โรงพยาบาลสัตว์เพ็ทอีส PETiS Animal Hospital

โรงพยาบาลสัตว์เพ็ทอีส PETiS Animal Hospital PETiS มีความตั้งใจจะดูแลหัวใจดวงน้อยๆด้วยความรัก

PETiS ให้บริการรักษาสุนัขและแมวด้านอายุรกรรมและศัลยกรรม เราให้บริการตรวจเลือดและปัสสาวะ เอกซเรย์ดิจิตัลและอัลตราซาวด์ และมีที่พักสำหรับสัตว์ป่วยเพื่อพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สุขกายสบายใจ

เลือกอาหารสุนัขแบบไม่ถูกหลอกกัลล
08/05/2026

เลือกอาหารสุนัขแบบไม่ถูกหลอกกัลล

Decoding Canine Nutrition: Beyond Marketing Labels
🐾 อาหารหมายี่ห้อนี้ "เริ่ดจริง"หรือแค่โฆษณาเก่ง? มาอ่าน label ให้เป็นกัน
เวลาเราเดินเลือกอาหารหมาในร้าน มักจะเห็นคำพวกนี้บนถุงจริงไหมครับ:
✨ Holistic | Natural | Human Grade | No By-products | Grain-Free | Low Sodium | Low Fat
แหม....ฟังดูดีมากใช่ไหมครับ? แต่คุณๆรู้ไหมว่าบางคำเนี่ย... ไม่มีนิยามทางกฎหมายรองรับเลยแม้แต่น้อย และบางคำก็มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเป็นห่วงซ่อนอยู่ซะด้วย
🔍 มาไล่เรียงทีละคำ
"Holistic"
คำนี้ไม่มีนิยามหรือมาตรฐานทางกฎหมายในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลยแม้แต่น้อย ใครอยากพิมพ์ลงถุงก็พิมพ์กันได้เลย ไม่มีหน่วยงานไหนคอยตรวจสอบว่าผ่านเกณฑ์อะไรจึงใช้คำว่า "Holistic" แปะบนถุงได้ พูดง่ายๆ คือเป็นคำที่ฟังดูดี แต่ไม่ได้การการันตีอะไรทั้งสิ้น
"Natural"
คำนี้มีนิยามจาก AAFCO (องค์กรกำหนดมาตรฐานอาหารสัตว์สหรัฐฯ) ว่าต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ฟังดูมีมาตรฐานดีใช่ไหมครับ?
แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า Natural = Organic ทั้งที่จริงแล้วสองคำนี้โคตรจะต่างกัน! "Natural" มีเกณฑ์ที่หลวมกว่าและไม่ต้องผ่านการรับรองใดๆ ส่วน "Organic" นั้นต้องผ่านกระบวนการรับรองที่เข้มข้น และต้องได้รับตราประทับรับรองอย่างเป็นทางการถึงจะใช้คำคำนี้ได้ ดังนั้นอาหารที่เขียนว่า "Natural" ไม่ได้แปลว่าเป็น Organic นะจ๊ะ
"No By-products"
อันนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะที่สุดในบรรดาทุกคำเลยก็ว่าได้ครับ 😅
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า By-product คืออะไร? ตาม AAFCO Official Publication นิยามไว้ว่า By-product คือ "ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์หลัก" เท่านั้นเอง ไม่ได้มีความหมายว่าเป็นของเสียหรือของต่ำตม ตกคุณภาพแต่อย่างใด...เอิงเอย
ลองดูตัวอย่างเหล่านี้ครับ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น by-product ทั้งสิ้น:
🌿 จากถั่วเหลือง (Soybeans)
เมื่อแปรรูปถั่วเหลือง ผลพลอยได้คือ วิตามิน E และ Mixed Tocopherols ซึ่งนิยมใช้เป็นสารกันบูดธรรมชาติในอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังได้ น้ำมันถั่วเหลือง ที่เป็นแหล่งกรดไขมันที่ดีอีกด้วย
🌾 จากพืชน้ำมันชนิดต่างๆ
น้ำมันพืชที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น flaxseed oil, rice bran oil, corn oil หรือ soy oil ล้วนเป็น by-product ที่สกัดได้จากเมล็ดพืชในกระบวนการแปรรูปทั้งสิ้น
🍗 จากอุตสาหกรรมไก่
ไขมันไก่ (Chicken fat) ที่เป็นแหล่งพลังงานและกรดไขมันที่ดีในอาหารสัตว์ ก็คือ by-product จากอุตสาหกรรมไก่
🥩 อวัยวะภายใน (Organ meats)
ตับหมู ตับไก่ และตับวัว ที่เราต่างรู้ดีว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ ก็ถูกจัดเป็น by-product ในนิยามของอาหารสัตว์เช่นกัน เพราะเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคของมนุษย์ คนเอเชียอย่างเราๆก็กินนะเครื่องในสัตว์กัน นั่นแหละครับ เรากำลังกิน by-product ตามนิยามนี้นะจ๊ะ
🌱 จากพืชผัก
Beet Pulp หรือกากน้ำตาลจากหัวบีท และ Tomato Pomace จากเปลือก เนื้อ และเมล็ดมะเขือเทศ ก็ล้วนเป็น by-product ที่นิยมใช้เป็นแหล่งไฟเบอร์ในอาหารสัตว์
และถ้าให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองนึกถึงอาหารของคนเราครับ — วิตามิน E, เจลาติน, น้ำซุปก้อน และ lamb meal ทั้งหมดนี้ก็เป็น by-product เช่นกัน! คนกิน by-product ได้ทำไหมมะหมาจะกินบ่ได้หละ...
💡 อาหารที่โฆษณาว่า "No By-products" จึงไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือคุณภาพและสมดุลของสารอาหารโดยรวม ไม่ใช่ตรงคำว่า "มีหรือไม่มี" by-product
"Grain-Free"
นี่คือ marketing trend ที่ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงหลัง โดยมักถูกนำเสนอว่า "ใกล้เคียงธรรมชาติ" หรือ "เหมาะกับสุนัขมากกว่า" แต่มีหลายเรื่องที่ควรรู้ก่อนครับ
🔸 สุนัขไม่ใช่แมว — สุนัขเป็น omnivore สามารถย่อยและใช้ประโยชน์จากคาร์โบไฮเดรตได้ดีมาก ข้าวโพดที่หลายคนมองว่าเป็น "filler" จริงๆ แล้วมีความย่อยได้สูงถึง 85.4% ในสุนัข สูงกว่าข้าว ข้าวสาลี และ barley เสียอีก
🔸 เปลี่ยน grain แต่ไม่ได้ดีขึ้น — อาหาร grain-free มักใช้มันฝรั่ง, ถั่วลันเตา (peas) หรือ lentils แทน ซึ่งไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าธัญพืชโดยอัตโนมัติ
🔸 ประเด็นสุขภาพที่ต้องติดตาม — ตั้งแต่ปี 2018 FDA สหรัฐฯ เริ่มสืบสวนความเชื่อมโยงระหว่างอาหาร grain-free กับโรคหัวใจ DCM (Dilated Cardiomyopathy) ในสุนัขพันธุ์เล็ก โดยเฉพาะสูตรที่มี legumes สูง แม้กลไกยังอยู่ระหว่างศึกษา แต่เป็นประเด็นที่สัตวแพทย์ทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามกันอยู่
⚠️ Grain-free ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป และอาจมีความเสี่ยงที่ยังต้องศึกษาต่อเนื่อง
"Human Grade"
คำนี้ฟังดูพรีเมียมมาก แต่สิ่งที่บอกคุณภาพได้จริงยิ่งกว่าคือ กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพ อาหารสัตว์ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน AAFCO feeding trial (ของ US ส่วนในไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมปศุสัตว์ ไม่ใช่องค์การอาหารและยานะจ๊ะ) มาตรฐานจากหน่วยงานคือสิ่งที่บอกได้จริงๆ ว่าสัตว์เลี้ยงกินแล้วได้รับสารอาหารครบถ้วน ไม่ใช่แค่คำสวยหรูบนถุง "Human grade"
"Low Sodium / เกลือต่ำ / ไขมันต่ำ"
ดูที่ตัวเลขดีกว่าครับ! Guaranteed Analysis บนถุงจะบอก % ของโปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ และความชื้น แต่ตัวเลข % ที่เห็นบนถุงนั้นเปรียบเทียบตรงๆ ระหว่างอาหารเปียกกับอาหารแห้งไม่ได้เลย เพราะความชื้นและความหนาแน่นพลังงานต่างกันมาก
วิธีที่นักโภชนาการสัตว์แนะนำในปัจจุบันคือเปรียบเทียบสารอาหารต่อพลังงาน 1,000 kcal แทน เพราะสะท้อนสิ่งที่น้องได้รับจริงๆ ต่อการกินในแต่ละวัน
วิธีคำนวณ:
(% สารอาหาร as fed ÷ kcal/kg as fed) × 10,000
ตัวอย่าง: อาหารมีโปรตีน 28% และพลังงาน 3,500 kcal/kg
→ โปรตีน = (28 ÷ 3,500) × 10,000 = 80 g โปรตีน ต่อ 1,000 kcal
วิธีนี้ทำให้เปรียบเทียบอาหารเปียก อาหารแห้ง หรืออาหารสูตรต่างๆ ได้อย่างยุติธรรมในหน่วยเดียวกัน และยังช่วยให้รู้ว่าน้องได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการพลังงานจริงๆ ไหม
💡 ข้อมูล kcal/kg มักอยู่บนถุงอาหาร หรือสอบถามได้จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
✅ แล้วดูอะไรดีกว่า?
แทนที่จะสนใจ marketing word ลองเปลี่ยนมาดูสิ่งเหล่านี้แทน:
Nutritional Adequacy Statement — มีคำว่า "complete and balanced" ไหม? ผ่าน feeding trial หรือแค่ formulation?
Lifestage — เหมาะกับช่วงวัยของน้องหมาเราไหม (puppy / adult / senior)?
สารอาหารต่อ 1,000 kcal — เปรียบเทียบอาหารต่างชนิดได้อย่างยุติธรรมและแม่นยำกว่า % บนถุง
ส่วนผสมในลำดับต้นๆ — ส่วนผสมเรียงตามน้ำหนัก มากไปน้อย
ปรึกษาสัตวแพทย์ — โดยเฉพาะถ้าน้องมีโรคประจำตัว อาหารที่ "ดูดีบนถุง" อาจไม่เหมาะกับเคสนั้นเลยก็ได้
💬 สรุปง่ายๆ
อาหารดีไม่ได้วัดจากคำสวยหรูบนถุง แต่วัดจาก ความสมดุลของสารอาหารที่เหมาะกับน้องหมาตัวนั้นๆ ครับ 🐶
อยากรู้ว่าอาหารที่ให้อยู่เหมาะกับน้องของคุณไหม? ปรึกษาทีมสัตวแพทย์ได้เลยนะครับ 🏥
,

..กลับดาวแล้วนะแม่“ลาแล้วจำลา ถึงคราเพื่อนญาต้องไกล สิบปีผ่านไป ใจหาย เสียดายเพื่อนเราต้องจากก้น”ครับ วันนี้จะเล่าในสิ่ง...
25/04/2026

..กลับดาวแล้วนะแม่

“ลาแล้วจำลา ถึงคราเพื่อนญาต้องไกล สิบปีผ่านไป ใจหาย เสียดายเพื่อนเราต้องจากก้น”

ครับ วันนี้จะเล่าในสิ่งที่ผมไม่ค่อยเห็นใครเล่าเท่าไหร่ คงไม่มีใครอยากพูดกระมั้ง ทุกชีวิตย่อมพบพานเกิดแก่เจ็บตาย การจากไปอันเป็นนิรันดร นั่นคือวันนี้ผมจะเล่าถึงอาการ ภาวะยังไงที่ธรรมชาติกำลังเตือนคุณว่า เขาจะจากไปแล้วนะ จะได้ขอบใจที่อยู่ร่วมกันมา เช็ดน้ำตาเลียหน้าพ่อแม่ไม่ได้แล้วหนาจากนี้ไป
ครับหากเรารู้สักนิดว่าเขากำลังใกล้แล้วนะ เราจะได้เข้าใจ ปฏิบัติกับเขาให้ดี นี่คือ 25 สัญญาณ บอกลากันครับที่เขียนโดย Dr. Kathy Wiederkehr ผมแค่เรียบเรียงจากบทความของเขาและอีกหลายบทความมาร้อยเรียงเป็นคำพูดบ้านๆแบบผม เริ่มกันเลยนะ
อาการเหล่านี้ เป็นอาการที่บอกว่าเด็กๆจะไม่อยู่กับเราแล้วนะ เขาใกล้ซื้อตั๋วกลับดาว แต่ยังกดไม่ได้ มีอะไรบ้าง
1. Pain and discomfort (เจ็บปวด ไม่สบายเนื้อตัว)
* Pain: การเจ็บของเขา อาจจะแสดงออกมาเลย หรือกดข่ม สิ่งที่จะเห็นคือ เขาจะหอบกว่าปกติ สั่น ทำไงก็ไม่หาย อาจจะหระสับกระส่ายหรือดุร้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง
* Discomfort: การไม่สบายตัว เขาก็แสดงออกโดยการนอนมากกว่าปกติ หรืออาจจะนอนไม่ได้เลยแบบใดแบบหนึ่ง
2. Restlessness (กระสับกระส่าย)
เมื่อเขาไม่สบายตัว ก็จะลุกลิก เปลี่ยนท่าบ่อย พลิกซ้ายขวา ส่ายหน้าหัวพันละวัน
3. Loss of appetite and decreased thirst(เบื่ออาหารไม่หิวน้ำ)
บางรายเอาอาหารแปะที่ปากยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่กิน บางรายจะมีคลื่นไส้ด้วย อาเจียนจนแท้แต่ขี้ไหลขี้แตก
4. Weight loss (น้ำหนักลด)
น้ำหนักลดลงไวเกิ้น
5. Vomiting (อ้วก)
ถือเป็นปกติเลย โดยเฉพาะกับพวกมะเร็ง ควรพิจารณาหาอาหารพวกโซเดียมต่ำให้
6. Dehydration (ขาดน้ำ)
การขาดน้ำอาจเนื่องมาจากการขี้แตก อ้วก หรือกินน้ำลดไม่อยากน้ำ รวมถึงเสียน้ำไปกับการหอบ
7. Incontinence (เสียการควบคุม)
มักจะพบว่า เริ่มคุมฉี่และอึไม่ได้ จะพาร่างตัวเองออกไปอึฉี่ก็ไม่ไหว
8. Body odor (มีกลิ่นตัว)
กลิ่นจะแรงเลยอันอาจมาจากปัญหาของไต การเผาผลาญของร่างกายเสียไป น้ำมันสร้างมากขึ้นที่ขน การควบคุมขับถ่ายไม่ได้ โรคช่องปาก หินปูน รวมถึงการเลียเนื้อตัวๆเองหมดไป
9. Dull eyes (ตาแห้ง)
ตามักฝ้าขาว ขี่ตาเยอะเกระกรัง ตาแดงเห็นหลอดเลือดที่เยื่อตาขาวชัด
10. Temperature changes(อุณหภูมิปรวนแปร)
มักพบว่าเขามักจะมีอุณหภูมิร่างสูงหรือต่ำกว่าปกติ อันนี้ผลจากฮอร์โมนเปลี่ยน
11. Behavioral changes(นิสัยเปลี่ยน)
พฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่นไร้ซึ่งการสนใจ เรียกแล้วนิ่ง อ่อนล้า วิตกกังวล เดินวนหรือยางรายก็ร้ายเฉยดังผีป่าซาตานมาสิง
12. Lack of interest (ไม่สน)
เขาจะเลิกใส่ใจ สนใจกับกิจกรรมที่เคยๆเช่นปาบอล เห่ารถหรือคนที่ยืนข้างรถเวลานั่งรถ แม่จะล้มลุกก็หาได้สนใจไม่
13. changes to sleep patterns(การนอนเปลี่ยน)
ไม่มีแรง และการนอนเปลี่ยนไป เช่นตื่นกลางคืน กลางวันฉันนอน
14. Depression (ซึม)
อ่อนแรง เมื่อย ขาดการสนใจจนถึงซึม.
15. Anxiety(กังวล)
เขามักจะร้องเดินวน ร้องนั่นคือการแสดงความกังวลใจของเขาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ็บเนื้อตัว หลัง เป็นต้น
16. Poor grooming(ไม่กรูม)
เขาจะลดการทำความสะอาดตัว ทำให้ขนดูหยาบ ไม่เงา สังกะตังรังแค
17. Confusion(สับสน)
หลายๆรายเลยจะมีภาวะสับสน เดินวนไปมาในสนาม ก็อาการอัลไซเมอร์หละ
18. Clinginess(ติดหนึบ)
เขาจะติดใช้ชีวิตเรียกว่าติดขาคุณ ไม่ยอมห่าง ต้องการความรักและสัมผัสเกิน
19. Detachment(ปลีกตัว)
ไม่ทุกรายจะติดคน บางรายก็แยกตัว หามุมสงบของตัวเองนอน
20. Decreased mobility, ataxia and weakness(ไม่เดิน เซ)
อันเนื่องจากปวดเนื้อตัว ข้อและหลัง.
21. muscle tremors(กล้ามเนื้อสั่น)
มักพบว่านอนแล้วกล้ามเนื้อสั่น มักมาร่วมกับภาวะขาดน้ำ เบื่ออาหารด้วยและอุณหภูมิต่ำ
22. Pale gums and cold paws(ซีด)
มักพบว่าทั้งฝีปาก เหงือก จะออกซีดลงกว่าปกติ
23. Seizures(ชัก)
เกิดได้หลายสิ่งเช่น จากสมอง ไตวาย โรคทางการเผาผลาญผิดปกติ
24. Labored breathing(หายใจแรง)
มักหายใจลำบาก ใช้แรงมากกว่าปกติหายใจ อาจจะหายใจเร็วหรือช้า

จริงๆในบางทีเวลาใกล้ๆที่เขาจะจากไป เราก็มีคำศัพท์เรียกเก๋ๆว่า Terminal lucidity แบบในคนเรียก หรือในสัตว์ ก็อาจจะใช้คำว่า death rally ซึ่งเด็กๆจะมีอาการแบบอยู่ๆก็ดีเกินคาด แบบนี้เดาไว้เลยว่า กดตั๋วกลับดาวได้แล้วรอเวลาเดินทาง เช่น
* อยู่ๆก็มีแรง จากที่เคยนอนแผละ ลุกมายืนเดินเฉยเลย
* กลับมากินเยอะแยะ จากที่ไม่เคยจะยอมกิน
* แสดงอาการรักเราขึ้นมา(Affectionate Behavior) อย่างผิดปกติ
* สุขภาพจิตกลัยมาดี เช่นมองตามเจ้านาย มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเฉยเลย
* ซึ่งอาการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราว อาจจะเป็นหลักนาที ชั่วโมงหรือ 2-3 วัน แล้วกลับไปง่อย มันเกิดเพราะร่างกายได้หลัง adrenaline ออกมามากก่อนเดินทางไกลของเขา อันนี้ลองสังเกตกันดูนะครับ
งั้นลองดูว่าเด็กแต่ละขนาดมีอายุโดยประมาณเท่าไหร่
Small dogs: 10-15 years
Breed Lifespan
Chihuahua 15-17 years
Chinese crested 15-17 years
English toy spaniel 13-15 years
Fox terrier 13-15 years
Lakeland terrier 12-14 years
Manchester terrier 12-14 years
Pomeranian 14-16 years
Rat terrier 13-15 years
Russell terrier 12-14 years
Yorkshire terrier 12-15 years
Medium-sized dogs: 10-13 years
Breed Lifespan
Australian shepherd 12-15 years
Boxer 10-12 years
Bulldog 10-12 years
Chinese shar-pei 12-14 years
Chow chow 11-13 years
Cocker spaniel 13-15 years
French bulldog 11-13 years
Poodle 12-15 years
Welsh springer spaniel 13-15 years
Whippet 12-15 years
Large dogs: 8-12 years
Breed Lifespan
Akita 11-15 years
Bernese mountain dog 7-10 years
Flat-coated retriever 10-12 years
Giant schnauzer 10-12 years
Great Dane 8-10 years
Irish setter 12-14 years
Irish wolfhound 8-10 years
Newfoundland 10-12 years
Rottweiler 10-12 years
Saint Bernard 10-12 years

ซึ่งหลายๆคนและหลายๆรายเมื่อเด็กเดินทางมาถึงหรือก่อนถึง terminal lucidity เจ้านายหลายคนก็หน่ายที่จะเลี้ยง ดูแล และพาไปทำการุณฆาต ซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วยและไม่ได้สนับสนุนให้ทำ เพราะมันความคิดแบบฝรั่งอะนะ เขาไม่ได้มาบอกเราว่าอยากตายนิดจงให้เขาอยู่และดูและให้ดี อย่างไรเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่เคยให้ความสุขกับทุกคนในครอบครัว เมื่อถึงวาระ กรรมตัดลอน เขาก็จะไปตามกรรมที่ทำมาเองหละครับ เพียงแค่คอยประคองให้เขากลับดาวไปพร้อมกับใจของเจ้าของเขาก็พอแล้วครับ

by Zuni and Vilar
animal hospital

เรื่องขี้ที่ไม่ใช่เรื่องขี้ขี้เรื่องขี้ที่คุณเห็น ได้กลิ่นและเก็บทิ้งของหมาๆทุกวันนั้น มันเป็นขี้ที่ปกติ หรือผิดปกติคุณแ...
05/04/2026

เรื่องขี้ที่ไม่ใช่เรื่องขี้ขี้

เรื่องขี้ที่คุณเห็น ได้กลิ่นและเก็บทิ้งของหมาๆทุกวันนั้น มันเป็นขี้ที่ปกติ หรือผิดปกติคุณแยกออกไหม สีขี้ทำไมหลากหลายทั้งๆที่ให้กินของไม่ใช่สีนั้นๆ มันคืออะไร เคยสงสัยกันไหม แต่ผมเดาได้เลย จากประสบการณ์หากหมาไม่ได้ขี้พุ่ง ขี้แตก ทุกคนมักบอกว่า ขี้ปกติ เอาเป็นว่าปกติเราไม่เท่ากัน วันนี้เลยอยากเล่าเรื่องขี้ที่ไม่ได้เป็นเรื่องขี้ขี้นะ เขียนไปก็ปวดหัวไป พร้อมดมไปกับผมยัง ที่ผมเกริ่นมาข้างต้น ไม่ได้เป็นแค่แม่คนไทยเท่านั้นที่ไม่รู้จักขี้ดี แต่แม่ต่างชาติก็ไม่รู้จักเหมือนกัน สิ่งที่คุณต้องสนใจนะว่าลูกๆคุณขี้ปกติหรือไม่ เช่น สี ความแน่นของขี้ พื้นผิวขี้ องค์ประกอบในขี้ เป็นต้น ซึ่งขี้หมามักขึ้นกับอาหารที่กิน
แล้วยังไงหละที่เรียกขี้ดี ขี้ปกติ เขาบอกว่าขี้ที่ดีคือ ขี้ที่มีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลเข้ม แน่นไม่แผละ แต่ก็ไม่ใช่แข็งแบบหมูหยองอัดแท่ง เป็นดุ้นๆ หยิบได้ง่ายไม่ติดเละคามือหรือไม่ติดคายอดหญ้าในสนามเวลาเก็บ เห็นภาพชัดไหม หากนอกเหนือจากที่ผมเล่าเรียก ขี้แตก หรือผิดปกติทั้งหมดเลยครับ เออแล้วปริมาณขี้ก็จะขึ้นกับปริมาณอาหารที่ให้ไปครับ หรือหากขี้เกินกว่า 5 หนต่อวัน ก็เรียกว่าอาจจะงานเข้าหละ
แล้วเคยสงสัยกันไหม ขี้หมาเราบางทีมีสีสันสวยงามหลากหลายสีมันแปลว่าอะไร
สีน้ำตาล(brown) เป็นสียอดนิยมและปกติของหมา
สีเขียว(green) หากอาหารสีเขียวหรือนางแอบกินหญ้าเข้าไป ถือว่าปกติ การกินยาอาจแฝงนัยว่า กระเพาะนางอาจจะมีปัญหา หากขี้เขียวโดยไม่ได้มีปัจจัยที่ผมว่า เก็บขี้ส่งหมอได้เลย ขี้สีนี้อาจบ่งชี้ parasites หรือเรื่องของ gallbladder
สีเหลือง/ส้ม(yellow/orange) ขี้นางอาจมีสีเหลืองหรือส้ม จากการเปลี่ยนอาหาร ซึ่งในระหว่างที่หมากำลังปรับตัวกับส่วนผสมใหม่ๆ คุณอาจพบอุจจาระสีส้มแกมเหลืองได้ โดยปกติไม่น่ากังวลใจ แต่หากเหลืองเข้ม อาจบ่งชี้เรื่องของปัญหาตับและท่อน้ำดีได้
แดง ชมพู ม่วงอมแดง(red/pink/magenta) อันนี้ต้องคอยจับตาดูหละ อาจจะมีปัญหากระเพาะลำไส้อักเสบ หากขี้เป็นสีแดงลากเป็นเส้นก็อาจจะบ่งชี้ลำไส้ใหญ่อักเสบ เป็นต้น พบหมอเลยจ้า อาจจะบ่งชี้เรื่องของ HGE หรือ hemorrhagic gastroenteritis.
ดำ(Black) อาจบ่งชี้ว่ามีเลือดออกในกระเพาะหรือทางเดินอาหารส่วนต้น
เทา(grey) สีเทาหรือสีออกซีดๆฝรั่งจะเรียกเทานะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน อันนี้บ่งชี้ตับอ่อนมีปัญหา ทำให้อาหารที่ย่อยแล้วดูดซึมไม่ดีทำให้เกิดไขมันสะสมในขี้ แต่ขี้ก็มักจะต้องมีความเงางามน้ำมันไหลร่วมด้วย เจอหมอสิคะ ขี้แบบนี้อาจบ่งชี้เรื่อง biliaryหรือปัญหาจาก pancreatic

ขาว(white) ขี้ขาวบ่งชี้ว่าหมาตัวนั้นท้องผูกหรือได้แคลเซียมมากเกินไป ชัดเจนในหมาที่กินกระดูก ขี้ขาวเลย แต่หากขาวๆเป็นปล้องๆจุดๆอันนี้อาจจะเป็นพยาธิ
สีน้ำเงิน(blue) สีสวยเลยแสดงว่าอาจจะกินอะไรที่ไม่ใช่อหาร เช่นพลาสติกไหม หรือมีรายงานว่ากินยาฆ่าแมลงบางชนิดทำให้ขี้สีนี้ได้ แบบนี้ก็เจอหมอเหมือนกัน

ความสม่ำเสมอ(consistency) ขี้ที่ดีต้องเป็นลำ แน่น คล้ายท่อPVCแบบนั้น หยิบง่าย นิ่มเล็กน้อยแต่ไม่แผละ หากขี้ผิดจากนี้ เช่น แข็งโป๊กหรือเหลวเป๋ว คือผิด ขี้ที่แข็ง(hard)มาก อาจบ่งชี้ว่าขาดน้ำ ท้องผูก หรือขาดไฟเบอร์ หากแข็งและขาวในก้อนเดียวกันแสดงว่าอัดแคลเซียมไปมาก ขี้ที่เหลว(runny/watery) อันนี้แม่ๆเดาได้เลยว่าผิดปกติ อาจมาจากเปลี่ยนอาหาร

ส่วนประกอบในขี้หมาอะไรที่เราต้อง concern

อาหารไม่ย่อย(undigested food) หากปนออกมาบ้างเล็กน้อยของอาหารไม่ย่อย เช่น แครอท อาจจะปกติ แต่หากอาหารไม่ย่อยออกมาทั้งยวง อันนี้ไม่ใช่หละ
ผม(hair) อันนี้ผมหรือขนคุณหรือขนตัวเขาเอง เจอได้ แต่หากขนปริมาณมาก อุดตันทางเดินอาหารได้เลยนะ
พยาธิ(intestinal parasites) ค่อนข้างปกติในหมาเด็กซึ่งจำเป็นต้องถ่ายพยาธิ
สิ่งแปลกปลอม(foreign body) สิ่งแปลกปลอมหากชิ้นเล็กก็หลุดมาได้แต่หากชิ้นใหญ่เกิดรัศมีลำไส้ ได้เรื่องเลยและมักเจอเมื่อสาหัส
หมาปกติอึไม่ควรมีลักษณะที่เรียกว่าเมือกเคลือบ(slimy/mucous coated) ปกติหมาเราจะสร้างเมือกเพียงเล็กน้อยเพื่อหล่อเลี้ยงอึให้ไม่แข็งบาดไส้ หากเมือกมากแสดงว่าอาจจะมีปัญหาไส้อักเสบ ติดเชื้อแบบนี้ไส้จึงมีเมือกออกมามาก ส่วนกลิ่นไม่ใช่กลิ่นมาดามแน่นอน ควรจะกลิ่นอึปกติไม่แรง กาไม่่เยอะไม่ตดบ่อย การจัดว่าท้องผูก คือเด็กไม่ขี้ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป และถ้าหากเราคิดว่ามีปัญหา เราจะเก็บไปให้หมอตรวจอย่างไร โดยจะเก็บในกล่องพลาสติกมิดชิดปิดฝา ไม่เกิน2-3 ชั่วโมงและแช่เย็นด้วย แต่หากว่าขี้แตก ขี้น้ำยากที่จะเก็บอบ่างน้อยเก็บภาพความประทับใจมาให้หมอดู

งั้นสุดท้ายเราจะมาดูกันว่าปัญหาที่เจอบ่อยๆและหลักๆในเด็กๆ
ขี้นิ่ม เกิดได้จากหลายกรณี เช่น
* เปลี่ยนอาหารปุปปั๊ป
* กินของที่ไม่ได้ให้เปป็นปกติ เช่น ขยะงี้ ขนมทั้งวัน อาหารจากโต๊ะอาหารของคุณ
* เครียด อันนี้ก็ขี้แตก เช่น แขกมาบ้าน ไปเที่ยว ย้ายบ้าน ใครเจอบ้าง
* ไม่สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้
ขี้แตก เป็นน้ำ และร่วมกับอาการอื่นๆเช่นเหนื่อยอ่อน อ้วกแตก มักพบได้ในกรณี
* มีพยาธิในลำไส้ เช่น giardia หรือมักเรียกบิดกันติดปาก แต่ควรเรียก Protozoa มากกว่า พยาธิปากขอ พยาธิตัวกลม
* ติดไวรัส ที่เจอบ่อย เช่น parvovirus, distemper เป็นต้น
* Food allergies หรือ intolerances กลุ่มแพ้อาหาร
* ความเครียดที่โน้มนำลำไส้ใหญ่อักเสบ (Stress-induced colitis)
* โรคแฝงต่างๆเช่น inflammatory bowel disease หรือ ปัญหาที่มาจากอวัยวะอื่น เช่นตับอักเสบ ไตวาย
ข้แข็ง แห้ง แตกเป็นก้อนเล็กๆแบบขี้แพะ แบบนี้เจอบ่อยเช่นกัน แต่คุณแม่มักคิดว่า ปกติ คือผิดปกติจนคิดว่าปกตินั่นหละ เจอได้ในรายใดบ้าง
* ขาดน้ำ
* ขาด fiber ในอาหาร
* กิจกรรมไม่มี หรือ เดินน้อยเกินไปมาก
* กินสิ่งที่ย่อยไม่ได้ เช่น ขน ของเล่น
* ต่อมก้นมีปัญหา หรือปัญหาทางระบบประสาท
* Spinal discomfort หรือ intervertebral disc disease (IVDD) โรคหลังและหมอนรองกระดูก อันนี้ผมมักจะบอกแม่ๆบ่อยๆ บอกแล้วมันเกี่ยวกัน

เอาหละนะ ทีนี้คุณแม่ๆคงมีอะไรในหัวในใจแล้วนะครับว่าขี้แตกขี้แข็ง มันเกิดจากอะไรได้บ้าง ได้คาดเดาเบื้องต้นเองว่าสงสัยอะไรก่อนพาเขาไปพบหมอ จำไว้ว่านิ่งบอกเล่าหมอเยอะ ก็ยิ่งวินิจฉัยปัญหาได้ง่ายและแม่นยำมากที่สุด หนหน้าจะเอาเรื่องอะไรมาเล่าดีนะ รอติดตามด้วยนะ

by Zuni and Vilar
animal hospital

ถูกทุกข้อ (Feline osteoarthritis )โรคข้ออักเสบ ใช่แล้วอ่านไม่ผิด วันนี้จะเล่าเรื่องนี้หละ  แต่กับในแมวนะ  คนส่วนมากที่มั...
22/03/2026

ถูกทุกข้อ (Feline osteoarthritis )

โรคข้ออักเสบ ใช่แล้วอ่านไม่ผิด วันนี้จะเล่าเรื่องนี้หละ แต่กับในแมวนะ คนส่วนมากที่มักคิดว่าแมวอมตะ ไม่เจ็บไม่ปวด ลิงโลดโดดเด้งได้ และที่สำคัญ ชอบให้แมวขึ้นสูงที่สุดแล้วกระโดดลงมาหยุดที่พื้น หลังอ่านบทความนี้จบ ชีวิตอีเหมียวในมือคุณอาจเปลี่ยนไป
Osteoarthritis หรือ โรคกระดูกและข้ออักเสบ มันคือการเสื่อมของข้อหรือเรียกสั้นๆติดปากหมอว่า DJD ซึ่งอาการของอีเหมียวที่เป็นโรคนี้ต่างจากหมาอย่าสิ้นเชิง
ซึ่งบรรดาแม่แมวทั้งหลายก็นับรายเลยที่จะบอกได้ว่าแมวฉันเป็นโรคนี้แล้ว เพราะมันดูไม่ออก ดูยาก ต้องหยุดทำมาหากินแล้วมานั่งเพ่งจ้องนาง แล้วมันใช่ไหม? ใช่ดิรับมาแล้ว ต้องเป็นเธอนั่นหละที่ดูแลเฝ้าสังเกตและตอบหมอไป
คุณเชื่อไหมเคยมีการศึกษาในอีเหมียว 100 ตัว พบว่า 82% ของอีเหมียวที่อายุมากกว่า14 ขวบพบว่ามีกระดูกและข้ออักเสบแน่นอนจากการเอ็กเรย์ และหนักกว่านั้นในแมวที่อายุมากกว่า 6 ขวบ หากเอ็กเรย์จะพบว่า 61% มีการอักเสบของข้อและกระดูก 1 ตำแหน่ง และ 48% มีการเปลี่ยนแปลงของหลายๆข้อที่หนักกว่านั้น ในการศึกษา แม่แมวทั้งหลายไม่รู้ว่าแมวเจ็บ แล้วข้อไหนที่เจอว่าผิดปกติบ่อยเดาซิ ใช่มันคือ ไหล่ ศอก หลัง สะโพก และข้อเท้าหลัง ลองดูของเด็กๆที่บ้านหน่อย มีกันบ้างไหม ซึ่งอันนี้เรื่องจริง ผมตรวจเจอโดยแม่แมวไม่รู้ ไม่ได้พูดกล่าวสิ่งใดกับข้อเลยแต่มาด้วยปัญหาอื่นๆกันหมด เราไปสะเหร่อบอกเขาอีก

เกิดเป็นแม่แมว ต้องรู้สาเหตุหรือปัจจัยที่โน้มนำให้ข้อเสื่อม ส่วนมากเลยนะเกิดจากอุบัติเหตุ หรือไม่ก็โรคทาง metabolic หรือโรคระบบเผาผลาญพังจ๊ะจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อแบบ secondary arthritis ทั้งภายในและรอบๆข้อเอง หรือแม่จำง่ายๆเลยนะเขาแบ่งได้ 2 ส่วนหลักๆ คือ
Primary osteoarthritis มักเกิดจากอายุ ปัจจัยทางระบบ เช่น อ้วน และกรรมพันธุ์
Secondary osteoarthritis ซึ่งมักเกิดจากผลปัจจัยกลศาสตร์ของร่างกาย เช่น ไปเกิดกระแทก การพัฒนาที่ผิดปกติ หรือการใช้งานหนักเกิ้น

อาการยังไงเหรอที่เรียกว่าอีเหมียวมีโรคข้ออักเสบ เพราะส่วนมาก แม่ๆดูไม่เคยออกเลยเพราะนางเก็บอาการเก่งไม่เหมือนหมาที่แสดงอาการชัดกว่ามาก หรือบางคนเรียกว่าสำออยกว่า ซึ่งเมื่อนางเหมียวมีการเปลี่ยนแปลงแสดงอาการ ก็เข้าใจว่านางแก่ ก็เลยเป็นแบบนั้นหละ งั้นดูนะว่าเขาว่ามีอะไรบ้างตามตำรา

* การเคลื่อนไหวเปลี่ยน เช่น เดินหรือกระโดด ใช้บันไดเฉยเลย ปกติไม่เคยจะเดิน และกิจกรรมระดับลดลง
* ใช้เวลาหมดไปกับการพัก อันนี้รวมถึงแม่แมวด้วยไหม
* ไม่ค่อย grooming ตัวเอง
* social behavior เปลี่ยนแปลง
* หากปากร้อง หรือ vocalization มากขึ้น
* ต่อต้านเมื่อถูกรบกวนขณะพัก ร้ายขึ้น
* ไม่ค่อยมีการเล่น hunting behavior
* ท่าทางการวางท่าเปลี่ยนแปลง เช่นจากนั่งมอง ฉันขอตะแคงมองแทน
เราจะประเมินความเจ็บปวดของนางเหมียวอย่างไงดี อย่างแรกเลยหมอจะ rule out โรคทางmetabolic หรือการบาดเจ็บอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ รวมถึงการทดสอบระบบประสาทเพื่อให้แน่ใจว่า นางเหมียวไม่ได้ปวดจากระบบประสาทนะซึ่งสำคัญมากๆเลย เวลาตรวจ ก็ควรทำแบบให้นางไม่กลัว หรือกลัวน้อยที่สุด เพื่อให้ได้ความแม่นยำ ซึ่งยาก มีแมวตัวไหนไปโรงพยาบาลแล้วไม่กลัว โดยจะพิจารณากันเป็นเรื่อง เช่น
ประเมินการเดิน(gait assessment) ปกติผมมักจะปล่อยให้นางเดินแบบ แคทวอค ในห้องตรวจก่อนซึ่งหลายครั้งนางไม่ยอมเดิน มีบางรายหันมาตวาดพร้อมตบ ชีวิตของเราช้ำจริงๆ ก็ทำให้บรรยากาศห้องมันเป็นใจที่สุด นอกจากนี้ยังปล่อยให้กระโดดขึ้นเก้าอี้แบบขึ้นลง เพื่อดูอาการ แต่นางแมวหลายตัวเกือบจะกระโดดขึ้นฝ้าแล้วตบหน้าหมอ รวมไปถึงปล่อยในนางนอนแล้วดูการลุกขึ้นมาว่าผิดเพี้ยรไปจากเดิมไหม
ประเมินข้อ(joint assessment) โดยปกติผมก็จะคลำมันทุกขา ทุกข้อ บอกเจ็บซ้ายแต่จะคลำหมด ทำไมหละ ลองยืดหดข้อดูมีเจ็บไหม ยืดได้ตามที่ควรเป็นไหม นอกจากนี้กล้ามเนื้อและเอ็นว่าเจ็บไหม ยังเป็นมัดเฟริ์มดีหรือเปล่า บวมกว่าเดิมไหม เวลาคลำมีเจ็บหรือเสียงผิดปกติที่ตรงไหน แต่จะบอกว่าค่อนข้างยากในนางเหมียวเพราะอะไร นางอึดและเก็บอาการไง
บางครั้งการใช้ยาซึม อาจจะต้องระวังด้วยในอีเหมียวที่เจ็บข้อ ยาซึมทำให้ตายงั้นเหรอ เปล่าเลย แต่ยาซึมอาจทำให้นางลืมเจ็บ หมออาจจะประเมินพลาดไปได้ โดยเฉพาะพวกยาdexmedetomidine, ketamine,butorphanol เป็นต้นนะ จนเขาเรียกว่า Kitty magic คือยาวิเศษในแมว แต่มันก็ลดตื่น ลดกลัวได้ดีนอกเหนือไปจากลดปวดนั่นเอง เวลาใช้ หมอก็อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายๆไป

คำวินิจฉัยจากปากหมอมาได้จากไหน หลักๆเลยก็การตรวจร่างกายเหมือนที่เขียนไปก่อนหน้านั่นแล้ว แต่ที่ขาไปไม่ได้คือ
การทำรังสีวินิจฉัย ที่มี YouTuber ท่าหนึ่งออกมาดราม่าเรื่องฟิลม์เอ็กเรย์แพง อืม เครื่องเป็นล้านให้เอ็กเรย์ใบละร้อยหรา โดยปกติแค่นี้ก็วินิจฉัยได้แล้วในเกือบทุกเคส แต่หากคุณเป็นแม่ละเอียด อยากลงดีเทล เราก็ยังสามารถที่จะไป
เอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT scan ก็สามารถช่วยให้ได้ข้อมูลมากขึ้นและเสียเงินมากขึ้นด้วยนะ
ตรวจเลือด เพื่อตัดโรคทาง systemic disease
ตรวจน้ำในข้อ(arthrocentesis) ไม่ว่าจะดูเซลล์หรือเพาะเชื้อในข้อ ซึ้งส่วนตัวผม ไม่ค่อยทำหรอกเพราะกลัวอีเหมียวเจ็บ

ทีนี้เราจะทำอย่างไรเมื่อแมวคุณเป็นโรคข้ออักเสบ ผมเห็นหลายๆๆรายให้แค่ยา กินยาเดี๋ยวมันก็ดี มันก็ดีไง ดีด้วยยานะ หยุดยาหรือไม่หยุดยา บางที่ก็ง่อย อันนี้ประสบการณ์จากตัวเองเป็นหมอนรองกระดูกเหมือน การรักษาที่แนะนำนะ ผมแนะนำให้ทำแบบ multimodal คือหลายๆอย่างร่วมกัน จะได้ผลดีกว่ามาก เพราะอีเหมียวกว่าจะได้รับการวินิจฉัยหรือจัดการกับโรคนี้ ก็เข้าขั้น advance กันแล้วทั้งนั้น ซึ่งหลายคนก็มักจะโจมตีว่าจะรักษาให้กินอะไรกันมากมาย จะขายของเหรอ หากินกับสัตว์ โอ้ยด่าฉันซะไม่มีดี จะบอกว่าที่ฝรั่งมันทำหนะ หนักกว่าตรูอีก เช่น ยาแก้ปวด ลดน้ำหนัก ให้วิตามินปกป้องกระดูกอ่อนข้อ ให้โอเมก้า3 วิตามินบำรุงข้อคุมการออกกำลังกายกิจกรรม ทำกายภาพร่วมกันไปหมด เป็นต้น ทั้งนี้ที่ผมเล่าไป คุณทำได้แค่ไหน support ได้แค่ไหนก็แค่นั้นครับ ไม่ถูกจับติดคุก งั้นผมจะไล่ไปเป็นเรื่องๆนะ ว่าควรทำอะไรบ้าง
Pain Medications หรือยาแก้ปวด แต่
NSAIDs หรือยาที่เราเรียกว่าเอ็นเซด หรือ ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ชื่อก็บอกหละ มันลดปวดและอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ แต่ต้องบอกก่อน ผมไม่ใช่แฟนยากลุ่มนี้ และหากคุณใช้ ต้องระวังมากๆในแมว เพราะอะไร ไตวายป้องกันยังไงคือกินน้ำ แล้วแมวมันกินน้ำไหม อืมนั่นหละ ที่ผมไม่ค่อยใช้ ยาที่นิยมก็มี robenacoxib meloxicam แต่ระวังไต กระเพาะ ตับให้ดี
Other drugs หรือยากลุ่มอื่นๆ ที่พูดถึงก็จะมี Tramadal เขาจัดเป็นพวก weak µ-opioid receptor agonist ไม่ค่อยได้ผลมากนัก แต่บางงานวิจัยก็ว่าได้ผลดี แต่หลังการใช้จำเป็นต้องดูว่ายามีผลต่อทางเดินอาหารไหม ม่านตาขยายไหมและง่วงซึม Gabapentin มักใช้กับพวกปวกปลายประสาทโดยเฉพาะในคน เช่นตัวผมเอง แต่เขาเอามาใช้กะนางเหมียวที่มี chronic pain เหมือนกัน และเช่นกันกับTramadal ยามีผลทำให้นั่งหลับเฉย ผมเคยใช้บางรายแม่ๆถึงกะถอดใจให้ถอดยา เพราะนางเหมียวนั่งยาเยิ้มหลับใส่ ซึ่งแม่รู้ไหมสักพักนางจะปรับตัวได้
Supplements หรือกลุ่มวิตามิน มีเพียบเลย ซึ่งผมก็ใช้มันเยอะมากซะด้วยจนเหมือนคนขายยา อันนี้แล้วแต่คนชอบคนไม่ชอบ ส่วนตัวผมๆเป็นคนกินsupplements ผมก็ว่ามันดีและช่วยหลังผมจริงจัง อันนี้อ่านเอาไว้ ใช้ไม่ใช้แล้วแต่แม่แมวพิจารณากันตามกำลัง เพราะมันไม่ได้ถูกเลย ตัวแรกที่ผมใช้มาก และงานวิจัยแนะนำ คือ Essential fatty acid โดยเฉพาะตัว DHA(docosahexaenoic acid) และ EPA(eicosapentaenoic acid) ที่มีโอเมกา3 สูง ซึ่งสารนี้จะไปลดปริมาณเอ็นไซม์ที่ย่อยสลายโครงสร้างภายในข้อ glucosamine และ chrondoitinsulfate จะช่วยสร้าง extracellular matrix ของกระดูกอ่อนและช่วยให้เกิดความแข็งปรงของกระดูกอ่อน
Diet อาหารที่ผมนิยมมากๆคือพวกที่จัดการกับน้ำหนัก เพราะนางเหมียวที่มีปัญหาส่วนมากจะอ้วนเหมือนเจ้าของไหม ไม่รู้ อาหารที่ใช้คุมน้ำหนักก็มีหลายค่าย ลองไปหาดูกันเอา นอกจากนี้ยังมีอาหารที่ช่วยรักษาข้อโดยตรงด้วย แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยใช้อันหลัง
Exercise ออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี หรือหาของเล่นให้นางเล่นเบาๆ
Emerging therapy ชื่อก็บอกหละ การรักษาที่กำเนิดขึ้นมาใหม่ เช่น การใช้ monoclonal antibodies (mAbs) คือ ยาที่ออกฤทธิ์มุ่งเป้าไปที่กระบวนการส่งสัญญาณความเจ็บปวดของ Nerve Growth Factor (NGF) ถือเป็นรูปแบบการบำบัดรักษารูปแบบใหม่ สำหรับอีเหมียวที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรังจากโรคข้ออักเสบ ยาตัวนี้ก็มีในไทยนะเธอ เช่น Solensia แต่หากจะใช้ ต้องคุยกับหมอดีๆนะเรื่องผลดีผลเสีย
การฉีด PSGGs เป็นการลด catabolic enzyme ในข้อที่อักเสบ ซึ่งapproved แล้วในบ้านพี่ทรัมป์และมีคนแอบเอามาใช้กับหมาด้วยเธอ
Adjunctive therapy อันนี้หละที่หมอหลายๆคนไม่ค่อยเชื่อ โดยเฉพาะหมอผ่าตัด เว้นผมไว้คนนะผมเชื่อสนิทเพราะผมเป็นผู้ประสบภัยและใช้มันกันตัวเอง มันคือการทำกายภาพครับ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงและเคลื่อนไหวให้กับข้อ และทำให้กล้ามเนื้อที่มีพังพืดเกาะยืดได้ มีหลายวิธีมาก เช่นทำ deep pain massage เพื่อทำลายแผลเป็นในเนื้อเยื่อและเพิ่มการไหลเวียน การทำpassive range of motion การฝังเข็ม การทำ photobiomodulation therapy(low level light therapy) และultrasound เพื่อลดปวดและซ่อมแซมของข้อ แต่แม่ๆไม่ค่อยยอมเพราะไม่สวย ต้องโกนขน การทำ Laser รวมถึง PMS(peripheral magnetic stimulation) เป็นการลดปวดและกระตุ้นการกลับมาทำงานของระบบประสาทที่เสื่อมถอยหรือถูกกดทับให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งมันเจ๋งมาก
Environmental modification การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ง่ายๆเลย ชามน้ำชามอาหาร ต้องยกสูงเข้าถึงง่าย วางไม่ไกล ไม่ใช่ชามน้ำวางหน้าบ้านชามข้าววางหน้าครัว กว่าจะเดินไปกิน นางเจ็บข้อตาย เฟอร์นิเจอร์ต้องมีสเตปให้นางขึ้นง่าย กะบะฉี่อึ ต้องเข้าง่าย ไม่ได้สูงแบบธรณีวัด
Surgery ผ่าตัดก็จะแนะนำบ้างหากการใช้ยารักษาและอื่นๆร่วมกันไม่เป็นผล แต่คนส่วนมากก็ไม่อยากจะทำหรอกเพราะนางแก่งี้ เช่นการทำ femoral head and neck resection นิยมมากในไทย เปลี่ยนข้อแบบในคน การเชื่อมข้อซะเลย(arthrodesis) หรือแม้แต่ตัดขาทิ้งเลยดูโหดใช่มะ ชีวิตแบบนี้หละไม่ง่ายตั้งแต่ลืมตาตื่นนอน

โดยสรุปอีโรคเนี่ย คือภัยเงียบมากในอีเหมียวนะ ไม่ใช่หมา เห็นนางเดินได้กับเดินแบบมีคุณภาพไม่เจ็บปวดมันไม่เหมือนกัน คุณจึงควรพานางไปตรวจเป็นประจำโดยเฉพาะเมื่อต้องสงสัย หรือมีอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ตรวจนี้ไม่ใช่ดูแค่เลือด แต่รวมไปถึงตรวจข้อและเอ็กเรย์ เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของนางให้หมอฟังนะ หมอไม่ถามก็เล่าไป ทำหน้าที่แม่ที่ดี แล้วคนสรุปจะเป็นหมอคุณเองครับ เพื่อวางแนวทางการป้องกัน รักษาฟื้นฟูข้อของนางให้เป็นช้าลง และลองเปิดใจกับการใช้ supplements ต่างๆดูนะครับ ซื้อเท่าที่กำลังไหว ไม่ซื้อยากินเองนะครับยาปลอมเยอะ ฝากไว้แค่นี้และจะบอกว่า ผมกลับมาแล้วนะ เดี๋ยวจะเขียนเรื่องราวต่างๆให้อ่านเรื่อยๆครับ

by Zuni and Vilar
animal hospital

เรียนคุณลูกค้าทุกท่านค่า 🐾💖เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อนเวลาสอบถามข้อมูลน้อง ๆ 🐶🐱รบกวนแจ้ง ชื่อสัตว์เลี้ยง + HN. และ...
21/03/2026

เรียนคุณลูกค้าทุกท่านค่า 🐾💖

เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อนเวลาสอบถามข้อมูลน้อง ๆ 🐶🐱
รบกวนแจ้ง ชื่อสัตว์เลี้ยง + HN. และชื่อเจ้าของ + เบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ กับทางโรงพยาบาลด้วยนะคะ 📋✨

เนื่องจากบางชื่อ มีซ้ำกันค่อนข้างเยอะเลยค่า 🥹💕

ขอบคุณมากนะคะ 🙏💗

Dear valued customers 🐾💖

To help prevent any miscommunication when inquiring about your pets 🐶🐱,
please kindly provide your pet’s name + HN,
or the owner’s name + registered phone number with us 📋✨

As many pets may have the same name 🥹💕
Thank you so much for your cooperation 🙏💗

น้อง Cavalier หลายราย มารักษาตัวอยู่ที่ PETiS พ่อๆแม่ๆทุกคนทราบดีถึงโรคนี้ ที่ใครๆก็รู้ดี ว่าเป็นโรคคู่บุญคู่บารมีกับ CK...
16/03/2026

น้อง Cavalier หลายราย มารักษาตัวอยู่ที่ PETiS พ่อๆแม่ๆทุกคนทราบดีถึงโรคนี้ ที่ใครๆก็รู้ดี ว่าเป็นโรคคู่บุญคู่บารมีกับ CKCS

แวะมา Update อาการหมอตี๋ค่าหมอตี๋เป็นลำไส้อักเสบ ติดเชื้อนะค้าอาการยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นะคะต้องแอดมิดเพื่อตรวจหาสาเหตุกั...
18/02/2026

แวะมา Update อาการหมอตี๋ค่า
หมอตี๋เป็นลำไส้อักเสบ ติดเชื้อนะค้า

อาการยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นะคะ
ต้องแอดมิดเพื่อตรวจหาสาเหตุกันต่อไปค่า

คุณหมอฝากขอบคุณทุกคำอวยพรนะค้าาา
ขอบคุณของเยี่ยมทุกชิ้นด้วยค่า
แอบกระซิบนิดนึงว่า ช่วงนี้ คุณหมอให้ทานแต่อาหารอ่อน งดผัก ผลไม้ งดขนม นม เนยนะค้าา
ใครอยากส่งของมาเยี่ยมคุณหมอ รบกวนงดผลไม้ก่อนนะค้าาา คนที่ส่งมาก่อนหน้า เดี๋ยวจะเอาไปแช่เย็นรอคุณหมอหายนะค้าา ♥️

หมอตี๋หายดีเมื่อไหร่ จะมาอัพเดทแจ้งอีกทีนะค้าา 🥰

//ตูน

หมอตี๋ไม่สบายนะค๊าาา ♥️ ขออนุญาตเลื่อนเคสไปไม่มีกำหนดนะคะ ขออภัยลูกค้าทุกท่านด้วยค่ะคุณหมอแข็งแรงเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้ท...
17/02/2026

หมอตี๋ไม่สบายนะค๊าาา ♥️ ขออนุญาตเลื่อนเคสไปไม่มีกำหนดนะคะ ขออภัยลูกค้าทุกท่านด้วยค่ะ

คุณหมอแข็งแรงเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้ทราบนะคะ

ช่วงนี้ ขออนุญาติให้คุณหมอพักก่อนนะค๊าาา
ที่ PETiS ทีมหมอที่เหลือ ทั้งหมอวิน หมอนัท หมอตู้ หมอต้าร์ หมอแข หมอชาคร อาจารย์ศิราม พร้อมดูแลเด็กๆแทนหมอตี๋นะค้าา ♥️

📣 อัปเดตตารางออกตรวจสัตวแพทย์ 🩺✨PETiS ขอแจ้งอัปเดตตารางออกตรวจของคุณหมอค่ะ 👩‍⚕️👨‍⚕️🐶🐱รบกวนคุณลูกค้าตรวจสอบตารางล่าสุดก่อ...
08/02/2026

📣 อัปเดตตารางออกตรวจสัตวแพทย์ 🩺✨

PETiS ขอแจ้งอัปเดตตารางออกตรวจของคุณหมอค่ะ 👩‍⚕️👨‍⚕️🐶🐱
รบกวนคุณลูกค้าตรวจสอบตารางล่าสุดก่อนเข้ารับบริการนิดนึงนะคะ 🗓️💬
ขอบคุณที่ไว้วางใจและน่ารักกับเรามาโดยตลอดเลยค่า 🙏🥰
แล้วพบกันนะคะ 💚🐾

📣 Veterinarian Schedule Update 🩺🐶🐱
Dear lovely clients 💖
Please note that our veterinarian schedule has been updated ✨
Kindly check the latest schedule before your visit 🗓️😊
Thank you so much for your love and support always 🙏🥰
See you soon 💚🐾

ที่อยู่

122/3 ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ Https://goo. Gl/maps/MZAtHXyhRFr
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:30
อังคาร 08:30 - 18:30
พุธ 08:30 - 18:30
พฤหัสบดี 08:30 - 18:30
ศุกร์ 08:30 - 18:30
เสาร์ 08:30 - 18:30
อาทิตย์ 08:30 - 18:30

เบอร์โทรศัพท์

6620006115

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงพยาบาลสัตว์เพ็ทอีส PETiS Animal Hospitalผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โรงพยาบาลสัตว์เพ็ทอีส PETiS Animal Hospital:

แชร์

ประเภท