Amazing Green Thailand

Amazing Green Thailand เที่ยววิถีออร์แกนิก ของดีไม่ต้องพ'ยาม

🤤 แอดหิวจังเลยยย กำลังว่าจะไปเที่ยว ‘เมืองลอง’ถ้าลูกเพจ ‘มีของดีที่อยากแนะนำให้เราไปลอง’จะเป็นอาหาร ของหวาน เครื่องดื่ม ...
29/05/2026

🤤 แอดหิวจังเลยยย กำลังว่าจะไปเที่ยว ‘เมืองลอง’
ถ้าลูกเพจ ‘มีของดีที่อยากแนะนำให้เราไปลอง’
จะเป็นอาหาร ของหวาน เครื่องดื่ม อะไรก็ได้
ที่เป็นของกินรักษ์โลก ของกินโลว์คาร์บอน
แถมยังมาจากเมืองรอง ก็คอมเมนต์พร้อมแนบภาพมาเลย 💨

💥 ลุ้นรับ Gift Voucher จาก Social Giver
มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 4️⃣ รางวัล ‼️

🗣️ คอมเมนต์คำตอบของคุณ แนบรูปภาพของดีที่อยากแนะนำ พร้อมกับติด
👍 อย่าลืมกดไลก์เพจ กับแชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะหน้าเฟสของคุณด้วยน้า

🗓️ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 2 มิ.ย. 2569 และจะประกาศผลรางวัลภายในวันที่ 4 มิ.ย. 2569

*ของรางวัล Voucher สำหรับใช้ในเว็บไซต์ www.socialgiver.com เท่านั้น
*ผู้เข้าร่วมต้องทำตามกติกาอย่างครบถ้วนและคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

#เที่ยววิถีออร์แกนิกของดีไม่ต้องพยาม

โรงงานซีอิ๊วเก่าแก่ริมคลองบางหลวง ที่คราฟต์กันรุ่นสู่รุ่น มือสู่มือ สู่ซีอิ๊วที่ลูกค้าประจำติดใจมานานกว่า 120 ปี วันนี้แ...
21/05/2026

โรงงานซีอิ๊วเก่าแก่ริมคลองบางหลวง ที่คราฟต์กันรุ่นสู่รุ่น มือสู่มือ
สู่ซีอิ๊วที่ลูกค้าประจำติดใจมานานกว่า 120 ปี

วันนี้แอดจะพาไปชิมวัฒนธรรมและภูมิปัญญา จาก ซีอิ๊ว ที่ผลิตด้วยวิธีดั้งเดิมตามธรรมชาติ ของ ‘เฮ้าย่งเซ้ง’ โรงงานเจ้าของผลิตภัณฑ์ซีอิ๊วหวาน ‘ตราซังฮี้’ และ ซีอิ๊วเค็ม ‘ตรานกคู่’ ที่มีเอกลักษณ์ไม่
เหมือนใคร แล้วทำไมถึงยังอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ ไปชิมเรื่องราวกันสักหน่อย😋

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น เมื่อบรรพบุรุษได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากที่ริมคลองบางกอกใหญ่ หรือคลองบางหลวง พร้อมกับได้นำสูตรการทำซีอิ๊วและวิธีการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์ติดตัวมาจากเมืองจีน ด้วยรสชาติที่ไม่ว่าใครที่ได้ชิมก็ชื่นชอบ ซีอิ๊วเฮ้าย่งเซ้งจึงได้ถูกผลิตมาเรื่อยมา

ต่อมาทายาทรุ่นหลังก็ได้สานต่อโรงงานซีอิ๊วนี้ โดยเลือกที่จะรักษากระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ทุกขั้นตอน ตามหลักสูตรที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น ด้วยคุณภาพที่สม่ำเสมอ ท่ามกลางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่หมุนไว เฮ้าย่งเซ้ง เลือกที่จะช้าในแบบของตัวเอง เพราะบางครั้งต้นทุนอาจไม่ใช่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือเวลาและความพิถีพิถันที่ ใส่ใจตั้งแต่ต้นจนจบ

แล้วกว่าจะได้กิน กรรมวิธีจะกรีนแค่ไหน?

🫙เปิดสูตรกรรมวิธีซีอิ๊ว เฮ้าย่งเซ้ง สูตรโบราณกว่า 120 ปี

🫘วัตถุดิบหลัก : ถั่วเหลือง / เชื้อราโคจิ (Koji) / น้ำเกลือ / กากน้ำตาล (สำหรับซีอิ๊วหวาน)

🥣ขั้นตอนการผลิต (ใช้ระยะเวลาผลิต 5–6 เดือนต่อขวด)
1. นึ่งถั่วเหลือง บนเตาฟืนอายุ 100 ปี เป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อให้ถั่วนุ่มพอดี พร้อมรับเชื้อรา
2. คลุกเชื้อราโคจิ และ พัก 1 เดือน ให้เชื้อราย่อยโปรตีนในถั่ว สร้างรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว
3. หมักในโอ่งดินเผา หมักทิ้งไว้ 3 เดือน ด้วยน้ำเกลือ ใช้โอ่งดินเผาโบราณที่เคยเป็นภาชนะใส่ชาสำเภาจากจีน วางรับแสงอาทิตย์ธรรมชาติ ไม่ใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิ
4. ต้มด้วยเตาฟืน ต้มด้วยเตาอายุ 100 ปี ขั้นตอนนี้คือลายเซ็นของเฮ้าย่งเซ้ง คือการให้กลิ่นคั่วจากฟืนที่ไม่มีในซีอิ๊วโรงงานทั่วไป ก็จะได้ ‘ซีอิ๊วเค็ม’
5. แปรรูปเป็นซีอิ๊วหวาน ด้วยการเติมกากน้ำตาลเข้าไปหลังขั้นตอนต้ม ก็จะได้ออกมา ‘ซีอิ๊วหวาน’

แล้วมันกรีนยังไงบ้าง💚
✅ ไม่ใช้สารเคมีเร่งหมัก เนื่องจากหมักตามธรรมชาติด้วยจุลินทรีย์และแสงอาทิตย์ 100%
✅ ไม่มีพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์ซับซ้อนฉลากยังติดด้วยแป้งเปียกแบบดั้งเดิม ไม่ใช้กาวสังเคราะห์
✅ โอ่งดินเผา zero-waste พราะใช้โอ่งที่เคยเป็นภาชนะบรรจุชาจากเมืองจีนมาแล้ว นำมาใช้ซ้ำในการหมักซีอิ๊ว upcycle แท้ ๆ 🤩
✅ การผลิตได้ในจำนวนจำกัด ก่อให้เกิดของเสียน้อย ทำให้ carbon footprint ต่อล็อตต่ำ
แม้ว่าจะไม่ใช่วิธีผลิตที่กรีนแบบสมัยใหม่ แต่องค์ความรู้เก่าแก่ ก็ทำให้เราเห็นความสำคัยในด้านของการ ลด waste และที่สำคัญ คือ slow-process ที่พึ่งพาธรรมชาติมากกว่าพลังงานสังเคราะห์ เรียกได้ว่าเป็นซีอิ๊วที่ทั้งกรีน ทั้งกินอร่อย😜

🍨 จากกรรมวิธีที่สุดแสนจะคราฟต์ ทายาทรุ่นที่ห้า ลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ก็ขอสานต่อความ
คราฟต์ ผ่านการรังสรรค์เมนูสุดคราฟต์จากซีอิ๊ว ไม่ว่าจะเป็น กาแฟซีอิ๊ว ไอศกรีมซีอิ๊ว หรีออาหารที่ใช้ซีอิ๊วมาชูรส
ชาติให้มีเอกลักษณ์แบบใหม่เพื่อยกระดับและให้คนรุ่นใหม่ ได้ชิมรสชาติซีอิ๊ว ด้วยการขยายพื้นที่ สู่ เฮ้าย่งเซ้ง
คาเฟ่ (Hau Young Seng Cafe) ที่ไวบ์ดี เมนูเริ่ด ริมคลองบางหลวง
ไหนใครอยากชิมเมนูไหนกันบ้าง หรือใครเคยชิมของแท้ ชอบเมนูไหน รีวิวกันหน่อย แอดจะไปกินตามม

วันพืชมงคล เริ่มต้นฤดูกรีนใหม่☘️🌾 พระราชพิธีพืชมงคล หรือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นธรรมเนียมประเพณีของไทยที่สื...
13/05/2026

วันพืชมงคล เริ่มต้นฤดูกรีนใหม่☘️

🌾 พระราชพิธีพืชมงคล หรือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นธรรมเนียมประเพณีของไทยที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ จัดขึ้นในช่วงเดือน พฤษภาคม ของทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก และที่สำคัญยังเป็นการเสริมขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรชาวไทยอีกด้วย

🔮 แต่นอกจากพิธีบุญแล้ว ช่วงเวลาสำคัญที่คนให้ความสนใจมากที่สุดในทุกปีคงจะเป็น พิธี ‘พระโคเสี่ยงทาย’ ที่เชื่อว่าจะเป็นการพยากรณ์ฝนฟ้าผลผลิตประจำปี

แล้วปีนี้ล่ะ พระโคจะกรีนอารายยย?🧐

ตามธรรมเนียมแล้ว ในพิธี พระโค จะมีอาหารให้เลือกทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้า เมล็ดงา น้ำ และ เหล้า หากพระโคเลือกกินสิ่งใด เชื่อว่าจะทำนายถึงความอุดมสมบูรณ์ในปีนั้นๆ แล้วแต่ละชนิดจะทำนายถึงอะไรได้บ้าง?

คำพยากรณ์ทั้ง 7🌟 ถ้าพระโคเลือกกิน...
🌾 ข้าวเปลือก → ธัญญาหาร เช่น ข้าว จะบริบูรณ์ดี ปีนั้นพืชผลโดยทั่วไปจะได้ผลดีมาก
🌽 ข้าวโพด → ผลาหารจำพวกธัญพืชและพืชไร่จะได้ผลดี มีผลผลิตมาก
🥜 ถั่ว → พืชตระกูลถั่วและงาจะอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชหมุนเวียน
🫘 งา → น้ำมันพืชจะมีมาก ผลผลิตจำพวกเมล็ดน้ำมัน เช่น งา ถั่วเหลือง ปาล์ม จะให้ผลดี
💧 น้ำ → น้ำท่าจะบริบูรณ์ พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ดี แต่บางครั้งอาจมีน้ำท่วมบ้างในบางพื้นที่
🍾 เหล้า → การค้าขายกับต่างประเทศจะเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น การเดินทางปลอดภัย
🌱 หญ้า → โค กระบือ และสัตว์เลี้ยงทั้งหลายจะสมบูรณ์แข็งแรง อุดมด้วยอาหารสัตว์

แต่ไม่ว่าปีนี้พระโคจะเลือกกินอะไร เราเองก็สามารถเลือกกินผลผลิตของเกษตรกรไทยได้เลยตั้งแต่ตอนนี้👀 ไม่ว่าจะข้าวไทยนานาพันธุ์ วัตถุดิบท้องถิ่นจากธรรมชาติ ล้วนแต่เป็นการช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรรมไทยเติบโต

ใครสนใจกินเที่ยวแบบวิถีไทย ก็ติดตามเพจเราไว้เลย แล้วเราจะพาไปทำความรู้จักพร้อมอุดหนุนของดีโลคอลให้กรีนตาม ๆ กัน🤩

ยินดีกับรายชื่อผู้โชคดี 5 ท่าน 🎉จากการแชร์ว่าคุณจะช่วยลดฝุ่นอย่างไรรับไปเลย ‘มันหวานจากชุมชนแม่ทา 5 รางวัล’คุณดาว พงษ์พา...
08/05/2026

ยินดีกับรายชื่อผู้โชคดี 5 ท่าน 🎉
จากการแชร์ว่าคุณจะช่วยลดฝุ่นอย่างไร

รับไปเลย ‘มันหวานจากชุมชนแม่ทา 5 รางวัล’

คุณดาว พงษ์พานิช
Suriyon Bom
คุณาธิป สิงหภาคภูมิ
Nut Kp
Daisy Rain

*ยืนยันรับสิทธิ์ก่อนวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 18:00 น.
ทาง INBOX FB PAGE หากสละสิทธิ์ขออนุญาตมอบรางวัล
ให้ผู้โชคดีรายชื่อสำรอง

#เที่ยววิถีออร์แกนิกของดีไม่ต้องพยาม

☕️ อาราบิก้าผาฮี้ ของดีเชียงราย กาแฟที่ ‘โอบามา’ ดื่มทุกเช้า แล้วคุณจะไม่ลองหน่อยเหรอ 😳🌄 ถ้าใครเป็นคอกาแฟคงจะต้องคุ้นเคย...
04/05/2026

☕️ อาราบิก้าผาฮี้ ของดีเชียงราย กาแฟที่ ‘โอบามา’ ดื่มทุกเช้า แล้วคุณจะไม่ลองหน่อยเหรอ 😳

🌄 ถ้าใครเป็นคอกาแฟคงจะต้องคุ้นเคยมาบ้าง แต่ถ้าไม่เคย เราก็อยากชวนคุณมาลองทำความรู้จักกับ บ้านผาฮี้ (หรือดอยผาฮี้) ที่ซึ่งผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพระดับโลก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ตั้งอยู่ในหุบเขาสูงระหว่างดอยตุง ดอยช้างมูก ผาหมี และใกล้ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย หมู่บ้านนี้ขึ้นชื่อมากในฐานะแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพพรีเมี่ยมของประเทศไทย โดยปลูกบนพื้นที่สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเหมาะสม ส่งผลให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติโดดเด่น บอดี้แน่น หอมชัดเจน และคุณภาพสูงระดับเกรด AA

เดิมทีบ้านผาฮี้เคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นในอดีต แต่เมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน (เริ่มปลูกกาแฟจริงจังราวปี 2535) ได้รับการส่งเสริมจากโครงการพัฒนาดอยตุงในพระราชดำริของในหลวง ร.9 และสมเด็จย่า ให้ชาวอาข่าหันมาปลูกกาแฟอาราบิก้าแทนฝิ่น ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟไทยคุณภาพส่งออกและขายในประเทศ ชาวบ้านปลูกแบบผสมผสานกับป่า ดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

🌿 ลักษณะเด่นของกาแฟผาฮี้
☕️ พันธุ์อาราบิก้า 100%
☕️ มักใช้กระบวนการแบบ Washed Process (ล้างน้ำ) ทำให้รสสะอาด ชัดเจน
☕️ รสชาติมีกลิ่นหอมดอกไม้ ผลไม้ ช็อกโกแลต บอดี้แน่น ไม่เปรี้ยวจัด คั่วกลางจะสดชื่น คั่วเข้มจะเข้มข้น ตัดกับนมได้ดี
☕️ เมล็ดสวย เกรดพรีเมี่ยม คัดมือ
☕️ ชาวบ้านและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคั่วสดทุกวัน ขายทั้งเมล็ดดิบ เมล็ดคั่ว และคั่วบด

🏘️ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟผาฮี้
เป็นผู้ผลิตหลัก มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาคุณภาพ การคั่ว และการตลาด มีทั้งขายตรงจากหมู่บ้านและผ่านออนไลน์ ชาวบ้านหลายคนมีไร่และ roastery ของตัวเอง เช่น บ้านผาฮี้ Coffee Roaster ฯลฯ รายได้จากกาแฟช่วยให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยังคงวิถี slow life ไว้

🏞️ กิจกรรมท่องเที่ยว
ใครขึ้นไปบ้านผาฮี้ นอกจากจิบกาแฟสด ๆ ชมวิวหมอกและหุบเขาที่สวยหลักล้านแล้ว ยังมีกิจกรรม เช่น เดินชมไร่กาแฟ เก็บเมล็ดกาแฟเอง เรียนรู้การดริปกาแฟแบบอาข่า เวิร์กช็อปคั่วกาแฟ หรือลากยาวไปจนกระท่ังเรียนรู้ประเพณีชาวอาข่าแบบเบื้องลึก พร้อมทดลองการละเล่นโล้ชิงช้า แถมร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก ก็รายล้อมไปด้วยหุบเขาและทะเลหมอก สวยงามตลอดทั้งวัน

🔥 ตำนานโอบามา
ช่วงที่บารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ (2009-2017) มีเจ้าหน้าที่ชงกาแฟให้เขาทุกเช้า ปกติจะใช้กาแฟผาฮี้ส่งตรงไปทางทำเนียบขาว แต่เช้าวันหนึ่งกาแฟหมด เจ้าหน้าที่เอากาแฟยี่ห้ออื่นมาแทน โอบามาจิบแล้วบอกทันทีว่า “ไม่ใช่กาแฟที่เคยดื่ม” เรื่องจึงไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น รีบจัดส่งกาแฟผาฮี้เพิ่มไปให้โดยด่วน เรื่องนี้ถูกเล่าผ่าน พ่อหลวงอรัญ และกลายเป็นจุดขายที่ช่วยยกระดับชื่อเสียงกาแฟบ้านผาฮี้ให้ดังไปทั่วประเทศ (แม้จะไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวยืนยัน 100% ก็เถอะ 😅)

พูดถึงพ่อหลวงอรัญแล้ว ก็ขอฝากเลยแล้วกัน หากสนใจมาเที่ยวแถมได้ชิมกาแฟอาราบิก้าผาฮี้แบบสด ๆ สามารถติดต่อได้ที่เพจ บ้านผาฮี้ หรือเบอร์ 0894317479 (พ่อหลวงอรัญ) ได้เลยยย 💨

#ลิ้มเมืองลอง

👨‍🦰🐝🌳 คน ผึ้ง ป่า กับ “สุธีร์ ปานขวัญ”ชายผู้ทำให้ทั้ง 3 อย่างอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ♻️🤏 เริ่มจากจุดเล็ก ๆ  มากันที่ช...
02/05/2026

👨‍🦰🐝🌳 คน ผึ้ง ป่า กับ “สุธีร์ ปานขวัญ”
ชายผู้ทำให้ทั้ง 3 อย่างอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ♻️

🤏 เริ่มจากจุดเล็ก ๆ
มากันที่ชุมชนบ้านไหนหนัง อำเภอเมืองกระบี่ มาคุยกับพี่สุธีร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง เดิมชาวบ้านบ้านไหนหนัง ทำประมง ปลูกยางพารา และเผชิญปัญหาป่าชายเลนเสื่อมโทรม หลังสึนามิปี 2547 ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของป่า จึงรวมตัวกันฟื้นฟูป่าชายเลน เมื่อปี 2557 พี่สุธีร์นำสมาชิก 37 คน ก่อตั้งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันดูแลรังผึ้งกว่า 520 รัง ทั้งผึ้งโพรงและผึ้งชันโรงแบบธรรมชาติ 100% ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ

🍯 “ถ้าเราอยากได้น้ำผึ้งดี เราต้องดูแลป่าบนบกและป่าชายเลนให้สมบูรณ์ไร้สารเคมี” 🍃
เมื่อป่าด้านบนดี ผึ้งก็เก็บน้ำหวานจากดอกแสม ตะบูน ตาตุ่ม ฯลฯ ได้เต็มที่ น้ำผึ้งจึงมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะน้ำผึ้งเดือนห้าที่หวานหอม มีสรรพคุณทางยา เมื่อป่าดี สัตว์น้ำวัยอ่อนก็มีที่อยู่ คนทำประมงก็มีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ คนเลี้ยงผึ้งก็กลายเป็นนักอนุรักษ์โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นวงจรที่ยั่งยืนจริง ๆ

📈 ทำมากกว่าขายน้ำผึ้ง
กลุ่มไม่หยุดแค่เก็บน้ำผึ้งดิบ แต่พัฒนาแบรนด์ “สองพนา” (มาจากสองป่า: ป่าบก + ป่าชายเลน) แปรรูปเป็น
👃 ยาดมสมุนไพร
🧼 สบู่
🧴 แชมพู
🧴 โลชั่น
🫦 ลิปมัน
😋 ขนม
😋 อมยิ้ม
และยังทำเสาตั้งกล่องรังผึ้งขายให้กลุ่มอื่นทั่วกระบี่ ลดปัญหาแมลงรบกวนและเพิ่มรายได้เสริมให้ชุมชน

📍 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชีวภาพ
พี่สุธีร์ยังเปิดบ้านให้เป็นศูนย์เรียนรู้ (ได้รับการสนับสนุนจาก BEDO) สอนเด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยวเรื่องการเลี้ยงผึ้ง การอนุรักษ์ป่าชายเลน และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เขาบอกเสมอว่า “เราทำทุกอย่างเพื่อลูกหลาน ถ้าวันนี้เราดูแลป่าและผึ้งดี พรุ่งนี้ลูกหลานจะยังมีป่า มีอาหาร และมีวิถีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์”

🌏 ผลกระทบที่แท้จริง
จากชุมชนเล็ก ๆ ที่เคยดิ้นรน วันนี้กลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่ทั้งสร้างรายได้ และฟื้นระบบนิเวศป่าชายเลนให้แข็งแรง หากสนใจไปเที่ยวแบบถึงที่ถึงแก่นแบบนี้ สามารถติดต่อไปได้ทางเพจ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านไหนหนัง และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้ง จ.กระบี่ หรือโทร 0936070310 (คุณบะ) ได้เลย ‼️

😷 เราทุกคนคงทราบกันดีว่าช่วงนี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 นั้นหนักจริง ๆ 💨🍃 และชาว Amazing Green อย่างพวกเรา จะให้อยู่เฉยได้อย่างไ...
29/04/2026

😷 เราทุกคนคงทราบกันดีว่าช่วงนี้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 นั้นหนักจริง ๆ 💨

🍃 และชาว Amazing Green อย่างพวกเรา จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร วันนี้เราจึงมีกิจกรรมแจกของรางวัลง่าย ๆ มาฝากลูกเพจ กับคำถามที่ว่า... “คุณจะช่วยลดฝุ่น PM 2.5 อย่างไรแบบง่าย ๆ” 🤔

📝 ตอบคำถามมาได้หมดทุกแนวเลย ไม่ว่าจะช่วยผ่านการกิน การเที่ยว หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เท่าที่เราคนธรรมดาพอจะทำได้ ♻️

💥 ลุ้นรับมันหวานจากชุมชนแม่ทา Maetha Together จ.เชียงใหม่ 5️⃣ รางวัล 🍠

🗣️ คอมเมนต์คำตอบของคุณ พร้อมกับติด
👍 อย่าลืมกดไลก์เพจ กับแชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะด้วยน้า

🗓️ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 4 พ.ค. 2569 และจะประกาศผลรางวัลภายในวันที่ 6 พ.ค. 2569

*ผู้เข้าร่วมต้องทำตามกติกาอย่างครบถ้วน และคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
**ของรางวัลตามฤดูกาลอาจจะถึงมือลูกเพจช้าหน่อยน้า

#เที่ยววิถีออร์แกนิกของดีไม่ต้องพยาม

🏘️ หากใครมีโอกาสได้ลองไปเยือน ชุมชนแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ภาพจำที่หลายคนนึกถึงคือต้นแบบของเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็งแล...
24/04/2026

🏘️ หากใครมีโอกาสได้ลองไปเยือน ชุมชนแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ภาพจำที่หลายคนนึกถึงคือต้นแบบของเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็งและโปรแกรมการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์

🍳 หนึ่งในไฮไลต์ที่เราอยากให้คุณลองเมื่อมาถึงที่นี่คือการลิ้มรส “ไข่ป่าม” อาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนือที่ปรุงในกระทงใบตอง กลิ่นหอมกรุ่นจากการย่างไฟอ่อน ๆ รสสัมผัสนุ่มละมุนคล้ายไข่ตุ๋นแต่มีความหอมแบบรมควันไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เบื้องหลังความอร่อยของไข่ป่ามที่แม่ทา ไม่ได้อยู่ที่เพียงวิธีการปรุงเท่านั้น แต่อยู่ที่คุณภาพของไข่ไก่ ซึ่งเป็นผลผลิตจากระบบการเลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

🥚 ไข่ไก่ที่นี่ได้จากแม่ไก่ที่อารมณ์ดีและสุขภาพแข็งแรง เพราะเกษตรกรในชุมชนใช้เทคนิคการให้อาหารแบบลดต้นทุนแต่เพิ่มพูนสารอาหาร โดยการใช้ “แหนแดง” พืชน้ำมหัศจรรย์ที่มีโปรตีนสูงสลับกับการให้ “หนอนแมลงวันลาย”

☘️ โดยแหนแดงจะช่วยเติมเต็มวิตามินและเบต้าแคโรทีน ทำให้ไข่แดงมีสีเหลืองทองสวยงามและมีสารอาหารสูงกว่าไข่ทั่วไป ส่วนหนอนแมลงวันลายก็เป็นผู้ช่วยกำจัดขยะอาหารในชุมชนให้กลายเป็นโปรตีนและแคลเซียมชั้นเลิศสำหรับไก่ ส่งผลให้แม่ไก่แข็งแรงและให้ไข่ที่มีเปลือกหนา สดใหม่ และคุณภาพดีเยี่ยม

😋 นอกเหนือจากอาหารชั้นดีที่ป้อนให้เหล่าไก๊ไก่แล้ว เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ไก่แม่ทาแตกต่างคือการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ แม่ไก่จะได้ออกมาเดินเล่นจิกกินหญ้าและอาบแดดตามสัญชาตญาณ ซึ่งช่วยลดความเครียดและสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังเปิดเพลงให้ไก่ฟังในฟาร์มอีกด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องของความเพลิดเพลิน แต่มีข้อดีคือช่วยให้ไก่คุ้นชินกับเสียง ไม่ตกใจง่ายเมื่อมีเสียงดังหรือคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ เมื่อไก่ไม่ตกใจ ระบบสืบพันธุ์และการตกไข่จึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือไข่ไก่คุณภาพพรีเมียมที่สด สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี และได้ปริมาณเยอะกว่าปกติ

🍽️ "ไข่ป่าม" ที่ชุมชนแม่ทาจึงไม่ใช่แค่เมนูอาหาร แต่คือผลผลิตของการทำเกษตรอินทรีย์ที่เข้าใจระบบนิเวศ และตั้งใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจริง ตั้งแต่การจัดการขยะอาหารด้วยหนอน การปลูกพืชน้ำมาเป็นอาหารสัตว์ ไปจนถึงการดูแลหัวใจของสัตว์เลี้ยงผ่านเสียงเพลง หากสนใจอยากมาลองชิมด้วยลิ้นตัวเองสักครั้ง หรือกระทั่งมาเรียนรู้วิถีชุมชนแบบครบวงจร ที่ชุมชนแม่ทาก็มีกิจกรรมให้ทำหมุนเวียนเปลี่ยนไปแล้วแต่ฤดูกาลตลอดทั้งปี ติดต่อได้ที่เพจ Maetha Together หรือเบอร์โทร 0966970079

#ลิ้มเมืองลอง

👃 ขึ้นชื่อว่า ‘ยาดม’ เราทุกคนรู้ดี คนไทยก็ใช้ ต่างชาติก็ชอบ ดมบ่อย ดีต่อใจและโพรงจมูกสุด ๆ วันนี้พวกเรา Amazing Green มา...
22/04/2026

👃 ขึ้นชื่อว่า ‘ยาดม’ เราทุกคนรู้ดี คนไทยก็ใช้ ต่างชาติก็ชอบ ดมบ่อย ดีต่อใจและโพรงจมูกสุด ๆ วันนี้พวกเรา Amazing Green มาเยือนบางกะเจ้าทั้งที ปั่นจักรยานเที่ยวกันทั้งวันกลัวจะหน้ามืด ก็เลยมาแวะทำ “ยาดมสมุนไพรพิมเสนน้ำกลิ่นดอกไม้” กันที่ บ้านกลางสวน บางกอบัว สักหน่อย

💁‍♂️ มาพูดคุยกับ ‘พี่อเนก’ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบางกอบัว และยังเป็นผู้ริเริ่มบ้านกลางสวน ศูนย์รวมกิจกรรมที่ใครต่อใครเมื่อมาเยือนบางกะเจ้า ก็ต้องมาแวะมาทำงานอาร์ตเวิร์คช็อปเพื่อผ่อนคลาย

และกิจกรรมทำยาดมสมุนไพรนี้ก็เริ่มมาจากการที่พี่อเนกได้สูตรสมุนไพรพิมเสนน้ำกลิ่นดอกไม้มาจากอาจารย์แพทย์แผนไทยท่านหนึ่ง ก็เลยเกิดความคิดต่อยอดจากตัวนี้ออกมาให้เป็นยาดมสมุนไพร จากนั้นก็ผสมด้วยสมุนไพรพื้นบ้านอื่น ๆ เสริมเข้าไปซึ่งมีทั้ง
🌿 กระวาน
🌿 มะกรูด
🌿 ตะไคร้
🌿 พริกไทยดำ
🌿 กานพลู
🌿 มะแว้ง
ซึ่งก็เป็นของจากคนในชุมชนที่นำสมุนไพรที่หาได้ในบางกะเจ้ามาทำอบแห้งหรือตากแห้งแบบที่สะอาดและได้มาตรฐาน

🤲 วิธีทำนั้นก็ง่ายมาก เริ่มจากการใช้ผ้าหนึ่งชิ้น สำหรับใส่สมุนไพรต่าง ๆ ใส่เข้าไปอย่างละนิดละหน่อยตามใจชอบได้เลย จากนั้นเอาสำลีหนึ่งชิ้นวางทับไปด้านบน แล้วก็ทำการห่อผ้าให้ทั้งสมุนไพรและสำลีอยู่แนบชิดกัน จากนั้นกลับหัวแล้วใส่ลงไปในขวด เพื่อให้สำลีอยู่ด้านล่างและสมุนไพรอยู่ด้านบนแทน เสร็จแล้วเราจะมีกลิ่น 4 กลิ่นด้วยกัน
🌸 มะลิ
🌸 ลาเวนเดอร์
🌸 กุหลาบ
🌸 คาโมมายล์
สามารถเลือกกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งสำหรับหยอดลงไปที่ตัวผ้า แค่นี้กลิ่นสมุนไพรทั้งหมดที่เคล้าเย้ายวนอยู่ด้วยกันก็จะลอยขึ้นมาเตะจมูกแล้ว สดชื่นกันเลยทีเดียวเชียว

📍 บางกะเจ้า เที่ยวง่าย ใกล้กรุง ใครอยากรู้ว่าเที่ยวแบบ Low Carbon เป็นอย่างไร มาลอง ๆ แตะ ๆ ได้ที่นี่ ที่บ้านกลางสวน บางกอบัว ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากมายทั้งพายเรือคายัค หรือจะล่องเรือไม้ชมธรรมชาติ ทำผ้ามัดย้อม ทำลูกประคบสมุนไพร มีนวดแช่เท้า ของทานเล่นก็มีเมี่ยงกลีบบัวและอาหารพื้นถิ่นอีกมากมาย เที่ยววันเดียวง่าย ๆ มาเสาร์อาทิตย์ได้ ติดต่อพี่อเนก 0909867987 หรือเพจ ท่องเที่ยวบางกอบัว คุ้งบางกะเจ้า แล้วมา ‘ลอง’ กันน้า ☺️

💦 ไหนใครยังเล่นน้ำสงกรานต์นี้กันยังไม่จุใจ 🤔งั้นเราขอเสนอให้คุณได้มาลอง Route นี้ มีน้ำให้เล่นตลอดเส้นทางLow Carbon Hopp...
18/04/2026

💦 ไหนใครยังเล่นน้ำสงกรานต์นี้กันยังไม่จุใจ 🤔
งั้นเราขอเสนอให้คุณได้มาลอง Route นี้ มีน้ำให้เล่นตลอดเส้นทาง
Low Carbon Hopping แบบเหนือน้ำ ณ บ้านบางโรง จ.ภูเก็ต ⛵️🌊

⛵️ เริ่มต้นเส้นทางจากท่าเรือบางโรง
ลองแวะโรงเรียนอนุบาลแห่งท้องทะเล 🌱

ด้วยความที่อ่าวป่าคลอก เป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์และสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณป่าชายเลนและปากน้ำท่าเรือบางโรง จะพบหญ้าทะเล ซึ่งถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ตัวหญ้าเองก็มีหลากหลายชนิดทั้ง หญ้าคาทะเล (มีมากสุด), หญ้าชะเงาเต่า, หญ้าชะเงาใบมน, หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย, หญ้าเงา, หญ้าเงาแคระ, หญ้ากุยช่ายเข็มและหญ้ากุยช่ายทะเล และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูนอีกด้วย โดยชุมชนก็มีการร่วมกันอนุรักษ์อย่างจริงจัง เอาง่าย ๆ อย่างการแล่นเรือก็จะไม่แล่นเร็วจนเกินไป หรือกระทั่งไม่ปล่อยขยะและมลพิษต่าง ๆ ลงทะเล เพื่อรักษาระบบนิเวศเหล่านี้ให้ยังคงสมบูรณ์

⛵️ นั่งเรือรับลมเพลิน ๆ แล้วลองไปเดินเล่นบนทะเลแหวก 🏝️

เกาะแพ (หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "ทะเลแหวกภูเก็ต") เป็นเกาะขนาดเล็กที่มีลักษณะเด่นคือเป็น สันดอนทรายกลางทะเล ในช่วงเวลาน้ำลด จะปรากฏสันดอนทรายสีขาวสะอาดยาวเชื่อมต่อกันระหว่างโขดหินกลางน้ำ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนทรายนุ่ม ๆ ท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าใสได้ และที่นี่คุณยังจะได้ทำกิจกรรมปล่อยปูไข่คืนสู่ธรรมชาติเพื่อให้พวกเค้าไปขยายพันธุ์อีกด้วย

⛵️ มาลองแข่งโวยวายกับหมึกโวยวาย 🦑

หมึกโวยวาย เป็นหมึกสายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามรูหินและแนวปะการังน้ำตื้น ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งในแถบป่าคลอกได้เป็นอย่างดี โดยชาวประมงพื้นบ้านจะมีภูมิปัญญาการจับที่น่าสนใจด้วยการใช้ขวดพลาสติกมาตัดครึ่งแล้วร้อยกับเชือกไว้ ใส่เหยื่อในขวดแต่ละใบแล้วรอให้หมึกเข้ามาติด ซึ่งเมื่อจับขึ้นมา ตัวหมึกมักจะส่งเสียงร้องและใช้หนวดดูดติดมือจนเป็นที่มาของชื่อเรียกอันเป็นเอกลักษณ์ว่าหมึกโวยวาย ปัจจุบันหมึกชนิดนี้กลายเป็นวัตถุดิบเลิศรสประจำถิ่นที่นิยมนำมาทำเมนูแกงส้มสับปะรดภูเก็ตหรือผัดน้ำดำ เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและเคี้ยวกรุบกว่าหมึกทั่วไป จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนชุมชนบ้านบางโรง

ที่ชุมชนบ้านบางโรง ยังมีกิจกรรมเที่ยววิถีชุมชน เที่ยววิถีออร์แกนิกให้ได้ทำอีกมากมาย หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 094-714-8707 (บังหมาด/จ๊ะนก) และเพจ ท่องเที่ยวชุมชนบางโรง Bangrong CBT

📖 หากจะพูดถึง ‘ชูชก’ ตัวละครจาก 'มหาเวสสันดรชาดก' คนไทยอย่างเรา ๆ คงคุ้นเคยดี กับตอนจบที่ชวนสยองเล็กน้อย ‘กินเก่งจนท้องแ...
02/04/2026

📖 หากจะพูดถึง ‘ชูชก’ ตัวละครจาก 'มหาเวสสันดรชาดก' คนไทยอย่างเรา ๆ คงคุ้นเคยดี กับตอนจบที่ชวนสยองเล็กน้อย ‘กินเก่งจนท้องแตก’ แต่ทว่า พี่ปื๊ด แห่ง บางกะเจ้าฟาร์ม กลับนำชื่อตัวละครนี้มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์เครื่องย่อยอาหารอินทรีย์ที่เค้าคิดค้นเอง 😲

ฝาด้านบนก็เหมือนปาก กินเข้าไป ลงท้องก็คือลงไปในเครื่อง ในเครื่องก็ทำการย่อย กินมากจุมาก ครบวันก็เปิดออกด้านล่าง เหมือนตอนชูชกท้องแตก…ออกมากลายเป็นปุ๋ย คอนเซ็ปต์คือแค่นี้ 😄

🍜 กินได้หมด แค่แยกน้ำให้ขลุกขลิก
ของที่ใส่ลงไปข้างบนนี้คือขยะเศษอาหารทั้งหมด ข้าว ก๋วยเตี๋ยว แกงกะทิที่มีไขมันก็เทได้ แค่แยกน้ำให้ขลุกขลิกแล้วเทลงไปในเครื่อง กากกาแฟก็ใส่ได้ ใส่ได้ทุกชนิด กระดูกไก่ก็ใส่ไปได้ เนื้อเยื่อถูกย่อยหมด เหลือแต่กระดูก พอลงดิน 1 เดือน จะนิ่ม จุลินทรีย์ย่อยต่อ กลายเป็นแคลเซียมให้พืช

❌ ไม่เหมือนเครื่องต่างประเทศ
เครื่องต่างประเทศจะใช้ฮีตเตอร์ ให้ความร้อนให้น้ำระเหยออก แต่มันเป็นปัญหากับเกษตรกร เพราะปุ๋ยจะไม่สามารถใช้งานได้จริง ของเราใช้กระบวนการ “ปุ๋ยหมักพลิกกลับกอง” ใช้จุลินทรีย์ 100% ไม่มีการใช้ฮีตเตอร์ใด ๆ ทั้งสิ้น จะใช้ก็แต่ไฟฟ้าเล็กน้อยซึ่งมีหน้าที่แค่หมุนแกนใบด้านใน คอยเติมออกซิเจนให้จุลินทรีย์ขยายตัว ส่วนความร้อน 47-50 องศา ภายในตัวเครื่องนั้น เกิดจากจุลินทรีย์เองล้วน ๆ

⏱️ 24 ชั่วโมง ย่อยได้ 80%
เมื่อจุลินทรีย์ขยายตัว ก็เกิดกระบวนการย่อยสลาย ภายใน 24 ชั่วโมง ย่อยได้ประมาณ 80% สิ่งที่ออกมาด้านล่างเรียกว่า Pre-compost เป็นปุ๋ยหมักขั้นต้น ยังไม่ 100% แต่ใช้งานต่อได้ทันที ส่วนการกำจัดความชื้น เราใช้เปลือกมะพร้าวสับ ทำหน้าที่คล้ายฟองน้ำซับน้ำแทนฮีตเตอร์ ทีนี้เราใส่เศษอาหารลงไปในเครื่องกี่กิโลกรัม ก็ใส่มะพร้าวสับบวกลงไปเท่านั้น ใส่ 30 กิโลกรัม ออกมาก็ได้ 30 กิโลกรัม ไม่ใช่อย่างของเมืองนอกที่เค้าใช้ฮีตเตอร์ ใส่ไป 30 กิโลกรัม ได้ปุ๋ยจริง 3 กิโลกรัม

🌿 ค่า pH กลาง ใช้ได้จริง
ปุ๋ยที่ออกมา ค่า pH อยู่ประมาณ 6 – 7.2 ไม่เป็นกรด ใช้งานได้เลย ต่างจากเครื่องที่ใช้ฮีตเตอร์ ซึ่งเศษอาหารจะมีความเป็นกรด pH 3 – 4 ถ้าเอาไปใส่ต้นไม้ ใส่เยอะต้นไม้ตายทันที บางที่ให้ใส่แค่ 1 ช้อนชา น้อยขนาดนี้ก็ไม่มีผลอะไรกับพืช แต่ถ้าใส่ทุกวันก็จะกลายเป็นกรดสะสมที่หน้าดินอีก ซึ่งถ้าเราไปใช้วิธีย่อยแบบเค้า ไขมันก็ไม่ระเหย เพราะอาหารบ้านเราไขมันเยอะ ขาหมู ปลาทอด พะแนง ถ้าใช้ฮีตเตอร์ น้ำระเหย แต่ไขมันไม่ระเหย กลายเป็นแว็กซ์อยู่ในปุ๋ย พอเอาไปใส่ดิน ไขมันจะเคลือบหน้าดิน เคลือบราก ใส่มาก ดินเสื่อม ต้นไม้ตาย วิธีการย่อยของเครื่องชูชกจึงใช้จุลินทรีย์ย่อย ไขมันถูกจัดการในระบบ ปุ๋ยไม่เคลือบดิน ใช้งานได้จริง

🔬 จุลินทรีย์ยังอยู่ครบ คุณภาพไม่หาย
ปุ๋ยไม่ได้ถูกฮีต จุลินทรีย์ยังอยู่ครบและเพิ่มมากขึ้น การย่อยสลายสมบูรณ์กว่า ไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่เมื่อโดนน้ำ ไม่เหมือนของที่แค่เอาน้ำออก พอเจอน้ำก็กลับมาเน่าเหมือนเดิม

🌏 ไม่ปล่อยแก๊สมีเทน ลดโลกร้อน
กระบวนการนี้จัดการเศษอาหารก่อนเน่า จึงไม่ปล่อยแก๊สมีเทน ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และไนตรัสออกไซด์ ตัดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกเป็นศูนย์ ใช้พลังงานแค่มอเตอร์เล็ก ๆ หมุนแกนให้จุลินทรีย์ทำงานเท่านั้น

♻️ จากขยะ สู่ปุ๋ย ในวันเดียว
จากการพลิกกลับกองที่ต้องใช้เวลา 6 เดือน ถูกย่นเหลือแค่ 24 ชั่วโมง ชูชกคือแนวทางใหม่ของการจัดการขยะอินทรีย์ เปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยหมักขั้นต้น ลดขยะ สร้างปุ๋ยหมุนเวียน ร่วมส่งเสริมแนวคิด Zero Waste เพื่อโลกที่น่าอยู่ และความยั่งยืน หากสนใจก็สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ ShooShoke หรือเข้าไปได้เครื่องจริงพร้อมพูดคุยกับ พี่ปื๊ด ได้ที่ บางกะเจ้าฟาร์ม ได้เลยยย 💨

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Amazing Green Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์