29/09/2025
เชื้อราติดสู่คนได้นะ ใครเลี้ยงหมาแมวต้องระวัง !
โรคเชื้อราในสุนัขและแมวเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง ความน่ากังวลของโรคนี้คือไม่เพียงทำให้สัตว์เลี้ยงมีปัญหาสุขภาพ เช่น ขนร่วง ผิวหนังอักเสบ และคันไม่หยุด แต่ยังสามารถ แพร่กระจายสู่สัตว์เลี้ยงตัวอื่น และติดต่อสู่คนได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงควรทำความเข้าใจโรคนี้เพื่อการป้องกันและรักษาอย่างทันท่วงที โดยเชื้อราที่พบบ่อยที่สุดในสัตว์เลี้ยง ได้แก่ Microsporum canis, Microsporum gypseum และ Trichophyton spp. โดย M. canis พบมากกว่า 90% ในแมว ส่วนในสุนัขพบได้หลากหลายมากกว่า เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในเส้นขนและผิวหนัง เมื่อสุนัขหรือแมวติดเชื้อ อาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่สามารถเป็นพาหะและแพร่เชื้อต่อไปยังสัตว์ตัวอื่นและเจ้าของได้อย่างง่ายดาย
💙 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สุนัขและแมวติดเชื้อรา
1. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยเฉพาะในลูกสัตว์ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ สัตว์สูงอายุ หรือสัตว์ที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ขาดโภชนาการ หรือมีความเครียด
2. โรคผิวหนังอื่นๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ผิวหนังอักเสบและอ่อนแอ จนเชื้อราลุกลามได้ง่ายขึ้น
3. สภาพแวดล้อมอับชื้น ไม่สะอาด บ้านที่มีความชื้นสูง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือสัตว์เลี้ยงที่อาบน้ำแล้วไม่ได้เป่าให้ขนแห้งสนิท
4. การอยู่รวมกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น การเลี้ยงรวมกันหลายตัว หรือการสัมผัสกับสัตว์จรจัด
💙เชื้อราในสัตว์เลี้ยงติดต่อสู่คนได้อย่างไร?
เชื้อราในสุนัขและแมว สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะในคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง นอนดึก หรืออยู่ในช่วงที่เครียด ติดต่อโดยการสัมผัสกับผิว หรือขนของสัตว์เลี้ยง โดยไม่จำเป็นต้องมีบาดแผลก็ทำให้ติดเชื้อราได้ หรือแม้แต่บริเวณบ้านที่สัตว์เลี้ยงเดินผ่านมักจะมีเชื้อราอยู่ โดยสปอร์ของเชื้อราจะหลุดร่วงมาจากผิว หรือขน และสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นเดือน หรือเป็นปีเลยทีเดียว
อาการเริ่มต้นที่เป็นสัญญาณว่าสัตว์เลี้ยงติดเชื้อรา
• ขนร่วงเป็นหย่อม ขนบางหรือเปราะ-หักง่าย
• ผิวหนังแห้ง แดง ลอกเป็นขุย มีสะเก็ด
• รอยวงกลมที่ขยายกว้าง ขอบนูนแดง (ringworm lesion)
• เกา เลีย กัดบริเวณเดิมซ้ำ ๆ
• ผิวหนังอักเสบ ตุ่มน้ำ หรือแผลเปื่อย หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
💙 การวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์
• การถอนขนและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาสปอร์ของเชื้อรา
• ใช้ Wood Lamp ในการตรวจหาเชื้อรา โดยบริเวณที่ติดเชื้อราจะเรืองแสงสีเขียว (เฉพาะการติดเชื้อรา M.canis)
• การเพาะเชื้อรา ใช้เวลา 7–21 วัน เพื่อยืนยันชนิดเชื้อและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
แนวทางการรักษาเชื้อราในสุนัขและแมว
• กรณีอาการไม่รุนแรง: ใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา สเปรย์ หรือแชมพูที่มีสารต้านเชื้อรา เช่น Ketoconazole cream
• กรณีอาการรุนแรงหรือแพร่กระจายกว้าง แนะนำควรกินยาต้านเชื้อรา เช่น Itraconazole หรือ Terbinafine ร่วมกับการรักษาภายนอก
• เสริมด้วยยาปฏิชีวนะ หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
• การตัดขนเฉพาะจุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อและช่ว
ยให้ยาทามีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยการรักษาจำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องและติดตามผลด้วยการเพาะเชื้อราซ้ำจนกว่าจะยืนยันว่าเชื้อหมดไป
ในส่วนของการป้องกันและการดูแลระยะยาว ควรแยกสัตว์ที่ติดเชื้อออกจากตัวอื่นระหว่างการรักษา, รักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อมในบ้าน โดยเฉพาะโซฟา หมอน พรม และมุมอับชื้น, อาบน้ำสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ และเป่าให้แห้งทุกครั้ง, ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง และหมั่นพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ
นอกจากการรักษาหลักโดยสัตวแพทย์แล้ว เจ้าของยังสามารถช่วยเสริมสุขภาพผิวและขนของสุนัขและแมวได้ด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่เหมาะสม เช่น Zymox Shampoo ผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำไปผสมน้ำในอัตราส่วน 1:1-1:32 แล้วฟอกทิ้งไว้เพียง 5 นาทีแล้วจึงล้างออก โดยไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดด้วยแชมพูทั่วไปก่อน
และสามารถใช้ Zymox leave on conditioner ต่อ โดยสามารถลูบทาครีมทั่วทั้งตัวหรือเฉพาะบริเวณรอยโรคก็ได้ จะช่วยยืดระยะเวลาในการฆ่าเชื้อได้ โดยสามารถทาได้ทุกวัน หรือหลังอาบน้ำก็ได้โดยไม่ต้องล้างออก โดย Zymox จะทำงานผ่านเอนไซม์ 3 ชนิด ได้แก่ Lactoperoxidase, Lysozyme และ Lactoferrin (LP3 Enzyme System) ซึ่งสามารถกำจัดเชื้อได้เป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ หรือเชื้อดื้อยาก็ได้ รวมถึงยังมีประสิทธิภาพในการลดอาการคัน บรรเทาการระคายเคือง ไม่ทำให้ผิวแห้ง เนื่องจากมี Vitamin D3 ช่วยในการรักษาความชุ่มชื้น และที่สำคัญ ไม่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ สีย้อม พาราเบน และสารฟอกขาว สามารถใช้ในสัตว์เลี้ยงได้ทุกชนิด และทุกช่วงอายุ อย่างปลอดภัย
เชื้อราผิวหนังในสุนัขและแมวเป็นโรคที่พบได้บ่อยและสามารถแพร่สู่คนได้ แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่หากละเลยก็สามารถสร้างปัญหาเรื้อรังได้ยาวนาน การตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง รวมถึงการป้องกันและดูแลผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่เชื้อได้อย่างมาก การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมเชื้อรา เช่น Zymox Shampoo หรือ Zymox leave on conditioner ร่วมกับการดูแลจากสัตวแพทย์ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีทั้งสำหรับน้องหมา น้องแมว และเจ้าของ
:: บทความโดยฝา่ายวิชาการ VetSynova ::