ส่ายหาง The Happy Tails

ส่ายหาง The Happy Tails สำหรับคนใจหมาล้วนๆ

ฝนตก ความชื้น และวันที่บ้านต้องเข้าใจหมามากกว่าเดิมหลายคนชอบบอกว่า“หน้าฝนสบายกว่าหน้าร้อน หมาก็น่าจะสบายขึ้น”แต่สำหรับบ้...
21/05/2026

ฝนตก ความชื้น และวันที่บ้านต้องเข้าใจหมามากกว่าเดิม

หลายคนชอบบอกว่า
“หน้าฝนสบายกว่าหน้าร้อน หมาก็น่าจะสบายขึ้น”

แต่สำหรับบ้านที่อยู่กับหมาจริงทุกวัน
โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงหลายตัว หรือเลี้ยงแบบใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ จะรู้ว่า

หน้าฝนไม่ใช่ฤดูที่ง่าย

มันคือช่วงที่ “สมดุลของบ้าน” เปลี่ยนเร็วมาก
ทั้งอารมณ์หมา พลังงาน ความสะอาด ความอับชื้น รวมถึงสุขภาพร่างกาย

บางบ้านเริ่มมีหมาทะเลาะกันในช่วงฝนตกต่อเนื่อง
บางบ้านเริ่มเจอผิวหนังอักเสบ
บางบ้านหมาหงุดหงิดง่าย
บางตัวเริ่มหอบง่ายผิดปกติทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อน

และหลายครั้ง
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจาก “ฝน”

แต่เกิดจากวิธีที่เราใช้ชีวิตกับหมาในวันที่ฝนตกต่างหาก

หน้าฝนที่น่ากลัว ไม่ใช่ความเปียก

แต่คือ “ความชื้นสะสม”

สิ่งที่บ้านส่ายหางระวังมาตลอดในหน้าฝน
ไม่ใช่ว่าหมาจะโดนฝนไหม

แต่คือบ้าน “อับหรือไม่”

เพราะต่อให้ฝนไม่ตกหนัก
ถ้าพื้นชื้นทั้งวัน
อากาศไม่เดิน
แดดไม่เข้า
ของใช้ไม่แห้ง

ร่างกายหมาจะเริ่มสะสมความเครียดโดยที่เจ้าของไม่ทันสังเกต

หลายคนมองว่าหมาเปียกฝนคือเรื่องใหญ่
แต่จริงๆแล้ว
หมาหลายตัวสามารถเปียกฝนได้ตามธรรมชาติ ถ้าร่างกายแข็งแรงและกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้ง โปร่ง และสงบ

สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาจริงๆ คือ

* เปียกแล้วไม่แห้ง
* พื้นอับ
* ที่นอนชื้น
* ขนชื้นสะสม
* อากาศไม่ถ่ายเท
* ออกกำลังกายน้อยลงแต่กินเท่าเดิม
* พลังงานสะสมแต่ไม่ได้ระบาย

สิ่งเหล่านี้ค่อยๆเปลี่ยนอารมณ์และสุขภาพของหมาทีละนิด

จนหลายบ้านเริ่มรู้ตัวอีกทีตอนเกิดปัญหาแล้ว

หน้าฝนคือช่วงที่หมาหลายตัว “เครียดเงียบ”

โดยเฉพาะบ้านที่เคยมี routine ชัดเจน

เคยวิ่งสนาม
เคยเดินทุกเย็น
เคยเล่นนอกบ้าน
เคยได้ดมกลิ่น ได้ใช้พลังงาน

พอฝนตกต่อเนื่อง
ชีวิตทั้งหมดถูกตัดออกทันที

หลายคนเห็นหมานอนทั้งวันแล้วคิดว่า “คงสบาย”

แต่จริงๆหมาหลายตัวกำลังเริ่มอึดอัด

พลังงานไม่ได้หายไปเพราะฝนตก
มันแค่ “ไม่มีทางออก”

ช่วงนี้เองที่บ้านหลายบ้านจะเริ่มเจอ

* เห่าไวขึ้น
* หงุดหงิดง่าย
* เล่นแรงขึ้น
* จ้องกันมากขึ้น
* หวงของมากขึ้น
* เดินตามเจ้าของตลอด
* นอนไม่ลึก
* กระวนกระวาย
* ทะเลาะกันง่าย

โดยเฉพาะบ้านหลายตัว
ยิ่งวันที่ฝนตกติดกันหลายวัน บรรยากาศในบ้านจะเปลี่ยนเร็วมาก

เพราะหมาเองก็รู้สึกถึง “พลังงานอึดอัด” เหมือนกัน

สิ่งที่บ้านส่ายหางทำในวันฝนตก

ไม่ใช่หยุดทุกอย่าง แต่คือ “เปลี่ยนรูปแบบ”

วันที่ฝนตกหนัก
บ้านส่ายหางแทบไม่ปล่อยให้วิ่งเล่นหนักเหมือนวันที่อากาศเปิด

ไม่ใช่เพราะกลัวเปียก
แต่เพราะความชื้นสูงทำให้ร่างกายหมาระบายความร้อนได้แย่ลงมาก

โดยเฉพาะหมาพลังงานสูง
หรือสายพันธุ์ที่เล่นจนลืมเหนื่อย

หลายครั้งอากาศดูเย็น
แต่ร่างกายจริงกลับสะสมความร้อนอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่ “งดกิจกรรม”

แต่เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ใช้สมองมากขึ้นแทน

เช่น

เดิน leash สั้นๆหลายรอบแทนการวิ่งยาว
ฝึกคำสั่งง่ายๆ
ฝึก place
ให้ดมกลิ่น
ให้หาอาหาร
เล่น tug แบบควบคุมอารมณ์
หรือให้เวลาสงบตัวเองมากขึ้น

เพราะหมาไม่ได้ต้องการแค่ “เหนื่อย”

แต่ต้องการ “สมดุล”

บางวันใช้สมอง 20 นาที
ช่วยให้หมาสงบได้มากกว่าวิ่งจนหอบอีกหนึ่งชั่วโมงเสียอีก

ฮีทสโตรกในหน้าฝน เกิดง่ายกว่าที่คิด

หลายคนระวังฮีทสโตรกเฉพาะหน้าร้อน
แต่จริงๆแล้วบ้านส่ายหางระวัง “หน้าฝน” ไม่แพ้กัน

เพราะอันตรายของหน้าฝนคือ
เจ้าของมักไม่รู้ว่าหมากำลังร้อน

อากาศครึ้ม
ลมเงียบ
ความชื้นสูง
หมาเล่นต่อเนื่อง
พื้นไม่ระบายความร้อน

สุดท้ายร่างกายเริ่มระบายความร้อนไม่ทัน

สัญญาณแรกๆที่ควรหยุดทันทีคือ

* หอบแรงผิดปกติ
* น้ำลายเหนียว
* ลิ้นแดงเข้ม
* ตาเริ่มลอย
* เดินช้าลง
* เริ่มไม่ตอบสนอง
* ไม่ยอมพักทั้งที่เหนื่อยมาก

โดยเฉพาะ Bulldog, French Bulldog, Labrador, Samoyed หรือหมาอ้วน ต้องระวังมากเป็นพิเศษ

เพราะบางตัว “ใจสู้เกินร่างกาย”

เรื่องที่หลายบ้านพลาด คือ “ปล่อยให้ชื้นทั้งคืน”

หน้าฝนไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อยขึ้นเสมอไป

แต่ต้อง “แห้งจริง” มากขึ้น

บ้านส่ายหางจะค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องนี้

ถ้าเปียกฝน
ต้องเช็ด
ต้องเป่า
ต้องดูซอกนิ้ว
ดูหู
ดูรักแร้
ดูใต้คอ

เพราะหลายปัญหาเริ่มจากจุดเล็กๆที่ชื้นสะสม

โดยเฉพาะหมาขนหนา
หรือหมาที่นอนพื้นตลอดเวลา

สิ่งสำคัญกว่าความหอม คือผิวหนังที่สมดุล

บางบ้านอาบน้ำทุกครั้งที่เปียกฝน
สุดท้ายผิวแห้ง เกราะผิวเสีย และเกิดเชื้อราได้ง่ายกว่าเดิมอีก

บ้านที่สมดุลในหน้าฝน

ไม่ใช่บ้านที่สะอาดที่สุด

แต่คือบ้านที่ “ยังใช้ชีวิตได้ปกติ”

ยังมีเวลาเดิน
ยังมีเวลาสงบ
ยังมีวินัย
ยังมีการจัดการพลังงาน
ยังมีอากาศถ่ายเท
ยังมีเจ้าของที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆได้ทัน

เพราะสุดท้ายแล้ว
หมาไม่ได้ต้องการชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

พวกเขาต้องการบ้านที่เข้าใจว่า
ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ
ร่างกายและจิตใจของพวกเขาก็ต้องการการดูแลที่ละเอียดขึ้นเหมือนกัน

และหลายครั้ง
สิ่งที่ช่วยหมาได้มากที่สุดในหน้าฝน

ไม่ใช่การห้ามเปียกฝน
แต่คือเจ้าของที่ยังรักษาจังหวะชีวิตของบ้านเอาไว้ได้
แม้ในวันที่ฝนตกไม่หยุดเลยก็ตาม

บ้านส่ายหาง

ถ้าฝนมันจะตกดีนัก ก็นอนประชดมันไปเลย #ส่ายหางแฟมิลี่
20/05/2026

ถ้าฝนมันจะตกดีนัก ก็นอนประชดมันไปเลย
#ส่ายหางแฟมิลี่

19/05/2026

คุณนาย #อบเชย

ลำดวน หรือ อีกชื่อ ดำล้วน1 เดือนเต็มที่อยู่ด้วยกัน หลังมาจากเมือง ฝรั่ง ปรับตัวได้ดี อาจดีเกินไปด้วยซ้ำ ฉลาด มีระเบียบ น...
15/05/2026

ลำดวน หรือ อีกชื่อ ดำล้วน

1 เดือนเต็มที่อยู่ด้วยกัน หลังมาจากเมือง ฝรั่ง ปรับตัวได้ดี อาจดีเกินไปด้วยซ้ำ ฉลาด มีระเบียบ น่ารัก สวีท ขี้อ้อน และ ที่สำคัญ ติดคน

เหตุผลแค่นี้ก็ทำให้ลืมเรื่อง กัดต้นไม้ นอนเบียด ปีนรั้ว วิ่งชน คึกจนบ้านพ้ง และวีรกรรมอื่นๆอีกร้อยอย่างได้เหมดละ

#ลำดวน

14/05/2026

ไอ้จิ๋ว ของแท้ คิดถึงนะเด็ก

#จิ๋วอินฝรั่งเศส

“หมากัดกัน มันคือ เรื่อง ธรรมชาติอาจห้ามไม่ได้ ห้ามไม่ทัน แต่เราทำให้ทุกตัวปลอดภัยได้” หลายคนถามเสมอว่า“ห้ามหมากัดกันทำย...
13/05/2026

“หมากัดกัน มันคือ เรื่อง ธรรมชาติ
อาจห้ามไม่ได้ ห้ามไม่ทัน

แต่เราทำให้ทุกตัวปลอดภัยได้”

หลายคนถามเสมอว่า
“ห้ามหมากัดกันทำยังไง”

แต่จริง ๆ แล้ว
บางทีคำถามนี้อาจต้องเปลี่ยนใหม่ก่อน

ไม่ใช่ถามว่า
“จะทำยังไงให้หมาไม่มีวันกัดกัน”

แต่ควรถามว่า

“จะทำยังไงให้บ้านเรา
มีโอกาสเกิดการปะทะกันน้อยที่สุด
และถ้าเกิดขึ้นจริง
เราจะรับมือยังไงให้ปลอดภัยที่สุด”

เพราะถ้าพูดกันตรง ๆ

ไม่มีบ้านไหนบนโลก
รับประกันได้ 100%
ว่าหมาจะไม่มีวันทะเลาะกันเลย

ขนาดคนเราเอง
มีภาษา มีเหตุผล มีสติ
ยังเคยทะเลาะกัน
ยังมีวันที่อารมณ์เสีย
ยังมีวันที่เข้าใจกันผิด

แล้วนับประสาอะไรกับหมา

สัตว์ที่สื่อสารกันด้วยพลังงาน
สายตา
พื้นที่
แรงกดดัน
และสัญชาตญาณ

หลายครั้ง
คนชอบมองว่า
หมากัดกันเพราะ “หมาดุ”

แต่ในความจริง
การกัดกันส่วนใหญ่
มักเริ่มจากเรื่องเล็กมาก

ตัวหนึ่งเดินผ่านของกิน
อีกตัวเริ่มมองนิ่ง

ตัวหนึ่งขึ้นมานอนใกล้เจ้าของ
อีกตัวเริ่มเดินตัดหน้า

ตัวหนึ่งอยากอยู่เงียบ ๆ
แต่อีกตัวเดินกดพื้นที่ซ้ำ ๆ

หรือบางครั้ง
เริ่มจากแค่ “จ้องกัน”

และสิ่งที่อันตรายคือ

คนมักคิดว่า

“ยังไม่เป็นไรหรอก”

ทั้งที่จริง
ก่อนหมากัดกัน
มันมักมีสัญญาณเตือนมาก่อนเสมอ

ตัวแข็ง
ปากปิด
เดินช้า
จ้องนิ่ง
เกร็ง
หางตั้ง
ขยับตัวแบบกดดัน

และบางที
หมาที่กำลังจะเอาจริง
กลับเงียบกว่าหมาตัวที่เห่าเสียงดังเสียอีก

บ้านที่เลี้ยงหลายตัวจริงจะเข้าใจดีว่า

หลายครั้ง
“ความเงียบ”
น่ากลัวกว่าเสียงเห่า

เพราะความขัดแย้งของหมา
ไม่เหมือนละครคน

มันไม่ค่อยประกาศล่วงหน้านาน ๆ

ถ้าความเครียดสะสมถึงจุดหนึ่ง
ฟันจะกลายเป็นทางออกทันที

และหนึ่งในความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดคือ

“ปล่อยให้กัดกัน เดี๋ยวก็จัดลำดับกันเอง”

หลายบ้านเสียหมา
เสียความสัมพันธ์ของหมา
หรือแม้แต่เจ้าของบาดเจ็บหนัก
เพราะประโยคนี้

ความจริงคือ
หมาไม่ได้ประชุมกันด้วยเหตุผลแบบมนุษย์

ถ้าความกดดันสูงพอ
สัญชาตญาณจะทำงานทันที

และเมื่อเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นจริง

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ

“หยุดตัวเองก่อน”

อย่าเพิ่งพุ่งเข้าไปกลางวงกัดด้วยอารมณ์

เพราะภาพที่เกิดขึ้นจริงในหลายบ้านคือ

เจ้าของตกใจ
วิ่งเข้าไป
กอดคอหมา
จับปลอกคอ
เอามือแทรกกลางปาก
ตะโกน
หรือใช้ร่างกายเข้าไปคั่น

สุดท้ายคนโดนกัดเพิ่ม

ไม่ใช่เพราะหมาไม่รักเจ้าของ

แต่เพราะในวินาทีนั้น
สมองหมากำลังอยู่ในโหมดเอาตัวรอด

หลายตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
ตัวเองกำลังกัดอะไรอยู่

นี่คือเหตุผลว่า
ทำไมคนที่โดนกัดหนักที่สุด
หลายครั้งกลับเป็นเจ้าของเอง

โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงหมาขนาดกลางถึงใหญ่

แรงเหวี่ยงตอนหมากัดกันจริง
แรงกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดมาก

และนี่คือจุดสำคัญมาก

เวลาหมากัดกัน
อย่าคิดว่าเราต้อง “เอาแรงเข้าสู้”

โดยเฉพาะถ้าอยู่คนเดียว
เป็นผู้หญิง
ผู้สูงอายุ
หรือแรงน้อยกว่าหมา

สิ่งที่ควรทำ
ไม่ใช่การเอาตัวเองเข้าไปหยุดด้วยมือเปล่า

แต่คือการใช้ “พื้นที่” และ “สิ่งแวดล้อม”
ช่วยตัดวงปะทะ

ลองนึกภาพจริงตาม

หมาสองตัวกำลังกัดกันอยู่กลางห้องนั่งเล่น

ถ้าคุณอยู่คนเดียว

สิ่งที่ควรทำไม่ใช่กระโดดเข้าไปจับคอหมา

แต่คือมองรอบตัวทันทีว่า

มีอะไรใช้ “กั้น” ได้บ้าง

เก้าอี้
โต๊ะสนาม
ฝาคอก
ลัง
แผ่นไม้
ผ้าหนา
โซฟา
หรือแม้แต่ประตูบ้าน

หลายครั้ง
แค่เอาเก้าอี้สอดกลางวงกัด
เพื่อบังสายตาและเพิ่มระยะห่าง

สถานการณ์จะเริ่มหลุดจาก fixation

หรือถ้าอยู่ใกล้ประตู

บางบ้านใช้วิธี
ดึงประตูมากั้นแยกหมาคนละฝั่งทันที

วิธีนี้ใช้ได้จริงมาก
โดยเฉพาะในบ้านที่เลี้ยงหลายตัว

เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุด
ไม่ใช่ทำให้หมา “หายโมโหทันที”

แต่คือ
“ทำให้เข้าถึงกันไม่ได้”

ทันทีที่หมาเสียจังหวะการเข้าถึง
วงกัดหลายครั้งจะเริ่มหลุดเอง

อีกกรณีที่เจอบ่อยคือ

หมากัดกันในสนาม
หรือพื้นที่โล่ง

หลายคนถามว่า

“เอาน้ำฉีดได้ผลจริงไหม”

คำตอบคือ

“บางครั้งได้ผล
แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง”

ถ้าหมายังแค่ขู่
ดันกัน
เกร็งใส่กัน
หรือเริ่ม fixation หนัก ๆ

น้ำแรงพอสมควร
อาจช่วย break focus ได้

แต่ถ้ากัดล็อกจริงแล้ว

โดยเฉพาะช่วงที่อะดรีนาลีนพุ่งสูง

หมาหลายตัวแทบไม่สนใจน้ำเลย

บางตัวเปียกทั้งหัว
แต่ยังกัดต่อ

ดังนั้น
น้ำไม่ใช่เวทมนตร์หยุดหมากัด

มันเป็นเพียง “ตัวตัดจังหวะ”

และถ้าจะใช้น้ำ
ต้องใช้เพื่อเปิดโอกาสให้รีบแยกพื้นที่ทันที

ไม่ใช่ยืนฉีดแล้วหวังว่าหมาจะหยุดเอง

อีกสิ่งที่บ้านเลี้ยงหลายตัวควรมีติดไว้เสมอ คือ

“สายจูงสำรอง”

และควรแขวนไว้ในจุดหยิบง่ายจริง ๆ

ไม่ใช่เก็บลึกอยู่ในตู้

เพราะเวลาเหตุเกิด
ไม่มีใครมีเวลาหาปลอกคอ

หลายครั้ง
การคล้องสายจูงจากด้านหลัง
แล้วดึงแยกเข้าห้องคนละฝั่ง

ปลอดภัยกว่าการใช้มือเปล่ามาก

เพราะมือเราไม่ต้องเข้าใกล้ปากหมา

ส่วนวิธียกขาหลังแบบ wheelbarrow
หรือคล้ายรถเข็น

เป็นวิธีที่ “ใช้ได้”
ในกรณีมีผู้ช่วยสองคน
และต้องทำพร้อมกันทั้งสองฝั่ง

เป้าหมายคือ
ลดแรงปะทะ
และลดโอกาสที่มือจะเข้าใกล้ปากหมา

แต่ต้องเข้าใจว่า
นี่ไม่ใช่ท่าเท่ในอินเทอร์เน็ต

ถ้าจับช้า
ทำไม่พร้อมกัน
หรือเข้าใกล้ผิดจังหวะ

หมาอาจหันกลับมากัดได้ทันที

ดังนั้น
สิ่งสำคัญที่สุด
ไม่ใช่จำ “ท่าแยกหมา”

แต่คือเข้าใจว่า

เวลาหมากัดกัน

อย่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงกัด

ให้ใช้ “พื้นที่”
ใช้ “สิ่งกั้น”
ใช้ “จังหวะ”
ช่วยแยกแทนแรง

และเมื่อแยกได้แล้ว

อย่าคิดว่าจบ

หลายบ้านพอแยกออก
รีบจับหมาหันหน้าชนกันแล้วพูดว่า

“ดีกันนะ”

สุดท้ายพุ่งใส่กันอีกรอบทันที

เพราะอะดรีนาลีนยังไม่ลง

สิ่งที่ถูกต้องคือ

แยกคนละพื้นที่
ปิดประตู
ปล่อยให้เงียบ
ปล่อยให้สติหมากลับมาก่อน

แล้วจึงค่อยตรวจแผล

เพราะแผลเขี้ยวหมา
บางครั้งข้างนอกดูเล็กมาก

แต่ข้างในช้ำลึก
หรือมีการฉีกขาดใต้ผิวหนังได้

และหลังเหตุการณ์จบ

สิ่งสำคัญที่สุด
ไม่ใช่ถามว่า

“ใครเริ่มก่อน”

แต่คือถามว่า

“บ้านเราพลาดตรงไหน”

เขาหวงอาหารไหม
หวงคนไหม
พื้นที่แคบเกินไปไหม
มีตัวไหนเครียดสะสมไหม
มีตัวไหนป่วยหรือเจ็บอยู่หรือเปล่า
เราเผลอบังคับให้หมาอยู่ใกล้กันเกินไปไหม

เพราะถ้าไม่แก้ต้นเหตุ

สุดท้าย
เหตุการณ์จะกลับมาอีก

การเลี้ยงหมาหลายตัว
จึงไม่ใช่แค่เรื่องความรัก

แต่มันคือการอ่านอารมณ์
อ่านระยะ
อ่านพลังงาน
และเข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตอีกสายพันธุ์หนึ่งจริง ๆ

คนเลี้ยงที่เก่งจริง
ไม่ใช่คนที่พูดว่า

“หมาบ้านเราไม่เคยกัดกันเลย”

แต่คือคนที่เข้าใจว่า

“ธรรมชาติอาจเกิดขึ้นได้เสมอ
แต่เรามีหน้าที่ทำให้ทุกตัวปลอดภัยที่สุด”

ไม่ใช่แค่ปลอดภัยจากฟันของกันและกัน

แต่ปลอดภัยจากความไม่เข้าใจของมนุษย์ด้วย

12/05/2026

ใครอยากมี Bullterrier standard ดีๆ ทักพี่ฟ้า เถอะเชื่อเรา มันดีงามมากๆ
ไม่รู้จักเจ๊กระซิบเรามาก็ได้ เดี๋ยวจีบให้

ด้วยความเอ๋อของ FB คำตอบบางคำตอบหายหายไปจากหน้าเพจ ขออนุญาตเฉลย และ สรุปผู้ได้รางวัลละกันนะครับลำดวน มีสีตามใบเพ็ดดีกรีจ...
11/05/2026

ด้วยความเอ๋อของ FB คำตอบบางคำตอบหายหายไปจากหน้าเพจ ขออนุญาตเฉลย และ สรุปผู้ได้รางวัลละกันนะครับ

ลำดวน มีสีตามใบเพ็ดดีกรีจาก ฝรั่งเศส ว่า TRI COLOR เนื่องจากตามสแตนดาร์ด ของ FCI ระบุไว้ในมาตรฐานสายพันธุ์ว่า
” หากสุนัข ทีมีสี ดำ น้ำตาล ขาว และตำแหน่งของ สีแต้มขาว มีอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่ หัว หน้าอกหรือปลาย ขาทั้งสี่ข้าง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะนับเป็น tri color “ลอกมาทั้งดุ้น แค่แปลเฉยๆ

และต่อให้เล็กแค่ไหนก็นับ ไม่หายไป

ไหนๆ ก็ตอบมาสามคน ให้สามผืนเลยนะ
Nongkeng Phakchanya
Sithiporn Uathawikul
ToiTing Napapach

***ปิดรับคำทาย มีคนตอบถูกละ***มาทายชื่อสีลำดวน กัน  ใครทายถูก แจก ผ้าเช็ดตัว สอง ผืน นับ สองคนแรก  #ลำดวน
11/05/2026

***ปิดรับคำทาย มีคนตอบถูกละ***

มาทายชื่อสีลำดวน กัน ใครทายถูก แจก ผ้าเช็ดตัว สอง ผืน นับ สองคนแรก
#ลำดวน

ที่อยู่

ลาดพร้าว
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66858900085

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ส่ายหาง The Happy Tailsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์