Riverside 92 Horse Riding สอนขี่ม้าฝึกสมาธิปรับบุคลิกภาพ ถนนจรัญสนิทวงค์

Riverside 92 Horse Riding สอนขี่ม้าฝึกสมาธิปรับบุคลิกภาพ ถนนจรัญสนิทวงค์ โรงเรียนสอนขี่ม้าในกรุงเทพ สนามสอนในร่ม ฝึกสมาธิ เสริมบุคลิกภาพ หลังโรงพยาบาลยันฮี

โรงเรียนสอนขี่ม้าในกรุงเทพ

สนามฝึกขี่ม้าในร่ม ฝึกสมาธิ
เสริมบุคลิกภาพ หลังโรงพยาบาลยันฮี ถนน จรัญสนิทวงค์

Rest In Peace Queen Elisabeth II.
08/09/2022

Rest In Peace Queen Elisabeth II.

หญ้าใหม่ลงเรียบร้อย หน้าฝนเราต้องเตรียมพร้อมเสมอ โอกาศที่ม้าไม่มีหญ้ากินสูง เนื่องจากต้องลุ้นว่ากระบวนการตัดหญ้า และ ตาก...
07/11/2020

หญ้าใหม่ลงเรียบร้อย
หน้าฝนเราต้องเตรียมพร้อมเสมอ
โอกาศที่ม้าไม่มีหญ้ากินสูง เนื่องจากต้องลุ้นว่า
กระบวนการตัดหญ้า และ ตากหญ้าในแปลง
จะมีพายุฝนมาทำให้หญ้าเสียหรือไม่

07/11/2020

เมื่อน้องโตขึ้น ต้องเปลี่ยนม้าเพื่อเพิ่มประสบการณ์

07/08/2020

มาตรการควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) ในม้าลายของกรมปศุสัตว์ จากการประชุมคณะอนุกรรมการด้านเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้าในม้าลาย ครั้งที่ 2/2563

วันที่ 7 สิงหาคม 2563 เวลา 9:30น.
ณ ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์เขต 1 จังหวัดปทุมธานี
Dowload Link มาตราการควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า ในม้าลาย(PDF): https://drive.google.com/file/d/1XIb3bIZd4WlkKR2_XNOC2WxVgmmgiMO-/view?usp=sharing

การทบทวนแนวทางและมาตรการการควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) ในม้าลาย

•มีข้อแนะนำไม่เพียงแต่การชะลอการนำเข้า ของม้าลายเท่านั้นควรจะงดและไม่อนุญาตให้นำม้าลายเข้ามายังประเทศไทยต่อไปอีกซึ่งในข้อนี้ได้มีตัวแทนจากกรมอุทยานและสัตว์ป่าแจ้งยืนยันว่าในปัจจุบันการอนุญาตนำเข้าม้าลาย ได้ถูกระงับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

•ในที่ประชุมมีการเสนอให้บังคับใช้มาตรการควบคุมม้าลาย อย่างเคร่งครัดและให้ปฏิบัติตามมาตรการแบบม้าเลี้ยงโดยไม่มีข้อยกเว้น กล่าวคือการกักกันม้าลายให้อยู่ในมุ้ง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีการนำออกจากมุ้ง พ่นยาฆ่าแมลงบริเวณที่พักอาศัยและบนตัวม้าลายอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ ซึ่งในข้อนี้ได้มีการแสดงความคิดเห็นให้คำนึงถึงสวัสดิภาพของ”ม้าลาย” (Welfare) เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าที่ยากต่อการกักกันหรือกำหนดพื้นที่จึงอาจจะทำได้ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่หรือสวนสัตว์บางแห่งยังมีความจำเป็นต้องนำม้าลายออกมาจัดแสดง ซึ่งต่อมาที่ประชุมก็มีข้อเสนอเกี่ยวกับสวัสดิภาพของสัตว์(welfare)ใน ”ม้าเลี้ยง”หรือ”ม้ากีฬา” ที่มีความจำเป็นและควรคำนึงถึงสวัสดิภาพ(Welfare) เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งม้าที่มีจำเป็นจะต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการยืนคอกเป็นเวลานาน แต่ผู้เลี้ยงก็สามารถจัดการและหาวิธีเพื่อที่จะให้ม้าได้รับการปฏิบัติถึงแม้ว่าจำเป็นจะต้องอยู่ในมุ้งตลอดเวลาก็ตาม ตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ที่แจ้งไว้ โดยมีการยกตัวอย่างการกางมุ้งในคอกและนำม้าออกมาเดินในคอกที่มีมุ้ง การทำทางเดิน(Walkway) ที่มีการติดตั้งมุ้งจากคอกไปยังสนามขี่ม้าขนาดใหญ่ที่มีมุ้งปกคลุมทั้งสนามเพื่อให้ม้าได้ออกกำลังกายและมีสวัสดิภาพที่ดีเพียงพอโดยไม่ละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์ได้ตั้งไว้ ดังนั้น หากการการุณยฆาตม้าลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้โดยง่าย ดังนั้นผู้เลี้ยงม้าลายจึงควรปฏิบัติตามมาตรการและให้สอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าของม้าเลี้ยงได้กระทำโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

•หากการการุณยฆาตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีการเสนอให้ทำวัคซีนในม้าลาย โดยได้รับข้อมูลสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ และมีหลักฐานอ้างอิงทางจดหมายอิเล็คทรอนิกส์ที่ทางผู้แทนสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยได้เสนอในที่ประชุมคณะอนุกรรมการดังกล่าวและพร้อมให้ข้อมูลแก่ทางกรมปศุสัตว์ และผู้เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป

โปรดติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดและโพสต์ต่อไป

18/05/2019

ม้าเป็นสัตว์ที่มีร่างกายขนาดใหญ่ ขาม้ามีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดลำตัว ขาแต่ละข้างของม้ามีกีบห่อหุ้มปลายขาไว้ กีบม้าจะมีความกว้างเฉลี่ยเพียง 6-7% ของเส้นรอบอกม้า นั่นหมายความว่าม้าน้ำหนัก 400 กิโลกรัม ที่มีเส้นรอบอกประมาณ 170 เซนติเมตร จะมีกีบที่กว้างเพียงแค่ 12 เซนติเมตรเท่านั้นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับคนก็เหมือนกับคนที่น้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม ยืนอยู่บนเท้าที่กว้างเพียงข้างละ 4 เซนติเมตรเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กีบม้ามักจะเป็นสาเหตุของอาการ lameness ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้ง primary และ secondary ไม่ต่างจากอวัยวะอื่นๆ
ด้วยขนาดที่เล็ก แต่กลับมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้มาก กีบม้าจึงเป็นอวัยวะพิเศษที่มีโครงสร้างจำเพาะทำงานสอดประสานกัน ช่วยกระจายและลดแรงกระแทกในขณะที่ม้าเคลื่อนที่ ปกป้องเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ภายในกีบ ช่วยให้การยึดเกาะพื้นผิวทำได้ดีขึ้น
ด้วยโครงสร้างและหน้าที่ที่ซับซ้อนของกีบม้าที่กล่าวไปข้างต้น หมอม้าและช่างเกือกผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสุขภาพของกีบม้า จึงจำเป็นต้องรู้จักโครงสร้าง (structure) ของกีบม้า เพื่อให้เกิดความเข้าใจการทำงาน (function) ของกีบม้า เหตุผลไม่ใช่แค่เพื่อใช้ในการรักษาเมื่อกีบม้ามีอาการเจ็บเท่านั้น แต่เพื่อให้เราสามารถวางแผนรักษาสุขภาพของกีบม้าให้ดีอยู่เสมอด้วย เพราะหากเปรียบเทียบม้าใช้งานเป็นรถคันหนึ่ง กีบม้าก็เป็นเสมือนล้อทั้ง 4 ข้าง หากข้างใดข้างหนึ่งเสียไป รถก็จะไม่สามารถวิ่งได้อย่างที่มันควรเป็น สำหรับรถถ้าเราเปลี่ยนล้อรถก็จะกลับมาใช้งานได้ แต่สำหรับม้าหากกีบเสียไปข้างหนึ่ง นั่นอาจหมายถึงชีวิตของม้าตัวนั้นได้เลย ดังวลีที่คนเลี้ยงม้าพูดกันมาในอดีตว่า “No Hoof, No Horse” “หากไร้กีบ ม้าก็ไร้ซึ่งชีวิต”
โครงสร้างต่างๆ ของกีบม้า มีชื่อเรียกทั้ง scientific name และ common name ที่บางครั้งก็มีมากกว่า 2 ชื่อ บางจุดมีชื่อเรียกภาษาไทย บางจุดยังไม่มี ในที่นี้ผมจะกล่าวถึงชื่อโครงสร้างของกีบม้า และโครงสร้างอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับกีบม้า ที่มักจะมีความเกี่ยวของกับโรคกีบม้าเพื่อให้คุณหมอเกิดความเข้าใจในกรณีที่ต้องนำไปใช้งาน หรืออ่านเพิ่มเติมในอนาคตครับ
โครงสร้างปกติของกีบม้า
กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนของกีบม้าจะถูกห่อหุ้มด้วยแคปซูล (hoof capsule) ที่มีความแข็งแรง มีโครงสร้างคล้ายเล็บของมนุษย์ จึงเป็นส่วนที่ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด hoof capsule ของกีบม้าจะประกอบไปด้วย hoof wall (ผนังกีบ), sole (พื้นกีบ) และ frog (บัว หรือ กีบน้อย) ในส่วนที่เป็นรอยต่อของผนังกีบและผิวหนังจะมี coronary band (ไรกีบ) เป็นส่วนของ coronary corium ทำหน้าที่สร้าง horn tubules ที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเท่ากับเส้นผม โดย tubules ที่ถูกสร้างขึ้นจะยึดติดอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นผนังกีบที่มีความแข็งแรง ผนังกีบของม้าจะสร้างจากจุดนี้แล้วค่อยๆ เคลื่อนที่ลงด้านล่าง ลักษณะเดียวกับที่เล็บของเราสร้างจากบริเวณจมูกเล็บนั่นเอง ส่วนของผนังกีบที่เจริญออกมาใหม่ที่ประมาณ 1-2 เซนติเมตรใต้ไรกีบจะถูกปกคลุมด้วย periople สีขาวเป็นฟิล์มบางๆ ที่มีความแข็งแรงเท่ากับ frog ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผนังกีบที่เพิ่งสร้างใหม่
ผนังกีบชั้นนอก (outer layer) เป็นส่วนของ horn tissue ที่มีความหนาและแข็งแรง ซึ่งจะมีทั้งชนิดที่มีเม็ดสีและไม่มีเม็ดสี ขึ้นกับพันธุกรรมของม้าแต่ละตัว ผนังกีบชั้นใน (inner layer) จะเป็นชั้นที่บางกว่าและไม่มีเม็ดสี ผนังกีบชั้นในบริเวณด้านล่างนี้จะยึดติดกับพื้นกีบ (sole) ทำให้เราเห็นเป็นส่วนที่เรียกว่า white line ใต้พื้นกีบ ซึ่งเส้นนี้จะเป็นจุดที่ช่างเกือกใช้เป็นไกด์ไลน์ในการตัดแต่งกีบ และวางตะปูเมื่อต้องตีเกือก ผนังกีบทั้งชั้นนอกและชั้นในเป็นส่วนที่ไม่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง จึงมักถูกเรียกว่าเป็น insensitive layer ด้วย
ถัดจากผนังกีบชั้นในเราจะพบกับเนื้อเยื่ออ่อนบางๆ ที่ชื่อว่า lamina corium ทำหน้าที่ยึดพื้นผิวกระดูก third phalanx; P3 กับผนังกีบชั้นในไว้ด้วยกัน เป็นชั้นที่มีเส้นเลือด และเส้นประสาทมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก จึงมีชื่อว่า sensitive lamina ด้านในของผนังกีบชั้นในจะมีลักษณะคล้ายกับนิ้วมือขนาดเล็กยื่นออกมาเพื่อยึดเกาะกับ laminae จากชั้น lamina corium ที่มีโครงสร้างคล้ายกับนิ้วมือ ซึ่งจุดนี้เองที่ช่วยให้ผนังกีบยึดติดอยู่กับกระดูก P3 ได้อย่างแข็งแรง เมื่อม้าเคลื่อนไหวผนังกีบของม้าก็จะมีการสึกไปตามการใช้งาน แต่มันก็จะสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ผนังกีบที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ก็จะสานเข้ากับ lamina เช่นเดิม เพื่อคงความแข็งแรงของกีบม้าเอาไว้
ในขณะที่ม้าเคลื่อนไหว ส่วนของ sensitive และ insensitive lamina จะมีการขยับตัวออกจากกัน ในขณะที่ม้าลงน้ำหนักที่กีบจะส่งผลให้เส้นเลือดใน lamina corium หดตัว และในขณะที่ม้ายกขาออกจากพื้น เส้นเลือดใน lamina corium จะขยายตัว ด้วยเหตุนี้ lamina จึงทำหน้าที่คล้ายกับปั๊มที่ช่วยสูบฉีดเลือดกลับสู่ร่างกายนั่นเอง และหากม้ารับน้ำหนักมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือการใช้งานม้าอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้ lamina มีการแยกตัวฉีกขาดออกจากกันได้ ซึ่งเมื่อ lamina ส่วนที่ sensitive และ insensitive แยกตัวออกจากกันแล้ว มันจะไม่กลับไปเชื่อมต่อกันใหม่ เมื่อระยะเวลาผ่านไป insensitive lamina ก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปเรื่อยๆ หาก sensitive lamina ไม่เสียหายแบบถาวร ส่วน insensitive lamina ที่สร้างมาใหม่ก็จะสามารถเชื่อมต่อกันได้ใหม่
อ่านบทความต่อได้ที่
https://www.readvpn.com/topic/equine-corner-199/?portfolioCats=39
คอลัมน์ Equine Corner
บทความโดย น.สพ.ฐาปนา จารุธรรมสิริ
---------------------------------------------------------------
นิตยสาร VPN ฉบับที่ 199
เดือน เมษายน 2562
Dermato Focus Issue
สามารถสมัคร/ต่ออายุสมาชิกสมาชิกได้ที่
https://www.readvpn.com/subscription/
จากนั้นส่งเอกสารยืนยันการชำระเงินมาทาง
LINE: (มี@ด้วย)
แล้วรอการติดต่อกลับจากทีมงานทาง E-mail
ติดต่อ/สอบถาม
E-mail : [email protected]
โทร. 0-2965-5020, 084-435-5675 (ฝ่ายสมาชิก)
(จ-ศ เวลา 9.00-16.00 น.)
ติดต่อโฆษณา/ฝากข่าวสารประชาสัมพันธ์
085-282-3248 (ฝ่ายการตลาด)

พาม้าออกโชว์ ถ่ายภาพ
26/01/2019

พาม้าออกโชว์ ถ่ายภาพ

30/10/2018

...

ลูกค้าสามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือ นัดเวลาเรียนได้ที่ line@92horseriding ได้เลยครับ
22/06/2018

ลูกค้าสามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือ นัดเวลาเรียนได้ที่ line@92horseriding ได้เลยครับ

เช้านี้มาแล้วสามคน ช่วงบ่ายมีอีกสองคน
02/06/2018

เช้านี้มาแล้วสามคน ช่วงบ่ายมีอีกสองคน

ที่อยู่

Jaransitwong. Soi 92
Bangkok
10700

เบอร์โทรศัพท์

+66800800725

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Riverside 92 Horse Riding สอนขี่ม้าฝึกสมาธิปรับบุคลิกภาพ ถนนจรัญสนิทวงค์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Riverside 92 Horse Riding สอนขี่ม้าฝึกสมาธิปรับบุคลิกภาพ ถนนจรัญสนิทวงค์:

แชร์

ประเภท