28/02/2026
ระวัง โรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides) ในมะม่วง
สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแห้งแล้ง อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน ผู้ปลูกมะม่วง ในระยะทุกระยะการเจริญเติบโต เตรียมรับมือกับโรคแอนแทรคโนส ซึ่งสามารถเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะ
โดยมีลักษณะอาการ ดังนี้
- อาการที่ใบ 🌿
ใบอ่อนพบจุดฉ่ำน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาลดำ หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งผืนใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยว เสียรูปทรง ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ
ใบแก่พบแผลรูปร่างค่อนข้างเหลี่ยม หากอาการรุนแรงแผลจะทะลุเป็นรู
-อาการที่ช่อดอก🌸
พบจุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงเล็กๆ บนก้านช่อดอก ต่อมาแผลขยายใหญ่ หากมีความชื้นสูงจะพบเมือกสีส้ม ทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง ดอกหลุดร่วงก่อนติดผล
-อาการที่ผล🥭
พบจุดแผลสีน้ำตาลดำ ผลที่ถูกทำลายจะเป็นสีดำและหลุดร่วงก่อนกำหนด ในบางครั้งโรคอาจเข้าทำลายแบบแฝงในผลอ่อน โดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการของโรคเมื่อผลสุก และอาการรุนแรงมากขึ้นตามความสุกของผล
ผลแก่ หรือผลสุกหลังเก็บเกี่ยว พบจุดสีดำเล็กๆ ต่อมาแผลขยายลุกลามและยุบตัวลง ถ้ามีหลายแผลขยายมาติดกัน ขนาดของแผลจะกว้างขึ้นและยุบตัวเป็นแอ่งบุ๋ม ทำให้เน่าทั้งผล บางครั้งพบเมือกสีส้มอยู่ที่บริเวณแผล
✅ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช....
👉 อะซอกซีสโตรบิน
🔹 ซันลูบิน 🔹
👉 แมนโคเซบ 80
🔹อินดิเซบ 80🔹
ขอบคุณข้อมูลจาก💚🙏🏻: สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร........................................................................................................................................
ปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรหรือสอบถามเพิ่มเติม
ที่ร้านน้ำดิบการเกษตรทั้ง 2 สาขา
น้ำดิบการเกษตร สาขาน้ำดิบ โทร 094-8528233
🌈เปิดให้บริการทุกวัน จ - ส 06.30 - 17.30 วันอาทิตย์เปิดครึ่งวัน
น้ำดิบการเกษตร สาขาเหล่าแมว เวียงหนองล่อง โทร 082-4960102
🌈เปิดให้บริการทุกวัน จ - ส 06.30 - 17.30 หยุดวันอาทิตย์
#ร้านน้ำดิบการเกษตร #สมัครฟรี #ชาวสวน #ลำไย #มะม่วง #ปุ๋ยเคมี #ปุ๋ยอินทรีย์ #สารพ่นลำไย #ฮอร์โมนพืช #ธาตุรองเสริม #ปุ๋ยยารา #ปุ๋ยแมวเงิน #ปุ๋ยม้าเงา #ปุ๋ยเรือใบไข่มุก #ปุ๋ยคู่ดิน #ลำพูน #เปิดตาดอก #เอโปรเมซิ่ง
#หมัดผัก #เมล็ดผัก #ปลูกผัก #แคลเซียมโบรอน #เพลี้ยแป้ง #เพลี้ยหอย #โรคพุ่มไม้กวาด #แมลง #ลำไย
ระวัง โรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides) ในมะม่วง
สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแห้งแล้ง อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน เตือนผู้ปลูกมะม่วง ในระยะ ทุกระยะการเจริญเติบโต รับมือโรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides)
เชื้อสาเหตุโรคสามารถเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะ โดยมีลักษณะอาการ ดังนี้ อาการที่ใบ ใบอ่อนพบจุดฉ่ำน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาลดำ หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งผืนใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยว เสียรูปทรง ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ ส่วนใบแก่พบแผลรูปร่างค่อนข้างเหลี่ยม หากอาการรุนแรงแผลจะทะลุเป็นรู อาการที่ช่อดอก พบจุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงเล็กๆ บนก้านช่อดอก ต่อมาแผลขยายใหญ่ หากมีความชื้นสูงจะพบเมือกสีส้ม ซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่ที่บริเวณแผล ทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง ดอกหลุดร่วงก่อนติดผล อาการที่ผลอ่อน พบจุดแผลสีน้ำตาลดำ ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสม ผลที่ถูกทำลายจะเป็นสีดำและหลุดร่วงก่อนกำหนด ในบางครั้งเชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายแบบแฝงในผลอ่อน โดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการของโรคเมื่อผลสุก และอาการรุนแรงมากขึ้นตามความสุกของผล อาการที่ผลแก่ หรือผลสุกหลังเก็บเกี่ยว พบจุดสีดำเล็กๆ ต่อมาแผลขยายลุกลามและยุบตัวลง ถ้ามีหลายแผลขยายมาติดกัน ขนาดของแผลจะกว้างขึ้นและยุบตัวเป็นแอ่งบุ๋ม ทำให้เน่าทั้งผล บางครั้งพบเมือกสีส้ม ซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่ที่บริเวณแผล
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
๑. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบพืชเริ่มมีอาการของโรค ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรค นำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค
๒. กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม
๓. ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป
๔. แหล่งปลูกที่พบการระบาดของโรคเป็นประจำ ในช่วงที่มะม่วงแตกใบอ่อน เริ่มแทงช่อดอก และหลังติดผลอ่อน ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช แมนโคเซบ ๘๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ อะซอกซีสโตรบิน ๒๕% เอสซี อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ โพรคลอราซ ๔๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นทุก ๗ - ๑๐ วัน โดยพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งสลับกัน และไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันเกิน ๔ ครั้ง ในช่วงที่มะม่วงติดผล หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค คือ มีฝนตกและอากาศร้อนชื้น ควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชดังกล่าว เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน
๕. หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค และเก็บส่วนที่เป็นโรค นำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของโรคในฤดูกาลผลิตต่อไป
**** ควรหลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช ในช่วงดอกบาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผสมเกสรของพืช