แมวส้มส้ม

แมวส้มส้ม ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แมวส้มส้ม, Bangkok.

20/11/2021

น้อง 1 อาทิตย์แล้ว ตาพึ่งเปิด กินจุมาก

น้องส้มกลับมาแล้ว มาตัวเดียว ลูกโทน อายุ 1 วัน
13/11/2021

น้องส้มกลับมาแล้ว มาตัวเดียว ลูกโทน อายุ 1 วัน

25/08/2021
น่ารักจัง
30/05/2021

น่ารักจัง

07/03/2021

เข้าขั้น

24/02/2021

โพสนี้เรามาคุยกันเรื่อง “ตำแหน่งที่ตั้งหู” ของแมวบริติช ตามมาตรฐานสายพันธุ์ของ World Cat Federation (WCF)

ภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า “The ears are medium in size, broad at the base, with slightly rounded tips. They are set wide apart.” แปลเป็นไทยว่า “หู (แมวบริติช) มีขนาดปานกลาง มีฐานกว้าง ปลายหูค่อนข้างมน และหูแยกห่างออกจากกัน”

✴️ ประเด็นที่อ่านกันแล้ว เกิดความงงระดับประเทศคือ “หูแยกห่างออกจากกัน” เราอ่านกันแล้ว มันอธิบายแบบกำปั้นทุบดินไปใช่มั๊ย? หูแมวมันก็ต้องแยกห่างกันอยู่แล้ว จะเขียนแบบนี้ทำไม? อ่านแล้วไม่เข้าใจ นึกภาพไม่ออก

สมาคมฯขออธิบาย ดังนี้

WCF เค้าเหมายถึง ตำแหน่งหูต้องอยู่ห่างๆกัน เพราะถ้าหูทั้งสองมันชิดใกล้กัน หูแมวจะดูตั้งชัน แลดูเหมือนหูกระต่าย ซึ่งไม่ใช่ลักษณะแมวบริติชที่สวย ดูรูปประกอบด้านล่างนี้นะคะ

ความห่างกันของหูแมว ถูกกำหนดจากมุมเอียงขึ้นประมาณ 45 องศา (วัดจากแนบระนาบจมูก) และปลายหูควรอยู่ตามแนวนี้ แต่ถ้ามุมมันเฉียงขึ้นมากกว่า 45 องศา หูแมวมันจะเข้ามาชิดกันโดยปริยาย และแลดูหูตั้งชัน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะแมวบริติชที่สวย เพราะหูมันแยกห่างออกจากกันไม่พอ (NOT Wide Apart เหมือนแมวตัวด้านขวา)

➡️ ถ้าแมวบริติชเราหูตั้งชัน เราต้องคิดต่ออย่างไรดี?

1️⃣ เราต้องจำกันไว้ว่า ความสวยงามของแมวบริติช ดูที่ความใหญ่ของกระโหลกมาก่อนเป็นอันดับแรก แมวบริติชที่มีกระโหลกใหญ่ มันจะส่งผลให้กระโหลกเค้าบานออก และดันหูออกด้านข้างมากขึ้น ดังนั้น ปัญหาหูตั้งชันก็จะหมดไป ไม่มีปัญหา

2️⃣ อย่ากังวลมากถ้าแมวอายุยังไม่ถึง 1 ปี เพราะแมวบริติชโตช้า กว่าจะโตเต็มที่ก็อายุประมาณ 3 ขวบ ดังนั้น ขนาดของกระโหลกยังสามารถขยายตัวได้จนถึง 3 ขวบ แต่ก็อย่าชะล่าใจ เพราะถ้าสายตระกูลเค้ากระโหลกเล็ก มันก็คงยากที่จะผ่าเหล่าผ่ากอมีกระโหลกใหญ่ได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่เราต้องดูโครงสร้างกระโหลกของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ตอนเลือกลูกแมว

3️⃣ ถ้าแมวบริติชเราเข้าข่ายหูกระต่าย (หูแยกห่างออกจากกันไม่พอ) เราคงแก้ที่ตัวเค้าไม่ได้ แต่เราสามารถปรับปรุงลูกแมวรุ่นต่อไปได้ โดยต้องคัดเลือกแมวที่มีกระโหลกใหญ่เข้ามาผสมกับแมวเรา

สุดท้ายนี้ สมาคมฯหวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ ตำแหน่งหูแมวบริติชที่สวยงาม ตาม Breed Standard WCF ได้มากขึ้นนะคะ และตอนนี้ก็ขอเชิญชวนไปวัดองศาหูแมวบริติชของเรากันเลยค่ะ 😀

มาตรฐานสายพันธุ์แมวบริติช (Breed Standard) สามารถอ่านฉบับเต็มภาษาอังกฤษได้จาก Link นี้ค่ะ http://www.wcf-online.de/WCF-EN/standard/shorthair/britisch-kurzhaar.html

15/02/2021

#ไขข้อข้องใจแมวExotic กับการให้ลูกขนสั้น และ ขนยาว เผอิญไปหาข้อมูลมา เลยมาเขียนให้เป็นการแบ่งปันความรู้กันค่า มีคนสงสัยบ่อยมากๆ

สำหรับแมว Exotic นั้น สรีระหน้าตา เรียกว่าเหมือนแมว Persia ค่ะ ยิ่งถ้าเป็น Exotic Longhair สรีระภายนอก จะเหมือนPersia พอสมควร จะมีข้อแตกต่างก็ตรงที่ "ยีน" ในตัวเค้าจ้าา

ทั้งนี้ ็นแมวที่มียีนขนยาวเท่านั้น
แต่ ั้งขนสั้นและขนยาว จะมียีนต์ขนสั้นร่วมด้วย

ดังนั้น ในการผสมคือ...
Per+Per = ขนยาวแน่นอน ไม่มีทางออกสั้น
แต่ถ้า Per + Exo ต้องดูคู่ฝั่ง Exotic ประกอบค่ะ

🐱 แมวExotic Short hair หรือ Long hair
เป็นแมวที่มีได้ทั้ง ขนสั้นและขนยาว แต่ยีนขนสั้น คือเป็นยีนเด่น ส่วนขนยาว ถือเป็นยีนด้อย

ดังนั้น การที่ Exoจะให้ลูกขนสั้นหรือขนยาวได้ต้องพิจารณา 2 เรื่องค่ะคือ น้องเป็น Homo หรือไม่ และ พิจารณาคู่เค้าประกอบ

🐱Exotic short hair แบบที่เป็น Homozygous คือ มียีนเด่น (ขนสั้น) ในตัวแบบไม่มียีนด้อยแฝงเลย คือตลอดทั้งสายเป็นขนสั้นหมด ไม่มียีนขนยาวปะปน แมวตัวนั้นจะให้ลูกขนสั้นเท่านั้น ไม่ว่าจะไปผสมกับ Longhair หรือ Persia (อ้างอิงตามลิงค์ด้านล่างค่ะ)

>> อ้างอิง https://cfa.org/exotic/exotic-article/

*ส่วน Exotic short hair แบบที่ไม่ใช่ Homo คือ ย้อนสายไปอาจจะพบว่ามี Exotic Longhair เป็นยีนขนยาวปะปนอยู่ในเจนใด เจนหนึ่ง น้องสามารถให้ลูกขนยาวได้ ขึ้นอยู่กับคู่ของเค้า

#สรุปดังนี้นะคะ ถ้านำมาเข้าคู่กัน
❤️ Persia + Persia
= ลูกขนยาวแน่นอน ไม่มีทางออกสั้น
(นามสกุลในใบจะเป็น Persia)

❤️ Exo Lh + Exo Sh ที่ไม่ใช่Homo
= ลูกมีโอกาสออกทั้งขนสั้น และ ขนยาว
(นามสกุลในใบจะเป็น Exotic )
❤️ Persia + Exo Sh ที่ไม่ใช่ Homo
= ลูกมีโอกาสออกทั้งขนสั้น และ ขนยาว
(นามสกุลในใบจะเป็น Exotic)

❤️ Persia หรือ Exo Lh + Exo Sh ที่เป็นHomo
= ลูกขนสั้นเท่านั้น (นามสกุลในใบเป็น Exotic)

❤️ Persia + Exo Lh = ลูกขนยาว
(นามสกุลในใบเป็น Exotic)

นี่คือเหตุผลว่าทำไม ใบเพ็ดจึงสำคัญนักหนา เพราะมันสามารถสืบย้อนดูสายเลือดเค้าได้ ว่าต้นสายเป็นใคร มียีนอะไร และมีโอกาสให้ลูกแบบไหน

คนเลี้ยงเล่นอาจจะไม่ต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าอยากได้ลูก หรือ เป็นบรีดเดอร์จำเป็นต้องรู้นะคะ

ทั้งหมดนี้ บีเขียนตามประสบการณ์ และที่หาข้อมูลมา หรือใครพบข้อมูลอื่นที่แตกต่างจากที่บีอ้างอิงมา แนะนำได้นะคะ ยินดีแก้ไขค้า ^^

#หวังว่าจะมีประโยชน์ค่า

โตขึ้นมาหน่อยแล้ว  #แกงส้มแมวหางสั้น
28/12/2020

โตขึ้นมาหน่อยแล้ว #แกงส้มแมวหางสั้น

หูดีด
08/12/2020

หูดีด

หลังจากที่สมาคมได้อธิบายลักษณะสำคัญของแมวสก๊อตติชที่ต้องมีหูพับนั้น สมาคมพบว่าหลายท่านที่เลี้ยงแมว ยังไม่เข้าใจว่า ลักษณะหูดีด (หรือหูเด้ง) เป็นอย่างไร? ซึ่งมันสะท้อนได้ว่า ความเสื่อมของแมวสก๊อตติชในบ้านเรา มันได้แพร่กระจายไปสู่วงกว้าง จนทุกคนเข้าใจว่า แมวหูดีด เป็นเรื่องปรกติของแมวสก๊อตติช หนำซ้ำบางท่านยังนิยมชมชอบว่ามันน่ารักดี (โดยไม่เข้าใจปัญหาพันธุกรรมของแมว)

สมาคมขอเรียนชี้แจงว่า แมวสก๊อตติชคือแมวหูพับ การที่แมวสก๊อตติชมีหูเด้งหรือหูดีดนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะยอมรับกันเป็นปรกติ แต่มันคือ ความบกพร่องของการขยายพันธ์ุ และต้องเลิกทำ

เพื่อกระจายความเข้าใจที่ถูกต้องในวงกว้าง สมาคมได้นำรูปตัวอย่างของแมวสก๊อตติชที่หูบกพร่อง ซึ่งผู้เลี้ยงแมวควรแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตแมวรุ่นต่อๆไป และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธ์ุแมว ด้วยการงดขยายพันธ์ุ งดขาย งดซื้อ งดสนับสนุน การขยายพันธ์ุที่บกพร่องนี้ โดยขอความกรุณาให้ทุกท่านเข้าใจร่วมกันว่า อัตราความเสื่อมมันเป็นทวีคูณ เพราะแมวออกลูกมาทีครั้งละ 4-6 ตัว (ไม่ใช่ 1 ต่อ 1) ดังนั้น เราสร้างปัญหาแบบทวีคูณ ซึ่งถ้าไม่หยุด สังคมไทยเราจะเต็มไปด้วยแมวสก๊อตติชที่ไม่สวยเลย และนอกจากความสวยงามแล้ว ปัญหาสุขภาพเรื่องกระดูกก็ตามมาติดๆ (ถ้าอยากชิลๆ ไม่ต้องศึกษาเยอะ เลี้ยงพันธ์ุอื่นกันเถอะค่ะ)

หูแมวที่ท่านเห็นในรูปนี้ ขอให้ทุกท่านรับทราบร่วมกันว่า เป็นหูแมวสก๊อตติชที่บกพร่อง และไม่เหมาะสมที่จะขยายพันธ์ุต่อ รูปแรกด้านซ้ายบน คือ ลักษณะหูที่เราเรียกกันว่า Single Fold (หูพับระดับ 1) ซึ่งหูแบบนี้ ยังไม่จัดว่าเป็นหูดีด หรือหูที่บกพร่อง แต่ถ้าคนเลี้ยงนำไปพัฒนาต่อไม่เป็น ปัญหาเรื่องหูบกพร่องก็จะตามมา ส่วนรูปอื่นๆ คือ รูปแมวหูดีด ที่บางท่านนิยมชมชอบว่ามันน่ารัก แต่สมาคมใคร่ขอให้ท่านปรับทัศนคติด้วยว่า หูแบบนี้คือหูบกพร่อง และไม่สมควรขยายพันธ์ุต่อ / ขอบคุณค่ะ ❤️🙏

ตำแยแมว vs แคทนิป
01/12/2020

ตำแยแมว vs แคทนิป

ต้นไม้เล่าเรื่อง🌳: รู้หรือไม่ว่า ตำแยแมว กับ กัญชาแมว(Catnip) คือ พืชคนละชนิดกัน😸
ตำแยแมวใช้ราก กัญชาแมวใช้ใบ และทั้งสองชนิด
ก็ไม่ใช่ยาเสพย์ติดสำหรับแมวนะครับ

ตำแยแมว เป็นวัชพืชในเขตร้อน พบมากทั่วไปใน
ประเทศไทย ใบมีลักษณะ แผ่เรียงตัวเป็นลักษณะจำเพาะ
เห็นครั้งเดียวก็จะจำได้ครับ ซึ่งตำแยแมวมีน้ำมันที่มีชื่อว่า Nepetalactone อันเป็นสารประกอบ Lactone ชนิดไม่อิ่มตัวซึ่งมีฤทธิ์กับแมว โดยกลิ่นจะอยู่ที่รากครับ ถอนขึ้นมา
ล้างรากให้สะอาด ตัดส่วนใบออก แล้วให้น้องแมว
ได้เลยครับ ตำแยแมว ปลูกได้ง่ายมากๆ เจอที่ไหนก็
ถอนเอามาปลูกที่บ้านนะครับ เดี๋ยวก็กระจายทั้ว
ในสนามที่บ้าน

ส่วน catnip หรือกัญชาแมว เป็นพืชตระกูลเดียวกับ
มินท์ สะระแหน่ โหระพา กะเพราครับ ปลูกในเมืองไทย
ได้สบายๆครับ ผมก็ปลูกอยู่ ดินควรเป็นดินทรายนะครับ

ใน Catnip จะมีสารออกฤทธิ์ คือ Nepetalactone
เช่นเดียวกับ ตำแยแมว (เห็นในเว็บไทยใช้ชื่อสารว่า
Hepetalactone แต่ผมหาข้อมูลไม่พบครับ ) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหย เมื่อน้องแมวได้กลิ่นหรือรับประทานจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มีความสุข เกลือกกลิ้งกับ Catnip แต่น้องแมวบางตัวหากรับประทาน Catnip มากเกินไป อาจทำให้ง่วงนอนแทน แต่ Catnip ไม่มีอันตรายใดๆ จะมีฤทธิ์เพียง 5-15 นาที การตอบสนองต่อ Catnip ของน้องแมวแต่ละตัวจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุกรรม จะมี
น้องแมวประมาณ 10 – 30 % เท่านั้นครับที่ไม่ตอบสนอง
และเมื่อน้องแมวเคลิ้มแล้ว จะไม่สารถถูกกระตุ้นด้วย
สารพวกนี้ไปอีก 2-3 ชม ครับ

ต้นไม้อีกชนิดนึงที่น้องแมวจะชอบกันมากๆก็คือ
ต้นไผ่เงินครับ ซึ่งการให้น้องแมวได้ทาน fiber บ้าง
จะช่วยป้องกันการเกิดการอุดตันของ hair ball
ที่ระบบทางเดินอาหารได้ครับ (ต้นอ่อนข้าวสาลีด้วย)
การปลูกก็เหมือนกับต้นหญ้า ชอบน้ำ ชอบแดดจัดครับ

ปล.สนใจพืชสมุนไพรสำหรับน้องแมว inbox มาได้เลย🌈🌿😸

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0888512883

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แมวส้มส้มผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์