อัมรินทร์ฟาร์ม กุ้งก้ามแดง บ้านไผ่

อัมรินทร์ฟาร์ม กุ้งก้ามแดง บ้านไผ่ จำหน่ายและเพาะพันธุ์กุ้งก้ามแดงหร?

ใครสนใจ กุ้งทักได้นะครับ ราคาถูกๆ  เปิด ขาย 30คู่พอครับ 2.5นิ้ว สนใจทักแชทจ้าาาหรือ 0942571822.
28/04/2017

ใครสนใจ กุ้งทักได้นะครับ ราคาถูกๆ เปิด ขาย 30คู่พอครับ 2.5นิ้ว สนใจทักแชทจ้าาา
หรือ 0942571822.

ส่งกุ้งเรียบร้อยครับ  3". 2คู่
16/02/2017

ส่งกุ้งเรียบร้อยครับ 3". 2คู่

2"-2.4". มี30ตัวคละเพศ ตัว50บาทครับสนใจ 0942571822
25/11/2016

2"-2.4". มี30ตัวคละเพศ ตัว50บาทครับสนใจ 0942571822

18/10/2016

กุ้งหมดนะค่าบบบบ ขอภัยลูกค้าที่โทรมานะครับ

13/10/2016

เชื่อว่าหลายๆคนอยากให้เดสทรัคเตอร์ของตัวเองเป็นสีขาว แต่จะทำอย่างไรนั้น ตามนี้นะคับ..

เลี้ยงกุ้งเดสทรัคเตอร์ สีขาวอย่างไร ให้ได้สีขาวเหมือนเดิม สำหรับเรื่องนี้นั้น สูตรไม่ยากว่า ต้องให้อาหารพวกโปรตีน เช่น พวกเต้าหู้ขาว , อาหารกุ้งโปรตีนสูงๆ และ พยายามอย่าให้เขาได้โดนแสงมากนัก ก็ถือว่าเป็น เรื่องที่ลำบากพอดูนะครับ คงต้องควบคุมเรื่องอาหาร และ เรื่องของแสงธรรมขาติด้วยส่วนหนึ่งอย่างไรก็ตาม แสงแดดตามธรรมชาติ เป็นตัวฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในน้ำได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะเลี้ยงกุ้งเดสทรัคเตอร์สีขาว ให้คงความขาวอยู่ได้นั้น ก็คงต้องใช้ความพยายามในการดูแลมากเป็นพิเศษหน่อยล่ะนะครับ และ ถ้าหาซื้อตัวที่มีสีขาวอยู่แล้ว จนถึงตอนโต ก็จะมีโอกาศได้กุ้งที่มีสีขาว โดยไม่เปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นครับ เพราะในตลาด บางทีก็จะมีบางเจ้าที่เลี้ยงลูกกุ้งในที่มืดๆ จนลูกกุ้งเป็นสีขาว แต่พอเอามาเลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป กุ้งก็จะกลับมาเป็นสีตามกรรมพันธุ์ของตนเองอีกที ก็มีมากมายครับ

รีบๆโตก่อนหนาวนะเด็กนี้คือพ่อแม่พันธุ์.   รุ่นต่อไป1"145 ตัว
10/10/2016

รีบๆโตก่อนหนาวนะเด็กนี้คือพ่อแม่พันธุ์. รุ่นต่อไป
1"145 ตัว

08/10/2016

กุ้งใครที่เป็นโรคสนิมทำงัยดี ?

สำหรับกุ้งใครที่เป็นโรคสนิมก็ลองใช้ดูครับ หาซื้อได้ที่ร้านขายต้นไม้ทั่วไป บอกเขาว่าเอา EM ที่ขยายแล้ว (เพราะมันจะมีที่ยังไม่ขยายอยู่ จุลินทรีย์จะไม่แช็งแรงเท่าEMที่ขยายแล้ว) ปกติเขาจะใช้กับต้นไม้กัน แต่อย่าตกใจนะครับ มันใช้กับกุ้งได้...

วิธีการใช้ : ตู้ขนาด 36 นิ้ว ใช้ประมาณครึ่งฝา(ฝาแบบฝาขวดแป็ปซี่ลิตรอะครับ) ขนาด 20 นิ้วก็ 2/5 ของฝาอะครับ 64 นิ้วก็ 1 ฝาเลยครับ

ผล : ที่ผมใช้มาแทบจะหายขาดเลยจากที่ลามเป็นทั้งกล้าม พอใช้มาหลังลอกคราบยันบัดนี้ไม่สังเกตุจะไม่เห็นเลยครับ และสามารถใช้รวมกับกุ้งที่ไม่ได้เป็นโรคสนิมได้ครับ

หาได้จาก : ร้านขายยาต้นไม้ทั้วไปครับ

รายละเอียด : EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้ศึกษาแนวคิดเรื่อง " ดินมีชีวิต" ของท่านโมกิจิ โอกะดะ (พ.ศ.2425-2498) บิดาเกษตรธรรมชาติของโลกจากนั้น ดร.ฮิงะ เริ่มค้นคว้าทดลองตั้งแต่ปี พ.ศ 2510 และค้นพบ EM เมื่อ พ.ศ. 2526 ท่านอุทิศทุ่มเททำการวิจัยผลว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้ใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้นศาสนาจารย์วาคุกามิ ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยท่านเป็นประธานมูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา หรือ คิวเซ (คิวเซ แปลว่า ช่วยเหลือโลก) ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

จากการค้นคว้าพบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ว่ามี 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพ มีประมาณ 10 %
2. กลุ่มทำลาย เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ ทำให้เกิดโรค มีประมาณ 10 %
3. กลุ่มเป็นกลาง มีประมาณ 80 % จุลินทรีย์กลุ่มนี้หากกลุ่มใด มีจำนวนมากกว่ากลุ่มนี้จะสนับสนุนหรือร่วมด้วย

ดังนั้น การเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพลงในดิน ก็เพื่อให้กลุ่มสร้างสรรค์มีจำนวนมากกว่า ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้กลับมีพลังขึ้นมาอีกหลังจากที่ถูกทำลายด้วยสารเคมีจนดินตายไป

จุลินทรีย์มี 2 ประเภท
1. ประเภทต้องการอากาศ (Aerobic Bacteria)
2. ประเภทไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic Bacteria)

จุลินทรีย์ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้
จากการค้นคว้าดังกล่าว ได้มีการนำเอาจุลินทรีย์ที่ได้รับการคัดและเลือกสรรอย่างดีจากธรรมชาติ ที่มีประโยชน์ต่อพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มารวมกัน 5 กลุ่ม (Families) 10 จีนัส (Genues) 80 ชนิด (Spicies) ได้แก่

กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกเชื้อราที่มีเส้นใย (Filamentous fungi) ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการย่อยสลาย สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีออกซิเจน มีคุณสมบัติต้านทานความร้อนได้ดี ปกติใช้เป็นหัวเชื้อผลิตเหล้า ผลิตปุ๋ยหมัก ฯลฯ

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสังเคราะห์แสง (Photosynthetic microorganisms) ทำหน้าที่สังเคราะห์สารอินทรีย์ให้แก่ดิน เช่น ไนโตรเจน (N2) กรดอะมิโน (Amino acids) น้ำตาล (Sugar) วิตามิน (Vitamins) ออร์โมน (Hormones) และอื่นๆ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ดิน

กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมัก (Zynogumic or Fermented microorganisms) ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ดินต้านทานโรค (Diseases resistant) ฯลฯ เข้าสู่วงจรการย่อยสลายได้ดี ช่วยลดการ พังทลายของดิน ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชบางชนิด ของพืชและสัตว์ สามารถบำบัดมลพิษในน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่างๆ ได้

กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกตรึงไนโตรเจน (Nitrogen fixing microorganisms) มีทั้งพวกที่เป็นสาหร่าย (Algae) และพวกแบคทีเรีย (Bacteria) ทำหน้าที่ตรึงก๊าซไนโตรเจนจากอากาศเพื่อให้ดินผลิตสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน (Protein) กรดอินทรีย์ (Organic acids) กรดไขมัน (Fatty acids) แป้ง (Starch or Carbohydrates) ฮอร์โมน(Hormones) วิตามิน (Vitamins) ฯลฯ

กลุ่มที่ 5 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสร้างกรดแลคติก (Lactic acids) มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นโทษ ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศหายใจ ทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพดินเน่าเปื่อย หรือดินก่อโรคให้เป็นดินที่ต้านทานโรค ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชที่มีจำนวนนับแสน หรือให้หมดไป นอกจากนี้ยังช่วยย่อยสลายเปลือกเมล็ดพันธุ์พืช ช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีและแข็งแรงกว่าปกติอีกด้วย

ลักษณะทั่วไปของ EM

EM เป็นจุลินทรีย์ กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ หรือ เรียกว่ากลุ่มธรรมะ ดังนั้น เวลาจะใช้ EM ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอว่า EM เป็น สิ่งมีชีวิต EM มีลักษณะดังนี้

ต้องการที่อยู่ ที่เหมาะสม ไม่ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไป อยู่ในอุณหภูมิปกติ
ต้องการอาหารจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาล รำข้าว โปรตีน และสารประกอบอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
เป็นจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีและ ยาฆ่าเชื้อต่างๆ ได้
เป็นตัวเอื้อประโยชน์แก่พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทั้งมวล
EM จะทำงานในที่มืดได้ดี ดังนั้นควรใช้ช่วงเย็นของวัน
เป็นตัวทำลายความสกปรกทั้งหลาย

การดูแลเก็บรักษา

หัวเชื้อ EM สามารถเก็บได้นานประมาณ 1 ปี โดยปิดฝา ให้สนิท
อย่าทิ้ง EM ไว้กลางแดด และ อย่าเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิปกติ ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท เพื่อไม่ให้เชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นโทษ เข้าไปปะปน
การนำ EM ไปขยายต่อ ควรใช้ภาชนะที่สะอาด และใช้ให้หมดในระยะเวลาที่เหมาะสม

ข้อสังเกตพิเศษ

หาก EM เปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็นเน่า ถือว่า EM ตาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ให้นำ EM ที่เสียผสมน้ำรดกำจัดหญ้าและวัชชพืชที่ไม่ต้องการได้
กรณีเก็บไว้นานๆ จะมีฝ้าขาวเหนือผิวน้ำ แสดงว่า EM พักตัว เมื่อเขย่าภาชนะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัว กลับไปอยู่ในน้ำเหมือนเดิมนำไปใช้ได้
เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาล จะมีกลิ่นหอมและ เป็นฟองขาวๆ ภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่มีฟอง น้ำนิ่งสนิทแสดงว่าการหมักขยายเชื้อยังไม่ได้ผล

งอกบ่ออีกแล้วครับท่าน รองรับลูกกุ้ง
04/10/2016

งอกบ่ออีกแล้วครับท่าน รองรับลูกกุ้ง

เปิดขาย4"+1คู่ครับ  650  สวยๆสนใจinboxครับ
02/10/2016

เปิดขาย4"+1คู่ครับ 650 สวยๆสนใจinboxครับ

เดือนนี้ปิดการขายครับเดือนหน้าค่อยเปิดครับ กำลังขุนครับขอบคุณครับ  ปรึกษา 0942571822
01/10/2016

เดือนนี้ปิดการขายครับเดือนหน้าค่อยเปิดครับ กำลังขุนครับขอบคุณครับ ปรึกษา 0942571822

29/09/2016



วิธีเช็คกุ้งไข่สำหรับมือใหม่

มือใหม่มักชอบเข้าใจกันผิดๆ ว่ากุ้งตัวเมียติดน้ำเชื้อต้องจับแยก หรือกุ้งขับไข่แล้วต้องรีบจับแยก นั้นคือผิดมหันต์

วิธีเช็คเบื้องต้น
ใช้ไม้เสียบลูกชิ้น หรือไม้ตะเกียบแหย่ไปที่ตัวกุ้งที่ห่อหาง หากกุ้งหนีแบบไม่เปิดหางไม่ดีดตัวแรงกุ้งตัวนั้นอาจจะกำลังไข่ แต่หากกุ้งหนีแบบดีดตัวเปิดหางกุ้งอาจจะไม่ได้ไข่ครับ

วิธีเช็คแบบละเอียด
ให้นำแก้วใสลงไปในนำ้แล้วต้อนกุ้งเข้าแก้วแบบเบาๆแล้วดูที่ท้องกุ้ง

หากเราพบว่ากุ้งไข่พยายามอย่าไปรบกวน หากกุ้งไข่ใน 2 อาทิตย์แรกจะมีอัตราเสี่ยงมาก หากไปย้ายที่หรือรบกวน ให้ปล่อยทิ้งไว้ก่อนแล้ว ค่อยย้ายหลังจาก 2-3 อาทิตย์ หรือ 20-25 วัน โดยนำน้ำเก่ามาด้วย จะเริ่มเห็นตากับหนวดลูกกุ้งแล้วโอกาสสลัดไข่จะน้อยลง

ข้อแนะนำ
1.ไม่ควรจับกุ้งไข่ด้วยมือเปล่าหรือสวิงช้อนขึ้นมา
2.ไม่ควรแยกเร็วจนเกินไป
3.ไม่ควรไปรบกวนแม่ไข่บ่อยๆ
4.ควรเอาน้ำเดิมใส่ให้แม่กุ้งตอนแยกไข่
5.ให้อาหารวันล่ะครั้งและจำนวนไม่มาก

29/09/2016


มือใหม่อ่านเลย การเลี้ยงกุ้งเครฟิช (Crayfish)ง่ายนิดเดียว แค่เข้าใจหลักการเลี้ยงเท่านั้น..อ่านแล้วจะเลี้ยงรอดคับ!!

กุ้งเครฟิชคืออะไร?
กุ้งเครฟิช หมายถึงกุ้งมังกรหรือล็อบเตอร์น้ำจืด (Freshwater lobster) เป็นคนละชนิดกับกุ้งมังกรหรือ ล็อบเตอร์น้ำเค็ม

เครฟิช จะมีเปลือกหนาเป็นชุดเกราะคลุมส่วนหัว-อกและลำตัว ส่วนขา มี 2 ประเภทคือขาเดินและขาว่ายน้ำ สำหรับขาเดินจะมี 5 คู่ด้วยกัน ขาเดินคู่แรกสุดเป็นก้ามที่แข็งแรงใหญ่ไว้ป้องกันตัวและต่อสู้ ส่วนขาว่ายน้ำนั้นจะเป็นแผ่นแบนๆ

ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติ
กุ้งเครฟิช มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเซียตะวันออก และออสเตรเลีย ปัจจุบันมีการค้นพบมากกว่า500 ชนิดแล้ว โดยมากกว่าครึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ในธรรมชาติกุ้งเครฟิชจะอาศัยอยู่ตามโขดหินหรือใต้ขอนไม้อยู่ในทั้งลำธาร หนองน้ำ และทะเลสาป

กุ้งเครฟิชในโลก แบ่งออกเป็นหลายตระกูล ( Genus) แต่ในที่นี้เราจะขอจำแนกกลุ่มของเครฟิชที่มีในบ้านเราออกเป็น 3 สาย เพื่อจะได้เข้าใจง่าย ดังนี้
สายที่ 1 คือ Procambarus บ้านเรานิยมเรียกกุ้งสาย พี ที่ฟาร์มเรียก กุ้งก้ามหนาม แม่ค้าเรียกกุ้งสี ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและยุโรป

สายที่ 2 คือ Cherax บ้านเรานิยมเรียกกุ้งสาย ซี หรือกุ้งก้ามเรียบ ที่ฟาร์มเรียก กุ้งป่า เพราะส่วนมากจับมาและมีถิ่นกำเนิดในโซน ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย

สายที่ 3 คือ Cambarellus บ้านเราเรียกกุ้งเครแคระ เพราะมีขนาดเล็ก 3-4 ซม.

หลักการเลี้ยงกุ้งเครฟิช
กุ้งเครฟิชมีหลักการเลี้ยงที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งก็คือดัดแปลงมาจากอุปนิสัยและการอยู่อาศัยของมันเองคือ

1.โดยธรรมชาติ กุ้งทุกชนิดชอบออกหากินในเวลาคืน ไม่ชอบแสง ดังนั้นกลางวันอาจจะนอนหรือหลบทั้งวัน จึงต้องการที่หลบซ่อนและปิดบังจุดที่กุ้งจะปีนหลบหนีได้ ยกเว้นกุ้งที่ได้รับการเพาะเลี้ยงในบ้านเราจะคุ้นเคยกับการเลี้ยงและฝึกอาหาร
2.มีก้ามเป็นอาวุธไว้ต่อสู้ป้องกันตัวเอง กุ้งตัวผู้จะมีขนาดของก้ามที่ใหญ่โตสง่างาม สีสรรสวยงามและแข็งแรงกว่ากุ้งตัวเมีย
3. กุ้งอ่อนแอที่สุดเวลาลอกคราบ มักจะถูกรุมทำร้ายหรือจับกิน ดังนั้นอาหารต้องพอเพียง ตู้ต้องกว้างเพียงพอและมีที่หลบซ่อนที่ปลอดภัย

4.กุ้งแยกกันกินแยกกันอยู่หรืออาจจับคู่ในระยะสั้นๆ จึงไม่ควรเลี้ยงปนกันหลายตัวในที่แคบๆ ส่วนมากจะกุ้งจะไม่จำว่าเป็นคู่ของมัน ถ้าหิวหรือลอกคราบอาจทำร้ายกันได้เสมอ

ตู้เลี้ยงและอ่างเลี้ยงกุ้ง
1.เราสามารถเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในภาชนะใดๆก็ได้ ที่มีการถ่ายเทน้ำที่ดี ไม่ร้อนเกินไป อุณหภูมิน้ำ ประมาณ 23 -28 องศา อาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำก็ได้ น้ำครึ่งตู้ น้ำเต็มตู้ก็ได้ หากจะเลี้ยงหลายๆตัวแต่ต้องกว้างขวางเพียงพอ กุ้งใหญ่ขนาด 3-4 นิ้ว 1 ตัว ใช้พื้นที่อย่างน้อย 1 ฟุต

2.ถ้าจะเลี้ยงหลายตัวควรเลือกเลี้ยงกุ้ง สายเดียวกัน ไซซ์ไล่เลียกัน เพื่อให้มันสามารถปกป้องตัวเองได้ มิเช่นนั้นกุ้งตัวเล็ก มักจะถูกรังแกและมีโอกาสที่จะถูกจับกิน

3.ที่หลบซ่อนใช้ขอนไม้ กระถางดินเผา กระถางต้นไม้แตกๆ อุปกรณ์ที่เจาะเป็นโพรง หรือท่อพีวีซีตัด เป็นท่อนๆให้กุ้งหลบอาศัยในเวลากลางวัน กุ้งใหญ่

4.ปิดฝาหรือจุดที่กุ้งจะปีนหนีได้

ล็อบเตอร์ฟาร์ม ( Lobster Farm ) ศูนย์รวมกุ้งสวยงามน้ำจืด ,กุ้งเครฟิช หรือ กุ้งล็อบเตอร์น้ำจืด

วัสดุปูรองพื้น
การเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในตู้ เพื่อความสวยงามควรปูหินกรวดเล็ก รองพื้นตู้ ซึ่งมีมีประโยขน์ต่อกุ้งหลายประการคือ

1.ทำให้กุ้ง ไม่ตื่นตกใจ และมีสรรสวยงามมากขึ้น กุ้งสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าเน้นหินสีดำหรือน้ำตาล จะทำให้กุ้งมีสีเข้มขึ้น

2.กุ้งป่า ส่วนมากจะขุด กรวดหิน เป็นที่หลบซ่อน

3.หินกรวดช่วยดูดซับตะกอนและเศษอาหาร ทำให้น้ำในตู้ใสอยู่เสมอ

การให้อากาศและระบบกรองน้ำ
ถ้าเราเลี้ยงกุ้งแค่ตัวเดียว และมีพื้นที่กว้างและดูแลน้ำได้ดี ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องให้อากาศก็ได้

แต่ในระบบตู้เลี้ยง ซึ่งเน้นความสวยงาม และเลี้ยงกุ้งหลายตัว หรือ กั้นตู้ การให้อากาศยังจำเป้นอยู่มาก แต่กุ้งใช้อากาศน้อยกว่าปลา สามารถใช้หัวทรายจุ่มลงในน้ำ 3-4 นิ้ว กันฟุ้ง หรือใช้กรองในตู้ กรองแขวน กรองกล่องได้ ยกเว้นกรองแผ่นพื้นจะโดนกุ้งขุด และกรองฟองน้ำอาจโดนกุ้งแทะเล่น

น้ำ
อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยง Crayfish คือช่วง 23-28 องศาเซลเซียล ค่า PH ที่เหมาะสมคือประมาณ PH7.5 - 8.5 ที่มีความกระด้างสูง ผู้เลี้ยงสามารถใส่เกลือลงไปในตู้ได้เล็กน้อย เกลือยังช่วยเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการลอกคราบและสร้างเปลือกใหม่ด้วย สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ผู้เลี้ยงควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ สัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 30 -50 % ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงและการให้อาหาร แต่ควรปรับอุณหภูมิน้ำให้ดี

อาหารการกิน
กุ้งเครฟิช กินอาหารได้แทบทุกชนิด นิสัยของกุ้งจะกินอาหารได้ทั้งวัน แต่ในธรรมชาติมันจะกินอาหารประเภทพืชผัก รากไม้ ใบไม้ ผลไม้เป็นหลัก ในที่ เลี้ยงผู้เลี้ยงสามารถให้ ข้าวโพด มันฝรั่ง ถั่วลันเตา ฟักทอง แอปเปิ้ลได้ พรรณไม้น้ำที่ใช้ตกแต่งตู้อาจโดนรื้อทึ้งเป็นอาหารได้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อ ไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อกุ้งทะเลหรือกุ้งฝอยหั่นชิ้นเล็กๆได้ ถ้าให้ง่ายยิ่งไปกว่านั้นอาหารเม็ดสำเร็จรูปชนิดจมสูตรต่างๆ

การเลี้ยงรวมกับปลาสวยงาม
ถึงแม้ว่าในธรรมชาตินั้น Crayfish จะเก็บเศษซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหารหลัก แต่ในที่เลี้ยงสถานที่ที่มีอาหารอย่างจำกัดนั้น มันจะจับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กินเป็นอาหาร โดยเฉพาะกุ้งขนาด 1.5 2.5 นิ้ว มักจะชอบไล่จับปลากิน ส่วนกุ้งขนาดใหญ่ นิสัยนักล่ามันจะลดลง หากต้องการเลี้ยงปลากับกุ้งด้วยกันให้ยึดหลักดังนี้

1.ขนาดตู้ ต้องกว้างเพียงพออย่างน้อย 24 นิ้ว น้ำลึกอย่างน้อย 1 ฟุต

2.เลือกชนิดปลาขนาดเล็กที่ว่ายน้ำเร็ว หรือหากินกลางน้ำ ปลาที่ว่ายน้ำช้า ปลาที่มีครีบยาวๆ ปลาที่มีนิสัยนอนพื้นตู้ ไม่ควรเลี้ยงเด็ดขาด

3.ปลาเทศบาล ที่เลี้ยงได้เช่น ปลาซัคเกอร์ น้ำผึ้ง ปลาจิ้งจก

วิธีการเลือกซื้อ Crayfish
1.เลือกกุ้งที่มีอวัยวะสำคัญต่างๆครบสมบูรณ์คือ ดวงตาและก้ามครบ2 ข้าง ขาเดินครบทั้ง4 คู่

2.มีเปลือกลำตัวแข็ง ไม่อยู่ในช่วงระยะลอกคราบ ซึ่งร่างกายอ่อนแอ

3.เลือกกุ้งที่แข็งแรง มีอาการตอบสนองป้องกันตัวเมื่อถูกรบกวน เช่น การยกก้ามคู่ป้องกันตัวเอง หลบหนีด้วยการดีดลำตัวอย่างว่องไวหรือ พยายามปีนป่ายหนีเมื่อนำมาใส่ภาชนะ

4.เลือกซื้อกุ้งคุณภาพจากร้านและฟาร์มที่ท่านไว้ใจ และสังเกตจากสภาพน้ำและภาชนะที่วางขาย

5.กรณีที่เป็นกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ ควรได้รับการปรับสภาพ พักและเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป ( หายาก )

ที่อยู่

322
Ban Phai
40110

เบอร์โทรศัพท์

+66942571822

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อัมรินทร์ฟาร์ม กุ้งก้ามแดง บ้านไผ่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์