05/01/2026
🐶🐱 วัคซีนสุนัข–แมว ฉบับเข้าใจง่าย (ตาม WSAVA ล่าสุด)
อ่านจบใน 2 นาที แต่ช่วยปกป้องน้องไปได้ยาว ๆ 💉✨
หลายคนยังคิดว่า
👉 “เลี้ยงในบ้าน ไม่ต้องฉีดก็ได้มั้ง”
👉 “ทุกปีต้องฉีดทุกเข็มเหมือนเดิมใช่ไหม”
WSAVA บอกว่า… ไม่จำเป็นต้องฉีดเยอะ แต่ต้องฉีดให้ถูก 💡
🛡️ วัคซีนหลัก (Core vaccines) = ต้องได้ทุกตัว
สุนัข
ลำไส้อักเสบพาร์โว
ไข้หัดสุนัข
ตับอักเสบติดต่อ
น้องใหม่ โรคฉี่หนู สำหรับประเทศที่มีการระบาดอย่างบ้านเรา
แมว
หัดแมว
หวัดแมว (2 ตัวหลัก)
👉 วัคซีนกลุ่มนี้ ป้องกันโรครุนแรงและอันตรายถึงชีวิต
🐕🐈 ลูกสัตว์ต้องฉีดยังไง?
เริ่มฉีดตอนอายุประมาณ 6–8 สัปดาห์
ฉีดซ้ำ ทุก 3–4 สัปดาห์
จนถึงอายุอย่างน้อย 16 สัปดาห์
(บางพื้นที่เสี่ยงสูง อาจลากถึง 20 สัปดาห์)
📌 เหตุผลสำคัญ:
เพราะภูมิจากแม่ยัง “กวน” วัคซีนอยู่ ต้องฉีดหลายเข็มเพื่อให้แน่ใจว่า “ภูมิขึ้นจริง”
🧑⚕️ แล้วโตแล้วล่ะ ต้องฉีดทุกปีไหม?
👉 ไม่จำเป็น!
วัคซีนหลัก (core)
✅ หลังโตแล้ว กระตุ้นทุก 3 ปี ก็เพียงพอ (บ้านเราแหล่งรวมโรค แนะนำให้กระตุ้นทุกปีจะปลอดภัยชัวร์) แต่…
🩺 ยังควรตรวจสุขภาพทุกปี เหมือนเดิมนะครับ
WSAVA อยากให้เราเรียกว่า
👉 “Annual health check”
ไม่ใช่ “พาน้องไปฉีดยาเฉย ๆ”
💉 วัคซีนเสริม (Non-core) = ดูตามความเสี่ยง
เช่น น้องไปฝากโรงแรม, อยู่รวมหลายตัว, ออกนอกบ้าน
อยู่ในพื้นที่โรคชุก, วัคซีนกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นกับทุกตัว แต่จำเป็นมากกับ “ตัวที่เสี่ยง”
📌 ตัวอย่างที่คุ้นกัน
ไอกรนสุนัข โรคฉี่หนู (ในต่างประเทศ) FeLV ในแมว
👉 ต้องคุยกับสัตวแพทย์เป็นรายตัวครับ
🧪 ของใหม่ที่ WSAVA แนะนำ
✨ สามารถ ตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (titer)
เพื่อดูว่า ยังมีภูมิอยู่ไหม ต้องกระตุ้นวัคซีนจริงหรือเปล่า
เหมาะกับเจ้าของที่อยากดูแลแบบพอดี ไม่มากไม่น้อย
❤️ สรุปสั้น ๆ จำง่าย
✔️ วัคซีนหลัก = ต้องได้ทุกตัว
✔️ โตแล้วอาจไม่จำเป็นต้องฉีดทุกปี
✔️ วัคซีนเสริม = ดูความเสี่ยง
✔️ ตรวจสุขภาพประจำปี สำคัญพอ ๆ กับวัคซีน
ฉีดให้ “ถูก” ดีกว่าฉีดให้ “เยอะ”
เพื่อน้องหมา น้องแมว จะได้แข็งแรง อยู่กับเราไปนาน ๆ 🐾💕