลายอย่าง
ลูกค้ามักตีความอย่างรวดเร็วมากขึ้น มากขึ้นทุกทุกวัน กับข้อมูลมหาศาลที่เค้าได้รับ การรอเพื่อให้ลูกค้ามาตีความ จะเกิดความคลุมเครือ สับสน หรือ สื่อสารไม่ตรงจุดได้ ทางที่ดีที่สุด คือ เราเป็นคนบอก บอกไปเรื่อยๆ ย้ำๆตรงจุดนั้นไปว่า แบรนด์ของเราคืออะไร เช่น สโลแกน ความหมาย ต่างไป

✓4. ทิศทางเดิมตลอดเวลา

จุดนี้มักไม่ง่ายนัก เมื่อเวลาผ่านไป เรามักสื่อสารคลาดเคลื่อน แตกต่างไปจากเดิม เช่น วันนี้ ออกโปรโมชั่นลดราคา เด่วปรับขึ้นราคา เด่วแถมของฟรี เด่ววันนี้ใช้สีนึง อีกวันใช้อีกโทนสีนึง หรือเปลี่ยน Corporate identity ตลอดเวลา ลูกค้าจะเกิดความสับสนว่า ตกลงแบรนด์นี้แพงหรือถูก คุณค่าที่ส่งมอบคืออะไร แบรนด์สีอะไรกันแน่ หรือเรียกว่า #ภาพจำ ของลูกค้าคลาดคลาดเคลื่อน

และ...ข้อสุดท้าย

✓5. คิดทุกครั้ง ว่าสิ่งที่ทำนี้ กระทบแบรนด์แบบ ให้คุณ หรือ ให้โทษ

การสื่อสารใดๆออกไป ทุกๆครั้ง ควรทบทวน ไตร่ตรอง ข้อดีและข้อเสีย ให้แน่ใจว่า จะเกิดประโยชน์มากกว่าผลเสีย แต่...สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ มีคนพูดถึงทั้งดีบ้างร้ายบ้าง ก็ยังดีกว่า ไม่มีใครพูดถึงแบรนด์เราเลย

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #แบรนด์คืออะไร?What is Brand?✓แบรนด์คืออะไร?✓    เป็นหนึ่งในคำถามที่คุณหมอคลินิก มักจะถามมากที่สุด มีความเข้าใจต่างๆกัน...
14/02/2018

#แบรนด์คืออะไร?
What is Brand?

✓แบรนด์คืออะไร?✓
เป็นหนึ่งในคำถามที่คุณหมอคลินิก มักจะถามมากที่สุด มีความเข้าใจต่างๆกันไปมากมาย ไม่มีถูกไม่มีผิด แล้วแต่ใครจะตีความกันไป

• หรือ...แบรนด์...เป็นแค่ “ชื่อ” •
การตั้งชื่อคลินิกหรือรพส. ด้วย ชื่อตนเอง ชื่อถนน ชื่อชุมชนสถานที่ หรือชื่ออื่นๆที่ี่เหมาะสม แล้วนั่น คือ แบรนด์ ถูกต้องส่วนหนึ่งครับ

• หรือ...แบรนด์...เป็นแค่ “สี” •
มีสีหลักขององค์กร เช่น สีน้ำเงิน สีเขียว สีส้ม
นั่นก็ใช่ เป็นส่วนหนึ่งของ แบรนด์

• หรือ...แบรนด์...เป็นแค่ “โลโก้” •
รวมถึงการสร้างโลโก้ รูปหมาแมว ตัวอักษร สัญลักษณ์ ก็ใช่..นั่นก็คือ ส่วนหนึ่งของ แบรนด์

และที่สำคัญ ไม่มี "แบรนด์" ก็ยังทำคลินิกได้อยู่นินีน่า รายได้ก็ดีด้วยซ้ำ
ตกลง "แบรนด์" มันสำคัญอย่างไร มีประโยชน์อย่างกันแน่ และ ถ้าจะสร้าง "แบรนด์" จะเริ่มต้นอย่างไร

@แบรนด์ คือ... ชื่อเสียงทั้งหมดของเรา ที่กำลังบอกออกไป และสามารถเปลี่ยนเป็นเงิน หรือ การตัดสินใจได้

• แบรนด์ ช่วยในการตัดสินใจให้ซื้อ
• แบรนด์ ช่วยในการสร้าง อารมณ์ ความรัก ความรู้สึก ให้เกิดขึ้น
• แบรนด์ เป็นทรัพย์สมบัติ ที่จะมากขึ้นไป เมื่อเวลาผ่านไป
• แบรนด์ ทำให้เหนื่อยน้อยลง ในการแข่งขัน
• แบรนด์ ทำให้ได้ ทีมงานพนักงาน ที่ดีดีมาอยู่กับองค์กร
• แบรนด์ ทำให้ องค์กรแจ้งเกิดได้

หวังว่า แต่ละคลินิกจะเริ่มเห็นประโยชน์ของการสร้างแบรนด์มากขึ้น
ยุคนี้ใครไม่มีแบรนด์...เหนื่อยคับ

ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันว่า แล้วเราจะเริ่ม
"สร้างแบรนด์" กันอย่างไรดี

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #4สิ่งที่ลูกค้าเสียเมื่อมาใช้บริการ   จากบทความครั้งที่แล้วได้พูดถึง 4สิ่งที่ลูกค้าควรจะได้รับเมื่อมาใช้บริการ ในครั้งน...
08/02/2018

#4สิ่งที่ลูกค้าเสียเมื่อมาใช้บริการ

จากบทความครั้งที่แล้วได้พูดถึง 4สิ่งที่ลูกค้าควรจะได้รับเมื่อมาใช้บริการ ในครั้งนี้...เราลองมาดูกันว่าในมุมของลูกค้าแล้ว เมื่อมาใช้บริการเขาได้ "เสีย" อะไรไปบ้าง

✓ 1. เงิน
เสียเงิน...แน่นอน! ทุกๆครั้งที่มาใช้บริการ หรือเกือบทุกๆครั้งที่มาใช้บริการ เจ้าของสัตว์จะต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นผลตอบแทนกับการรักษา
คำว่า "แพง" หรือ "ถูก" เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะต้องเข้าใจเป็นอย่างมาก เพราะคำว่า
"แพง" หรือ "ถูก" ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขอย่างเดียว
แต่...ลูกค้า วัดจากความ "รู้สึก" ในคุณค่าจากสิ่งที่เค้าได้รับ...
• ของบางอย่างอาจ "ราคาถูก" หากคุณค่าที่ได้รับมันเยอะ
• ของบางอย่างอาจดู "แพง" หากคุณค่าที่เค้าได้รับ มันช่างน้อยนิดเดียว

✓ 2. พลังงาน
พลังงาน คือ อะไร?
คือแรงงานที่ใช้ไป ในขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดของลูกค้า ในเส้นทางการมาใช้บริการ
ไม่ว่าจะเป็น...
• แรงงานในการจับบังคับสัตว์
• แรงในการจูง อุ้มลง ขึ้นรถ เดินจากที่จอดรถ
• พลังงานในการขับรถ
• ความเหน็ดเหนื่อยเบื่อหน่ายจากการรถติด
• พลังงานที่ใช้ในการรอขั้นตอนต่างๆ
• และ...อื่นๆอีกมากมาย ที่สูญเสียพลังงาน

✓ 3. เวลา
เวลา ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างนึง ที่ถือว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญของลูกค้า
เวลาที่ว่า นับเริ่มต้นตั้งแต่/การเดินทางออกจากบ้านมา/ ฝ่าการจราจร/ นั่งรอคิว/ รอการรักษา/ รอผลเลืิอด/ รอ..รอ..รอ/ ...จนเสร็จสิ้นการรักษา/ ขับรถกลับถึงบ้าน/
จะเห็นว่า ในมุมของลูกค้า เวลาที่เค้าใช้ไปในการคุยกับคุณหมอในห้องตรวจ อาจเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเวลา ของทั้งหมดที่เค้าใช้ไปตลอดเส้นทางการพามารักษาในครั้งนี้

✓ 4. จิตใจ
ทุกๆครั้งที่สัตว์ป่วยจิตใจของเจ้าของ ก็มักจะไม่สบายใจอยู่แล้ว หากยิ่งมารับการบริการ แล้วเจอสิ่งใดๆที่กระทบจิตใจในเชิงลบอีก เช่น
• ข่าวร้ายจากอาการสัตว์
• คำพูดต่อว่า ส่อเสียดเชิงลบ
• กิริยามารยาทที่ไม่เหมาะสม
• ภาพอุจาดที่หมอๆเห็นกันจนชินตา
• สิ่งต่างๆที่ชวนหดหู่ ห่อเหี่ยว เช่น ห่อร่างสัตว์ที่เสียชีวิต ด้วยถุงดำ!!
สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่กระทบจิตใจของเจ้าของทั้งสิ้น

สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด
คือ... สิ่งที่ลูกค้าเสียไปในการมารับบริการ
คือ... สิ่งที่คลินิกและโรงพยาบาลควรจะต้องทำอย่างไรให้เจ้าของเสียตรงนี้น้อยที่สุด
ยกเว้น!...เพียงเรื่องเดียวคือเรื่องเงิน
ซึ่งคลินิกควรจะต้องได้เยอะๆ
(หรือ อยากจะได้น้อย?)

ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันว่าแล้วเราจะทำอย่างไร
ให้ลูกค้า "คุ้มค่าที่สุด"

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #4สิ่งที่ลูกค้าควรได้รับ เมื่อมารับบริการ   ธุรกิจสถานพยาบาลทุกที่ แน่นอนต้องการมีรายได้ที่ดี เพื่อความอยู่รอดขององค์กร...
31/01/2018

#4สิ่งที่ลูกค้าควรได้รับ เมื่อมารับบริการ

ธุรกิจสถานพยาบาลทุกที่ แน่นอนต้องการมีรายได้ที่ดี เพื่อความอยู่รอดขององค์กร ทีนี้เราลองมาดูกัน หากอยากให้องค์กรของเรา มีรายได้ที่ดีและมีกำไรเกิดขึ้น มีอะไรที่เราควรส่งมอบให้แก่ลูกค้าของเราบ้าง

4สิ่งที่ลูกค้าควรได้รับ หรือ คุณค่ารวมของลูกค้า (Total customer value) คืออะไรกันบ้าง

++ 1. ภาพลักษณ์ (Image value) ++
มนุษย์เรามักใช้ “ตา” เป็นประการด่านแรกๆในการรับความรู้สึก “ตา” ของเรามักจะมอง และตีความโดย “สมอง” โดยทันทีจริงหรือไหม? เช่น.
• เรามองเห็นชุดทหาร สมองเราแปลความว่าทันที ว่าคนนี้คือทหาร
• เรามองเห็นนักเรียนเดินเล่นห้างในตอนเที่ยง เรา(อาจ)จะตีความทันที ว่านักเรียนคนนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือโดดเรียน ในทันทีจริงหรือไม่?

คนเรา(ส่วนมาก) มักตัดสินที่ตาโดยทันที แล้วถ้าลูกค้ามองเรา(สัตวแพทย์) แล้วลูกค้า
√ เกิดคำถามหรือสงสัย ว่านี้ใช้หมอหรือไม่??
√ ที่นี้ใช้สถานพยาบาลที่เค้าจะให้ความมั่นใจได้หรือไม่?
√ หรือรวมถึงการ “มอง” เห็นการตกแต่งคลินิก ป้าย สัญลักษณ์ ต่างๆ
นี้แหละครับ ภาพลักษณ์ ข้อแรก ที่ลูกค้าควรจะสัมผัสได้ด้วย “ตา” เพื่อที่จะไปได้ถึง “ ใจและสมอง” เพื่อการตีความที่ดี ที่ลูกค้าควรจะได้รับ


++ 2. บุคลากร (Personal value) ++
สัตวแพทย์ ทีมสัตวแพทย์ ผู้ช่วย เวชระเบียน เจ้าหน้าที่ต่างๆ นอกจากภาพสัมผัสที่ผ่านด้วยตามาแล้ว คุณค่าความรู้/ ความสามารถ/ ฝีมือ/ ประสบการณ์/ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ/ บุคลิกภาพต่างๆ/ การแต่งตัว/ เสื้อผ้าหน้าผม หนวดเครา/ กลิ่นตัว/ การเดินการนั่ง/ และอื่นๆ
นี้คือ บุคลากร (Personal value) ที่ลูกค้า คาดหวังจะได้รับ ยิ่งได้รับเยอะ ยิ่งดี ยิ่งเห็นภาพความมืออาชีพมากขึ้น

++ 3. การบริการ (Service value) ++
การบริการที่ประทับใจ ผ่านรอยยิ้ม ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น
√ กลิ่น!! ซึ่งมักเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของคลินิกรักษาสัตว์ ที่มักมี "มลภาวะ" ทางกลิ่น
√ เสียง เสียงที่ดี ที่มีความดังเหมาะสม ไม่ดัง ไม่เงียบจนเกินไป ไม่ใช่มีแต่เสียงสุนัขเห่าหอนดังไปทั้งหมด
√ อากาศภายในคลินิกที่เหมาะสม
√ เก้าอี้ที่นั่งคอย
√ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทางคลินิกจะจัดหาให้ได้ เช่น Wifi ที่ชาร์จ น้ำดื่ม ทีวี นิตยสารที่เหมาะสม

++ 4. สินค้า (Product value) ++
สินค้าของคลินิกรักษาสัตว์ มีได้มากมายหลายอย่าง เช่น การรักษา การผ่าตัด การทำวัคซีน อาบน้ำ ตัดขน ฝากเลี้ยง และอื่นอีกมากมาย ที่จะให้ลูกค้าได้รับความหลากหลายของสินค้า
แต่...ก็ไม่ได้หมายความว่า คลินิก/โรงพยาบาลต้องทำได้ทั้งหมด! ถึงจะตอบโจทย์ของลูกค้า...
√ การมีสินค้าที่หลากหลายไม่ได้แปลว่า เรามีสินค้าที่ดี
√ สินค้าที่ดีอาจจะมีไม่มากชนิดแต่มีคุณภาพก็ได้ เช่น การรักษาที่เฉพาะเจาะจงพิเศษ ก็ถือว่า เป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพได้
..นี้คือ 4สิ่งหลักๆที่แต่ละคลินิกควรส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม...
คำถามที่จะตามมาแน่นอนคือ...
• เราจำเป็นไหมที่ต้องที่ครบทั้ง4ข้อ...
• อาจจะไม่ได้จำเป็นทั้งหมดครับ...เพียงเราเริ่มต้น และค่อยๆพัฒนาสักอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ดีจนลูกค้า “สัมผัส” ได้ รู้สึกถึงคุณค่า (Value) ที่เพิ่มขึ้น ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ในการเริ่มต้น ที่จะสร้างองค์กรให้มียอดขายที่ดีและมีกำไร ที่มากขึ้นแล้วครับผม

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #5ปัจจัยความต้องการของลูกค้าโรงพยาบาลสัตว์  #ลูกค้ายุค4.0   บทความนี้ ได้รับข้อมูลอัพเดตงานวิจัยจากนักศึกษาปริญญาโท ได้...
27/01/2018

#5ปัจจัยความต้องการของลูกค้าโรงพยาบาลสัตว์
#ลูกค้ายุค4.0

บทความนี้ ได้รับข้อมูลอัพเดตงานวิจัยจากนักศึกษาปริญญาโท ได้ทำขึ้นมาในปี 2017 จากการทำแบบทดสอบมากกว่า 400ชุด
เพื่อหาว่า ลูกค้ายุคใหม่ ลูกค้าในยุค4.0 ที่มาเข้ารับบริการโรงพยาบาลสัตว์ต่างๆในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อะไรกันนะ...ที่เป็น ปัจจัยที่สร้าง "ความพึงพอใจ" ให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการกันแน่
เพื่อแต่ละคลินิก/รพส จะได้เห็นมุมมองจากลูกค้าตัวเป็นๆ (Customer view) บ้าง ว่าตัวเรา ตัวคุณหมอ มีมุมมอง หรือ คิด ได้สอดคล้องกับ
"ความต้องการ" ของลูกค้ามากน้อยเพียงใด

🎯 ปัจจัยอันดับ 1ที่ ลูกค้าต้องการคือ....
✓ ปัจจัยด้านบุคคล/พนักงาน และกระบวนการ แปลได้ว่า ลูกค้าต้องการ "มนุษย์" ที่เค้ามั่นใจมากที่สุด เช่น คุณหมอท่านที่จะทำการรักษา นั้นมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในด้านนั้นๆ ลูกค้าได้รับข้อมูลด้านนี้ผ่านชื่อเสียงและอินเตอร์เนทมากขึ้น รวมถึง...พนักงานที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในยุคนี้เลยทีเดียว

🎯 ปัจจัยอันดับที่ 2 คือ...
✓ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและกายภาพ นั้น ก็คือ "ความสวย เย็น หอม" ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ตา หู จมูก สัมผัส การตกแต่งสถานที่ดูสะอาด ปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ เสียงเพลงไพเราะลื่นหู ชุดพนักงานดูดีมีมาตรฐาน อากาศถ่ายเท สดชื่น

🎯 ปัจจัยที่ 3 ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาดและบริการ
✓ ลูกค้าสมัยใหม่ โดยเฉพาะในเมือง รับได้กับการที่คลินิก/รพส โฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆที่เหมาะสม มีแพคเกจ มีโปรโมชั่น สิ่งยั่วใจต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งการให้การบริการที่หลากหลายมากขึ้นในสถานพยาบาล ทั้งการอาบน้ำตัดขน ฝากเลี้ยง ว่ายน้ำ หรือบริการเสริมอื่นๆ

🎯 ปัจจัยที่ 4 คือ...
✓ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ หรือ "คุณภาพ" การรักษานั้นเอง ซึ่ง เชื่อว่า คุณหมอมักจะมีความคิดว่า คุณภาพการรักษาสำคัญที่สุด!
คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด!
จึงพยายามเติมวิชาการมากมาย ให้เกิดคุณภาพในการรักษามากที่สุด แต่....ในมุมลูกค้า ปัจจัยนี้ให้ความสำคัญเป็นลำดับที่รองๆลงมา

🎯 และ ปัจจัยที่ 5 คือ...
✓ ช่องทางการจัดจำหน่าย หรือ อาจเรียกว่าตำแหน่งสถานที่ตั้งนั้นเอง
ซึ่ีงเมื่อราว 5-10ปีที่แล้ว มีผลสำรวจคล้ายๆงานวิจัยนี้ออกมา แต่ ลูกค้าในยุคนั้นเลือกตำแหน่งที่ตั้งมาเป็นอันดับ1 หรือเรียกว่า "ใกล้ที่ไหน ไปที่นั้น" ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้ที่อาจมองข้ามคลินิกใกล้บ้านไปได้เลย หากไม่มีชื่อเสียงเป็นที่สร้าง "ความมั่นใจ" ให้แก่ลูกค้า

ก่อนจบ สงสัยไหมครับว่า "ปัจจัยเรื่องราคา"
กลับไม่มีผลเสียแล้วกับลูกค้าในเมืองสมัยนี้ ดังนั้น หากสถานพยาบาลสัตว์ไหนคิด ที่จะ "ลดราคา" เพื่อเรียกลูกค้า คงต้องกลับมาคิดใหม่นะครับ ว่านั้นไม่ใช่ปัจจัยที่ลูกค้าในเมืองต้องการอีกต่อไปแล้ว!!! เค้ายอมจ่ายนะครับ
อย่าคิดว่า...ยุคนี้ลูกค้าจะขี้เหนียวอีกต่อไป
เค้ายอมจ่ายครับ หากการจ่ายมันสมเหตุสมผล ตามผลจากงานวิจัยฉบับนี้

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #10ตัวเลขสำคัญของคลินิก (ตอนที่2)6. ต้นทุนอื่นๆ     สิ่งสำคัญมากอีกหลายรายการ ที่เราต้องมาใส่ใจ คือ...ต้นทุนต่างๆ ไม่ว่...
23/01/2018

#10ตัวเลขสำคัญของคลินิก (ตอนที่2)
6. ต้นทุนอื่นๆ

สิ่งสำคัญมากอีกหลายรายการ ที่เราต้องมาใส่ใจ คือ...ต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะตั้งแต่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าตึก ค่าโฆษณา ค่าผ่อนเครื่องมือ ค่าผ่อนธนาคาร ค่าอื่นๆๆๆๆ ซึ่งแต่ละคลินิกย่อมมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน ดังนั้น การตั้งราคาที่เหมาะสมในการคิดต่อเคสย่อมแตกต่างกันแน่นอน!

7. ค่าใช้จ่ายต่อเดือน

เมื่อเรานำ ข้อ4,5,6 มารวมกัน จะทำให้เราทราบถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเดือน ตัวเลขข้อนี้สำคัญ
สำคัญอย่างไร? ตัวเลขนี้จะทำให้เราทราบว่า ควรจะต้องมีรายได้เท่าไหร่ ถึงจะทำให้คลินิกอยู่ได้ และสามารถพยากรณ์รายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในรอบเดือนต่อๆไปได้อีกด้วย

8. ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อเคส

ขอข้ามตัวเลขที่ทุกคลินิกทราบดี คือ "รายได้ต่อเดือน" เพราะทุกคลินิกย่อมทราบอย่างแน่นอนอยู่แล้ว (หากที่ไหนไม่ทราบ...อันตรายอย่างยิ่ง) ค่าเฉลี่ยต่อเคส คิดได้โดย เรานำ "รายได้ทั้งเดือน" มาหารกับ "จำนวนเคสทั้งเดือน" แล้วเราจะทราบว่า การที่ลูกค้ามาใช้บริการครั้งนึงกับเรา เค้าจ่ายให้เราเท่าไหร่? เพื่อดูความเหมาะสมในการปรับราคา

9. กำไรขั้นต้น
หลายคลินิก เข้าใจผิด!! ถึงกำไรขั้นต้น
กำไรขั้นต้น คือ... ราคาสินค้า(ยา)ที่ขาย หักกับราคาต้นทุนสินค้า(ยา) เพียงเท่านั้นเอง เช่น ซื้อสินค้ามา 100บาท ขายไป300บาท กำไรขั้นต้นคือ 200บาท
ไม่ใช่เรามัวมาหลงดีใจว่ากำไรตั้ง200บาท ซึ่งความจริง เรายังมีค่าใช้จ่ายต่างๆที่รวมอยู่ในต้นทุนอีกตั้งหลายตัว ตัวเลขนี้เป็นเพียงมายาขั้นต้น เท่านั้นเอง

10. กำไรสุทธิ

กำไรสุทธิ หรืิอ ง่ายๆคือ “เหลือเท่าไหร่”
คำนี้สำคัญมาก "เหลือเท่าไหร่" สำคัญกว่า "หาได้เท่าไหร่" มากนัก
ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวมาทั้ง 9ข้อขั้นต้น จะไม่มีความหมายใดๆเลย หาก เราไม่ทราบว่า เราทำ แล้วเรา “เหลือ” เท่าไหร่ ซึ่งความจริงคลินิกเรา “เหลือ” หรือปล่าว หรือ...เป็นแต่ เงินที่หมุนไปหมุนมาในคลินิกเพียงเท่านั้น

ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงหลักการดูบัญชีบริหารขั้นต้น ที่เจ้าของกิจการทุกคนควรจะทราบนะครับ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการบริหารธุรกิจของทุกๆท่าน เราลองกลับมาใส่ใจดูกันครับ ว่าตัวเลข10อย่างนี้ เราเริ่มต้นใส่ใจมันมากน้อยเพียงใด อย่างน้อยที่สุด....
ขอแค่ข้อ 10 เป็นบวก ก็พอแล้ว จริงมั้ยคับ

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #10ตัวเลขสำคัญของคลินิก(ตอนที่1)   • ชีวิตการทำงานสัตวแพทย์ มักมีตัวเลขมากมายที่เกี่ยวข้องอยู่ในด้านการรักษา ไม่ว่าจะเป...
20/01/2018

#10ตัวเลขสำคัญของคลินิก
(ตอนที่1)

• ชีวิตการทำงานสัตวแพทย์ มักมีตัวเลขมากมายที่เกี่ยวข้องอยู่ในด้านการรักษา ไม่ว่าจะเป็น โด๊สยา เรทน้ำเกลืิอ น้ำหนักสัตว์ และอื่นๆอีกหลายตัวนัก

• ทีนี้ในส่วนของธุรกิจ เราเคยมาดูตัวเลข
"ที่สำคัญ" ของธุรกิจคลินิกกันบ้างไหม?
ว่าตัวเลขใด มีความสำคัญบ้าง ในการดำเนินธุรกิจของเรา

มาเริ่มต้นกันเลย

1. จำนวนเคสโดยเฉลี่ยต่อวัน
--------------------------------------------
เป็นตัวเลขเริ่มต้นง่ายๆ ที่ช่วยให้เราจัดการบริหารภายใน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคลินิก ที่มีเคสเฉลี่ย 5-10เคส ย่อมบริหารแตกต่างจากคลินิก ที่มีเคสเฉลี่ย20-30เคส อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะจำนวนหมอ จำนวนพนักงาน ปริมาณยาที่จะใช้ เป็นต้น

2. จำนวนปริมาณเคสในชั่วโมงเร่งด่วน
----------------------------------------------------------
ตัวเลขนี้ช่วยบ่งบอกเราได้ หากเรามีการเก็บสถิติที่ดี จะช่วยให้เรา รู้ถึงการ “ใช้เวลา” ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เช่น การหลีกเลี่ยงการผ่าตัดต่างๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน การนัดเคสที่ต้องคุยกันยาว การจ้างหมอหรือพนักงานมาเสริม การให้โอที เป็นต้น

3. จำนวนชั่วโมงที่สร้างรายได้ต่อเดือน
-----------------------------------------------------------
บางที่เปิดทั้งวันทั้งคืน24ชม. ชม.งานเยอะกว่าก็จริง แต่อาจจะไม่ได้แปลว่า... ทำ "กำไร" ได้เยอะกว่าคลินิกที่เปิด8ชม.
ยิ่งชม.งานมาก โอกาศสร้างรายได้มากขึ้นก็จริง แต่...ก็จะตามมาด้วยต้นทุนต่างๆ ที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน หากจะเพิ่มวันหรือเวลาทำงาน ลองมองตัวเลขนี้ด้วยนะคับ

4. ต้นทุนค่าแรงพนักงาน
---------------------------------------
เป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของธุรกิจบริการ ซึ่งควรนำมาคิดอย่างละเอียด ถี่ถ้วน เพื่อเป็นการตั้งราคาที่สะท้อนถึวต้นทุนที่แท้จริง และเหมาะสมแก่ลูกค้า การตั้งราคาตามๆกัน ที่นิยมทำกันอยู่ ไม่สามารถลอกกันได้ เพราะ....ต้นทุนเรื่ิองคน แต่ละที่ย่อมแตกต่างกัน ตามจำนวนพนักงาน ค่าแรง สวัสดิการต่างๆ

5. ต้นทุนค่ายาและเวชภัณฑ์
-------------------------------------------
ธุรกิจอย่างคลินิกรักษาสัตว์ มักตั้งราคาตามต้นทุนยาหรือตามที่บริษัทกำหนด
ซึ่ง... "ถูกต้องเพียงส่วนเดียว" เพราะ...ราคายาที่แต่ละคลินิก มักมีราคาที่ ไม่แตกต่างกันอย่่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น... การตั้งราคานอกจากดูต้นทุนยาแล้ว
ควรนำต้นทุนต่างๆ มาคิดด้วยถึงจะครอบคลุมมากขึ้น..
วันนี้เอาเท่านี้ก่อนนะครับ สัตวแพทย์เรามักไม่ค่อยถูกกับตัวเลข ลองกลับไปสำรวจกันดูครับ ว่าตัวเลขทั้ง 5อย่างขั้นต้น ของคลินิกเรา เป็นอย่างไร แล้วพบกันต่อ ในอีก 5ตัวเลขที่สำคัญของคลินิก ที่เหลือ

#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

 #5สัญญาณอันตรายสำหรับคลินิก #คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์
18/01/2018

#5สัญญาณอันตรายสำหรับคลินิก
#คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์

ที่อยู่

Chon Buri
20110

เบอร์โทรศัพท์

+66891588527

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คู่มือธุรกิจสัตวแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท